ม้าเหล็ก บดขยี้หนุ่มป่วยทางจิตคาราง-กะโหลกเปิดสมองกระจาย

ม้าเหล็ก ร.ต.ท.หญิง พิชญานิน ปลั่งกลาง พนักงานสอบสวน สภ.เมืองบุรีรัมย์ ได้รับแจ้งจากพนักงานขับรถไฟดีเซลราง ขบวนที่ 421 นครราชสีมา – อุบลราชธานี

ม้าเหล็ก เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุซึ่งอยู่ใกล้กับสะพานสูงบ้านกรุง ต.ชุมเห็ด ห่างจากสถานีรถไฟบุรีรัมย์ประมาณ 3 กิโลเมตร พบร่างชายสวมเสื้อยืดแขนยาว กางเกงยีนส์นอนเสียชีวิตอยู่ข้างรางรถไฟ ในสภาพกะโหลกศรีษะเปิด สมองกระจัดกระจายตามรางรถไฟเป็นที่น่าสยดสยอง

ม้าเหล็ก

ใกล้กันยังพบหอข้าวเหนียวน้ำพริกและปลาทูกระจายเกลื่อนจุดเกิดเหตุด้วย จากการตรวจสอบทราบภายหลังว่า ผู้ตายชื่อ นายยอดรัก อายุ 32 ปี ภูมิลำเนาอยู่ที่ ต.ชุมเห็ด อ.เมืองบุรีรัมย์

จึงได้ประสานไปยังผู้ใหญ่บ้าน เพื่อให้ช่วยติดต่อญาติมาดูศพ ต่อมาผู้ใหญ่บ้านได้เดินทางมาดูศพ ก็ยืนยันว่าศพที่พบคือนายยอดรัก เป็นลูกบ้านของตัวเอง

ซึ่งมีประวัติเป็นผู้ป่วยจิตเวช จะชอบเดินไปเรื่อยบางครั้งก็พูดคนเดียว จึงคาดว่าก่อนเกิดเหตุนายยอดรัก อาจจะมาเดินข้างรางรถไฟทำให้ถูกรถไฟชนเสียชีวิตดังกล่าว

อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะได้สอบปากคำพนักงานขับรถไฟ ผู้เห็นเหตุการณ์ และพยานแวดล้อมอีกครั้ง ว่าเป็นอุบัติเหตุหรือผู้ตายจงใจให้รถไฟชน

เบื้องต้นก็ได้ส่งร่างไปตรวจชันสูตรสาเหตุการเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ก่อนจะมอบร่างให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

 …

กระหน่ำยิงสยองขวัญ ดับข้าราชการสาวใหญ่ สงสัยฝีมือสาวหล่อคนสนิท

กระหน่ำยิงสยองขวัญ คนร้ายดักรอหน้าบ้าน อาศัยจังหวะข้าราชการสาวใหญ่กำลังขับรถออกจากบ้านไปทำงาน ชวนทะเลาะและยิงสาดกระสุนใส่อย่างโหดเหี้ยม

กระหน่ำยิงสยองขวัญ ร.ต.อ.บุญทัน ทับทัน พนักงานสอบสวน สภ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ได้รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกยิงเสียชีวิตภายในหมู่บ้านบัวทอง ต.เสาธงหิน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี หลังรับแจ้งจึงรายงานผู้บังบัญชาทราบ พร้อมประสานแพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน และอาสาสมัครกู้ภัย เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

กระหน่ำยิงสยองขวัญ

ที่เกิดเหตุตรงบริเวณหน้าบ้านทาวน์เฮาส์ 2 ชั้นหลังหนึ่ง พบศพผู้เสียชีวิตนอนหงายอยู่บนพื้นถนนท้ายรถยนต์โตโยต้า วีออส ทราบชื่อคือ นางสุภาพ อายุ 54 ปี เจ้าพนักงานสาธารณสุขชำนาญงาน ฝ่ายสิ่งแวดล้อมและสุขาภิบาล เขตตลิ่งชัน

จากการตรวจสอบพบร่องรอยถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาด เข้าที่บริเวณขมับด้านซ้ายกระสุนฝังใน นอกจากนี้ยังพบรอยกระสุนปืนที่บริเวณด้านท้ายของรถเก๋ง เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบหาวัตถุกระสุนเพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบถามพยานที่อยู่บ้านติดกับผู้ตายให้การว่า ช่วงที่เกิดเหตุพยานกำลังตื่นขึ้นมาเพื่อที่จะเปิดประตูบ้านก็ได้ยินเสียงคล้ายคนทะเลาะกัน หลังจากนั้นก็ได้ยินเสียงผู้หญิงตะโกนร้องขอให้คนช่วย ก่อนที่จะมีเสียงปืนดังขึ้นอีก 3 นัด พยานวิ่งออกไปดูสังเกตเห็นคนร้ายที่ลงมือมีลักษณะคล้ายสาวทอม ผมสั้น อายุประมาณ 50 ปี หลังก่อเหตุได้เดินออกไป พยานจะเข้าไปช่วยคนเจ็บ แต่คนร้ายได้หันมาพร้อมอาวุธในมือ ทำให้ต้องวิ่งเข้าไปหลบในบ้าน

จากการสอบปากคำน้องสาวของผู้ตาย ให้การว่า คนที่ลงมือยิงพี่สาวน่าจะเป็นสาวทอมที่มาติดพัน เนื่องจากก่อนหน้านี้พี่สาวบ่นให้ฟังว่าสาวทอมคนนี้ชอบมายืมเงิน แล้วก็ไม่เคยใช้คืน พอตนทราบเรื่องก็ได้ต่อว่าทอมคนดังกล่าวและมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง แต่ไม่ได้มีการทำร้ายถึงขั้นลงไม้ลงมือ ซึ่งตนไม่คิดว่าสาวทอมจะมาลงมือทำร้ายพี่สาว

ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการสอบปากคำพยาน ทราบว่าขณะที่ผู้ตายกำลังจะออกจากบ้านไปทำงาน หลังจากถอยรถออกจากบ้านแล้วลงมาจะปิดประตูบ้าน คนร้ายได้ดักรออยู่ก็เดินเข้ามาหา ก่อนจะมีปากเสียงกัน และคนร้ายก็ลงมือยิงก่อนหลบหนีไป

เบื้องต้นได้ให้ชุดสืบสวนไล่ภาพจากกล้องวงจรปิดที่อยู่ภายในหมู่บ้าน เพื่อตรวจสอบเส้นทางการหลบหนีของคนร้าย พร้อมทั้งติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://www.sanook.com

ไม่รอดคุก หนุ่มลวงสาวผ่านเกมดัง ใช้เล่ห์ขอภาพลับขู่แบล็กเมล์ เจอเหยื่อเพียบ

ไม่รอดคุก จากกรณีการจับกุม นายอัมพร อายุ 21 ปี ชาว จ.ศรีสะเกษ พนักงานล้างจานร้านอาหาร ในข้อหาพรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไปเสียจากบิดา ผู้ปกครองหรือผู้ดูแล โดยปราศจากเหตุอันสมควร

ไม่รอดคุก จากกรณีการจับกุม นายอัมพร อายุ 21 ปี ชาว จ.ศรีสะเกษ พนักงานล้างจานร้านอาหาร ในข้อหาพรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไปเสียจากบิดา ผู้ปกครองหรือผู้ดูแล

ไม่รอดคุก

โดยปราศจากเหตุอันสมควร เพื่อการอนาจารและกระทำอนาจารแก่เด็กอายุไม่เกิน 15 ปี และข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่น โดยจับกุมได้ที่ลานจอดรถตลาดสามย่านใหม่

พ.ต.อ.ภพธร จิตต์หมั่น ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลปทุมวัน ให้ข้อมูลว่า หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจรับแจ้งความจากแม่ของสาววัย 16 ปี ที่ระบุว่าลูกสาวถูกกระทำชำเรา โดยแม่ผู้เสียหายเข้ามาแจ้งความเมื่อวันที่ 4 ตุลาคมที่ผ่านมา จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจรวบรวมพยานหลักฐาน นำไปสู่การจับกุมเมื่อค่ำวันที่ 5 ตุลาคม

พ.ต.อ.ภพธร เปิดเผยว่า ผู้ต้องหาและผู้เสียหายรู้จักกันผ่านเกม ROV จากนั้นก็ขอชื่อบัญชีเฟซบุ๊กกันและกัน ก่อนทำความรู้จักกันมากขึ้นจึงถ่ายรูปภาพหวิวของตัวเองส่งให้ฝ่ายผู้ต้องหา ก่อนจะนำภาพดังกล่าวมาข่มขู่ให้มีเพศสัมพันธ์ด้วย โดยทั้งคู่รู้จักกันราว 1 เดือนก่อนเกิดเหตุ

ส่วนผู้ต้องหาให้การกับเจ้าหน้าที่ว่า ตัวเองเคยใช้วิธีการทำความรู้จักหญิงสาวผ่านเกม และสานต่อไปทางเฟซบุ๊กลักษณะนี้ โดยเคยมีเพศสัมพันธ์กับสาวผ่านวิธีนี้แล้ว 3-4 คน แต่คนอื่นๆ ไม่ได้เป็นคดีความ เนื่องจากสมยอมและอายุเกิน 18 ปี

ทั้งนี้ พบว่าผู้ก่อเหตุเคยมีคดีเกี่ยวกับการครอบครองวัตถุระเบิด เมื่อปี 2559 ในเขตพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ เพียงคดีเดียว หลังคุมตัวไว้ได้นำตัวขออำนาจศาลอาญากรุงเทพใต้ฝากขังต่อไป อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดของผู้เสียหาย เนื่องจากเป็นเยาวชน และเป็นสตรี ซึ่งกลัวว่าจะได้รับผลกระทบและเกิดความเสียหาย

พ.ต.อ.ภพธร ระบุด้วยว่า หากมีผู้เสียหายเคยถูกนายอัมพรกระทำลักษณะคล้ายกัน สามารถเข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน โดยแจ้งได้ทั้งสถานีตำรวจท้องที่และ สน.ปทุมวัน

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

ฉุนถูกต่อว่า “หมากัดไก่” เพื่อนบ้านเปิดฉากทะเลาะ คนห้ามถูกแทงตาย 14 แผล

ฉุนถูกต่อว่า เมื่อเวลาประมาณ 20.00 น. ของคืนวันที่ 5 ต.ค. 61 เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.ฝาง ได้รับแจ้งว่ามีเหตุฆ่ากันตาย ที่บริเวณวัดบ้านเด่นไชยปราการ ต.แม่ข่า อ.ฝาง จ.เชียงใหม่

ฉุนถูกต่อว่า เมื่อเวลาประมาณ 20.00 น. ของคืนวันที่ 5 ต.ค. 61 เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.ฝาง ได้รับแจ้งว่ามีเหตุฆ่ากันตาย ที่บริเวณวัดบ้านเด่นไชยปราการ ต.แม่ข่า อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ได้เดินทางไปที่เกิดเหตุพร้อมแพทย์เพื่อชันสูตรพลิกศพ ที่เกิดเหตุพบศพผู้เสียชีวิตนอนอยู่ภายในบริเวณลานวัด สภาพศพถูกแทงด้วยของไม่มีคมบริเวณลำคอ และทรวงอกจำนวน 14 แผล

ฉุนถูกต่อว่า
วันที่ 6 ต.ค. 61 นายพงศกร ดวงดี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 8 ต.แม่ข่า เปิดเผยว่า ผู้ก่อเหตุฆ่านายคำ คือนายหนึ่งนรินทร์ พื้นเพเป็นชาวชลบุรี และมาอาศัยอยู่ในหมู่บ้านดังกล่าวทำงานเป็นช่างเชื่อมเหล็กอยู่ที่ อ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่

เมื่อเวลาประมาณ 16.00 น.นายนะหลิ่ง เจ้าของไก่ที่ถูกหมาของนายหนึ่งนรินทร์ไล่กัด ได้ชวนนายคำผู้เสียชีวิตไปเป็นเพื่อน เพื่อเดินทางไปบ้านของผู้ก่อเหตุ พบแต่เพียงภรรยาของนายหนึ่งนรินทร์อยู่ที่บ้าน จึงได้แจ้งให้ทราบว่าหมาของผู้ก่อเหตุได้ไปไล่กัดไก่ของนายนะหลิ่ง พร้อมขอให้ดูแลหมาให้ดี ๆ ด้วย มิฉะนั้นตนอาจต้องจัดการกับหมาตัวดังกล่าว คำพูดนี้สร้างความไม่พอใจให้กับภรรยาของผู้ก่อเหตุ จึงตอบมาว่าเดี๋ยวจะโทรศัพท์หาสามีมาจัดการ

จากนั้นก็ได้เดินกลับมาที่บ้านของนายนะหลิ่ง ผ่านไปไม่นานผู้ก่อเหตุได้เดินทางมาที่บ้านของนายนะหลิ่ง โดยยืนอยู่นอกรั้วบ้านและตะโกนด่า ท้าทายให้ทั้งสองคนออกมาคุยกันด้านนอก ด้วยความกลัวทั้งสองจึงไม่กล้าออกไป นายพงศกรซึ่งเวลานั้นอยู่ที่บ้านของผู้ตายได้บอกกับผู้ก่อเหตุว่ามีอะไรก็ค่อย ๆ พูดจากันดี ๆ เพราะอยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน ผู้ก่อเหตุจึงกลับบ้านไป นายพงศกรจึงได้เดินกลับไปบ้านของตนเอง นายพงศกรเห็นว่าไม่น่าจะมีอะไรอีกจึงขอตัวกลับบ้านไปก่อน ทั้งนี้นายพงศกรมาทราบข่าวอีกครั้งตอนเช้าว่านายคำถูกฆ่าเสียชีวิตแล้ว

สอบถามนายนะหลิ่ง ทราบว่าเวลาประมาณ 20.00 น. ผู้ก่อเหตุได้เดินทางกลับมาที่บ้านของตน และได้ตรงเข้ามาชกเข้าบริเวณเบ้าตา และใช้เหล็กไม่ทราบชนิดแทงเข้าบริเวณหลังมือของตน

เมื่อนายคำเห็นดังนั้นจึงกระโดดเข้ามาขวาง และผลักผู้ก่อเหตุไม่ให้ทำร้ายนายนะหลิ่ง ผู้ก่อเหตุเลยหันมาทำร้ายนายคำผู้เสียชีวิต โดยใช้เหล็กแหลมจ้วงแทงจนได้รับบาดเจ็บ และวิ่งหนีไปบริเวณวัด ผู้ก่อเหตุตามมาทันจึงกระหน่ำแทงโดยไม่นับ จนทำให้นายคำเสียชีวิตที่กลางลานวัด หลังชันสูตรพลิกศพเสร็จได้มอบศพให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศลต่อไป และทราบมาว่าผู้ก่อเหตุเพิ่งออกจากคุกมาเมื่อไม่นานนี้ ในคดีฆ่าคนตาย

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://www.sanook.com

เด็กหญิงวัย 13 ปี เล่านาทีกลุ่มคนร้ายบุกทำร้ายแม่ ติดอยู่ในห้องตอนพ่อถูกฆ่า

เด็กหญิงวัย 13 ปี เล่านาทีกลุ่มคนร้ายบุกบ้าน ทำร้ายแม่เจ็บสาหัส เผยอยู่ในห้องตอนพ่อถูกฆ่า ภาพเหตุการณ์ยังคงติดตา

เด็กหญิงวัย 13 ปี ความคืบหน้ากรณีกลุ่มคนร้าย 6 คน ใส่หมวกกันน็อกปิดบังใบหน้า บุกเข้าทำร้ายสองสามีภรรยา เจ้าของร้านขายของชำ ในบ้านหลังหนึ่ง หมู่ 6 บ้านป่ายุบ ตำบลปากแพรก อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี

เด็กหญิงวัย 13 ปี

โดย นายเม็ด ผู้เป็นสามีถูกทำร้ายเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ขณะที่ นางสาวชะเอม ซึ่งเป็นภรรยาได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยเด็กหญิงวริศรา อายุ 13 ปี ซึ่งอยู่ในที่เกิดเหตุรอดชีวิตมาได้อย่างหวุดหวิด

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (5 ต.ค.) บรรยากาศหน้าบ้านมีทหาร ตำรวจคอยวนมาสืบหาเบาะแสคนร้ายที่ก่อเหตุ ส่วนร้านค้าดังกล่าวปิดไม่ได้ขายของ และยังจะต้องเดินทางไปให้ตำรวจสอบปากคำเพิ่มเติม

โดย เด็กหญิงวริศรา อายุ 13 ปี ซึ่งอยู่ในที่เกิดเหตุ กล่าวว่า “ตอนแรกหนูนั่งดูทีวีอยู่ แล้วแม่ก็ได้ยินเสียงรถใครขับผ่านมา แม่ก็ถามหนูว่ารถใครน่ากลัว หนูไม่สนใจก็เดินไปเปลี่ยนเสื้อในห้องเพื่อจะไปอาบน้ำ จากนั้นกลุ่มชายก็วิ่งกันเข้ามา แม่ก็กรี๊ด ถูกรุมทำร้าย

พ่อได้ยินเสียงก็ลุกขึ้นมา พร้อมทั้งถามออกไปว่ามีอะไรกัน จากนั้นคนร้ายก็ผลักประตูเข้ามาทำร้ายพ่อหนู ประตูก็ดันมาบังตัวหนูกับกำแพง แล้วก็มีชั้นบังไว้อีก ซึ่งในห้องตอนนั้นพ่อได้ปิดไฟไว้” เด็กหญิงวริศรา กล่าว

ทั้งนี้ เด็กหญิงวริศรา กล่าวปิดท้ายว่า ภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยังติดตาอยู่เลย และขอประณามกลุ่มคนร้ายว่าเลวมากที่มาฆ่าพ่อของตนเอง และทำร้ายผู้เป็นแม่จนบาดเจ็บสาหัส

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://www.sanook.com

ปิกอัพเมา ซิ่งชนสาวเซเว่นดับสยอง หนีลากซากรถไปไกล 2 กิโลเมตร

ปิกอัพเมา อุบัติเหตุสยอง ปิกอัพเมาแล้วขับซิ่งชนพนักงานสาวร้านเซเว่นเสียชีวิตสยอง ก่อนเร่งเครื่องหนีลากซากรถไปไกล กู้ภัยตามสกัดได้ทันควัน

ปิกอัพเมา เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา (1 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเกิดอุบัติเหตุบนถนนสาย 36 (บายพาสพัทยา–ระยอง) ช่วงทางลงสะพานต่างระดับข้ามแยกมาบข่า มุ่งหน้าเข้าสู่ตัวเมืองระยอง รถปิกอัพชนจักรยานยนต์ก่อนจะหลบหนีไป โดยลากซากจักรยานยนต์ไปไกล เป็นเหตุทำให้มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ

ปิกอัพเมา

เจ้าหน้าที่กู้ภัยสยามรวมใจ ปู่อินทร์ จังหวัดระยอง เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุพบรถกระบะอีซูซุ สีบรอนซ์เงิน ชนกับรถจักรยานยนต์ฮอนด้า สกูปปี้ไอ สีขาว เป็นเหตุทำให้ น.ส.สุลาวัลย์ อายุ 32 ปี พนักงานร้านสะดวกซื้อภายในปั๊มน้ำมัน ปตท. สาขาบูรพา เสียชีวิตในที่สุดเกิดเหตุ

พยานผู้เห็นเหตุการณ์ได้เล่าว่า หลังเกิดเหตุรถกระบะคู่กรณีได้พยายามเร่งเครื่องขับหลบหนีต่อไป โดยลากซากรถจักรยานยนต์ของผู้เสียชีวิตไปไกลถึง 2 กิโลเมตร ก่อนที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยจะพากันไปตามสกัดเอาไว้ได้ ช่วงทางเข้าวัดหนองผักหนาม พบคนขับคือ นายเอกลักษณ์ อายุ 29 ปี อยู่ในสภาพมึนเมาสุรา จึงได้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นิคมพัฒนา นำตัวไปสอบสวนดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

ขณะที่ผู้เสียชีวิตทราบว่าทำงานอยู่ร้านสะดวกซื้อในปั๊มน้ำมันที่อยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุเพียงไม่ถึงกิโลเมตร โดยก่อนเสียชีวิตกำลังขี่รถจักรยานยนต์ไปเข้ากะทำงานที่ร้าน กระทั่งถูกรถกระบะชนอย่างจัง ทำให้เสียชีวิตโดยมีบาดแผลฉกรรจ์ทั่วร่างกาย เบื้องต้นได้นำศพผู้เสียชีวิตส่งชันสูตรที่ รพ.นิคมพัฒนา เพื่อรอญาติมารับศพไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://www.sanook.com

สายตำรวจถูกอุ้มฆ่า เมียสะอื้น จำศพผัวได้เพราะลายสักชินจัง

สายตำรวจถูกอุ้มฆ่า โยนศพทิ้งป่าข้างทาง บริเวณริมคลองส่งน้ำกลางทุ่งนา

สายตำรวจถูกอุ้มฆ่า โยนศพทิ้งป่าข้างทาง บริเวณริมคลองส่งน้ำกลางทุ่งนา เมียรุดดูศพถึงกับสะอื้นหลังจากตามหามาหลายวัน

สายตำรวจถูกอุ้มฆ่า
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (28 ก.ย.) เมื่อเวลา 08.30 น. สภ.ช้างใหญ่ อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา ได้รับแจ้งพบศพเพศชายถูกนำมาทิ้งบริเวณริมคลองส่งน้ำกลางทุ่งนา ม.2 เชียงรากน้อย อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา

ในพงหญ้าริมคลองส่งน้ำพบศพเพศชายอายุประมาณ 40 ปี สวมใส่กางเกงขาสามส่วน เสื้อลายสก็อตแขนยาว สภาพศพคว่ำหน้าหัวทิ่มใกล้จะตกลงไปในคลอง สภาพศพเริ่มขึ้นอืดส่งกลิ่นเหม็นเน่า มีหนอนขึ้นตามตัว เสียชีวิตมาแล้วประมาณ1-2 วัน

ตรวจสอบในร่างกายพบเงินสดจำนวนหนึ่ง ไฟแช็ค 1 อัน ล็อคเก็ตพระ 1 องค์ กุญแจรถจักรยานยนต์ 1 ดอก ตามร่างกายมีรอยสักหลายแห่ง โดยที่หน้าขา มีรอยสักเป็นรูปตัวการ์ตูนชินจัง ที่บริเวณเหนือคิ้วขวามีบาดแผลกว้างประมาณ 1 ซม. และที่ท้ายทอยมีบาดแผลกว้าประมาณ 6 ซม. ตรวจสอบบริเวณโดยรอบไม่พบร่องรอยการต่อสู้ หรือรอยเลือด

จากการสอบถามชาวบ้านในบริเวณใกล้เคียงไม่เคยมีใครพบเห็นผู้ตายหรือรู้จักมาก่อน

เวลาต่อมา น.ส.จันทร์รัศมี อายุ 40 ปี ได้เดินทางมาดูศพที่ สภ.ช้างใหญ่ พร้อมกับยืนยันจำรอยสักตามร่างกายได้ ผู้เสียชีวิตคือสามีของตนเอง คือ นายกิฐติ อายุ 41 ปี ชาว จ.ปทุมธานี ทำงานเป็นคนงานของร้านขายเหล็กแห่งหนึ่ง ใน ต.เชียงรากน้อย อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา ได้หายออกจากร้านไป โดยยืมรถจยย.ของทางร้านไป เมื่อวันที่ 16 ก.ย.

แทงบอลออนไลน์

ตนได้โทรศัพท์หาครั้งสุดท้ายเมื่อเวลาประมาณ 20.00 น.ผู้ตายบอกว่าจะไปหาเพื่อน จนตนเองหลับไปตื่นขึ้นมาตอน 22.00 น.ได้โทรหาอีกครั้งไม่สามารถติดต่อได้ และได้ไปตามหาที่บ้านเพื่อนที่บอกไม่พบตัว ตนพยายามโทรหาหลายครั้งไม่สามารถติดต่อได้ และออกตามหามาหลายวัน

จนเมื่อช่วงเช้าได้ไปแจ้งความที่ สภ.สามโคก จ.ปทุมธานี จึงทราบว่า สภ.ช้างใหญ่ พบศพชายถูกนำมาทิ้งจึงรีบเดินทางมาดู ผู้ตายเป็นสายให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สามโคก จ.ปทุมธานี

โดยล่าสุด เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาได้ ให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจจนไปจับเอเย่นต์ยาบ้า รายหนึ่งได้ของกลางประมาณ396 เม็ด ต่อมาผู้ตายมาเล่าให้ฟังว่าเอเยนต์ยาบ้าที่ถูกจับไปได้ประกันตัวออกมาแล้ว ขู่ที่จะทำร้าย จนต้องย้ายห้องเช่าหนี เชื่อว่าน่าจะเป็นสาเหตุนี้ที่ถูกลวงมาฆ่าทิ้ง เพราะสามีไม่เคยมีเรื่องทะเลาะวิวาทหรือมีปัญหาความขัดแย้งกับใคร

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า ผู้ตายน่าจะถูกลวงมาจากที่ทำงานเพื่อมาพบกับกลุ่มคนร้ายแล้วถูกฆ่า ก่อนที่จะนำศพมาทิ้งบริเวณนี้ โดยหวังจะให้ศพตกลงไปในน้ำแต่ศพค้างอยู่ริมคลองจนมีคนมาพบศพก่อน

ทั้งนี้ ยังไม่ทราบว่าใช้อาวุธชนิดใดที่ใช้สังหารผู้ตาย สภาพศพที่บริเวณศีรษะเริ่มเน่าเปื่อย ต้องรอผลการชันสูตรศพอย่างละเอียดอีกครั้ง ประเด็นการสังการผู้ตายอาจจะสร้างความไม่พอใจ หรือไปขัดแย้งกับกลุ่มคนร้าย เจ้าหน้าที่ตำรวจจะติดตามตัวเอเยนต์ยาบ้ามาทำการสอบสวนด้วยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่

ขอบคุณแหล่งที่มา     https://www.sanook.com

 …