ตำรวจเร่งคลี่คลายคดี “หนุ่มก่อสร้าง” ถูกฆ่าแขวนคอ ด้านญาติไม่เชื่อฆ่าตัวตาย

ตำรวจเร่งคลี่คลายคดี “หนุ่มก่อสร้าง” ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์เรียกประชุมด่วนชุดสืบสวนและพนักงานสอบสวนเร่งคลี่คลายคดีหนุ่มก่อสร้างถูกฆ่าแขวนคอ

ตำรวจเร่งคลี่คลายคดี พร้อมคุมตัวสองโจ๋ผู้ต้องสงสัยสอบเครียด ซึ่งเป็นกลุ่มเพื่อนที่นั่งดื่มเหล้าก่อนที่ผู้ตายจะกลายเป็นศพ ตั้ง 2 ปม ถูกฆาตกรรมอำพราง และอาจฆ่าตัวตาย หลังพบผู้ตายจับกลุ่มกับเพื่อนดมกาว ขณะที่ญาติไม่เชื่อฆ่าตัวตาย

ความคืบหน้ากรณีเจ้าหน้าที่พบศพนายศรัณย์ อายุ 23 ปี ซึ่งถูกฆ่าอย่างโหดเหี้ยมด้วยการใช้มีดปลายแหลมแทงเข้าที่หน้าท้อง ก่อนที่จะนำศพไปจับแขวนคอเอาไว้บนต้นจามจุรีหน้าบ้านของผู้ตาย สร้างความสยดสยองให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก

ตำรวจเร่งคลี่คลายคดี

ล่าสุดเมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 12 ธันวาคม 2561 พล.ต.ต.ทินณะรัตน์ เพ็ชรพันธ์ศรี ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ พ.ต.อ.ธีรพัฒน์ ธารีไทย ผกก.สืบสวน ภ.จว.กาฬสินธุ์ พ.ต.ท.สุเทพ ภูกัณหา รองผกก. (สอบสวน) สภ.เมืองกาฬสินธุ์

พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนและพนักงานสอบสวนลงพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อสอบถามพยานและเก็บหลักฐานเพิ่มเติมที่บ้านเลขที่ 72/60 ซอยสุขสบาย เทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ จ.กาฬสินธุ์

รวมทั้งการจำลองเหตุการณ์ความเป็นไปได้ในการปืนต้นไม้ขึ้นไปผูกคอ จากนั้นพล.ต.ต.ทินณะรัตน์ เพ็ชรพันธ์ศรี ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ ได้เรียกประชุมชุดสืบสวน และพนักงานสอบสอนเพื่อเร่งคลี่คลายคดีดังกล่าว

พล.ต.ต.ทินณะรัตน์ เพ็ชรพันธ์ศรี ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า จากการลงพื้นที่เก็บหลักฐานและสอบถามพยาน โดยเฉพาะญาติผู้ตายเพิ่มเติมพบว่ารอบบริเวณที่เกิดเหตุมีกระป๋องกาวถูกทิ้งอยู่เป็นจำนวนมาก

อีกทั้งจากการตรวจสอบก็พบว่าก่อนเกิดเหตุผู้ตาย และเพื่อนอีก 2 คน ได้นั่งดื่มสุราและดมกาวอยู่ที่ใต้ถุนบ้าน เจ้าหน้าที่จึงได้คุมตัวเพื่อนของผู้ตายทั้งสองคนสอบปากคำแล้ว

เบื้องต้นทั้งสองให้การไม่เป็นประโยชน์มากนักและปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของนายศรัณย์ แต่ยอมรับว่าไปนั่งดื่มเหล้าและดมกาวกับผู้ตายจริง แต่กลับบ้านก่อน

ซึ่งมารู้ข่าวอีกครั้งว่าเพื่อนเสียชีวิตแล้ว อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อในคำให้การของทั้งสองคน จึงได้ขอความร่วมมือในการตรวจร่างกายและตรวจดีเอ็นเอ

พล.ต.ต.ทินณะรัตน์ กล่าวต่อว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ และเก็บรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ รวมทั้งกันสอบถามพยานแวดล้อม เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตั้งปมสาเหตุเสียชีวิตครั้งนี้ไว้ 2 ประเด็นคือการฆ่าตัวตาย เนื่องจากสอบถามญาติแล้วพบว่าผู้ตายเคยเสพยาเสพติด

แต่ระยะหลังมาเปลี่ยนมาดมกาว จึงอาจทำให้เกิดอาการประสาทหลอน และประเด็นการถูกฆาตกรรมอำพราง ชนวนเหตุอาจมาจากเรื่องยาเสพติดและชู้สาว ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังคงให้น้ำหนักทั้งสองประเด็นเป็นหลัก เพราะเป็นไปได้ทั้งสองอย่าง

แต่สาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงนั้นจะต้องรอผลตรวจสอบหลักฐานด้านนิติวิทยาศาสตร์ และผลจากการชันสูตรของแพทย์อย่างละเอียดจึงจะสามารถสรุปได้ว่าสาเหตุการเสียชีวิตเกิดจากอะไร อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังคงส่งชุดสืบสวนลงพื้นที่สืบหาข่าวอย่างต่อเนื่อง และเชิญตัวพ่อแม่ของผู้ตายมาสอบปากคำต่อไป

ทั้งนี้มีรายงานว่าเนื่องจากเป็นคดีดังกล่าวสะเทือนขวัญประชาชน โดยเฉพาะพฤติกรรมของคนร้ายที่ก่อเหตุที่มีความโหดเหี้ยม ทำให้บรรดาญาติและเพื่อนบ้านของผู้เสียชีวิตต่างจับกลุ่มวิพากษ์ วิจารณ์เกี่ยวกับสาเหตุการณ์เสียชีวิตของนายศรัณย์ ซึ่งส่วนใหญ่ไม่เชื่อว่าจะเป็นการฆ่าตัวตาย

จึงต้องการให้ตำรวจ สภ.เมืองกาฬสินธุ์ และชุดสืบสวนเร่งคลี่คลายคดีโดยเร็ว โดยมุ่งปมในเรื่องชู้สาวและยาเสพติด เพราะการฆาตกรรม เหมือนกับกลุ่มคนที่ลงมือมีความแค้นในตัวผู้ตายเป็นอย่างมาก

จึงเป็นไปได้ว่าผู้ตายแอบไปเป็นกิ๊กกับเมียชาวบ้าน หรือผู้ตายไปพบเห็นหรือไปมีส่วนพัวพันในเรื่องของยาเสพติดคนร้ายจึงตามมาฆ่าปิดปากอย่างโหดเหี้ยมเพื่อประกาศศักดา หรือไม่หากเป็นการฆ่าตัวตายก็จะต้องทำความกระจ่างให้กับญาติและสังคมได้รับทราบ

ด้านนายสุเมธี อายุ 20 ปี น้องชายผู้เสียชีวิตกล่าวว่า เท่าที่ดูในที่เกิดเหตุและสภาพศพแล้วตนและญาติไม่เชื่อเด็ดขาดว่าพี่ชายจะฆ่าตัวตาย เนื่องจากก่อนเกิดเหตุพี่ชายบอกว่าอยากไปทำงานที่กรุงเทพฯ เพื่อหาเงินช่วยพ่อแม่และไม่มีอาการหรือท่าทีที่จะฆ่าตัวตาย

แต่ยอมรับว่าพี่ชายนั้นดมกาวจริง แต่ที่ผ่านมาก็ไม่มีท่าที่จะฆ่าตัวตาย อีกทั้งในที่เกิดเหตุ โดยเฉพาะต้นจามจุรี ที่อยู่หน้าบ้านที่พี่ชายถูกผูกคอนั้น ยิ่งทำให้น่าสงสัย เพราะต้นไม้นั้นมีลำต้นขนาดใหญ่ คนปกติไม่สามารถปีนขึ้นไปได้ง่ายๆ และจุดที่ผูกคอสูงจากพื้นกว่า 3 เมตร

เป็นไปไม่ได้เลยว่าพี่ชายจะใช้มีดแทงตัวเองแล้วปีนขึ้นไปใช้เชือกผูกคอตาย เพราะฉะนั้นทางญาติไม่เชื่อว่าจะฆ่าตัวตาย และให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีโดยเร็วที่สุด

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

พบแล้ว ศพ “ทหารบก” คาดกระโดดสะพานกรุงธน เมื่อ 3 วันก่อน

พบแล้ว ศพ ทหารบกลอยอืดท่าน้ำเทเวศร์ จนท.คาดเป็นรายเดียวกับที่กระโดดสะพานกรุงธน เมื่อ 3 วันก่อน

พบแล้ว ศพ ชายลอยน้ำมาติดบริเวณท่าน้ำเทเวศร์ จึงประสานมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งเข้าตรวจสอบพื้นที่ โดยจากการตรวจสอบพบศพเป็นชายสวมเสื้อสีน้ำเงิน กางเกงยีนส์สีดำ เจ้าหน้าที่ได้นำศพขึ้นบริเวณใต้สะพานพระราม 8

พบแล้ว

เมื่อทำการตรวจสอบสิ่งของพบโทรศัพท์มือถือ และบัตรประจำตัวประชาชนระบุชื่อ ร.ต.หยก และบัตรข้าราชการทหารระบุ อายุ 49 ปี

เบื้องต้น ได้นำศพส่งโรงพยาบาลศิริราช เพื่อทำการชันสูตรพลิกศพหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป โดยตรวจสอบคาดว่าจะเป็นชายคนเดียวกันกับที่กระโดดสะพานกรุงธน(ซังฮี้) เมื่อคืนวันที่ 8 ธ.ค. ที่ผ่านมา สน.บางโพ รับแจ้งเหตุ

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://www.sanook.com

เช็ควงจรปิด คืบหน้าญาติร้องพ่อโดนชก-ตกเตียงตาย ยังสรุปผลไม่ได้

เช็ควงจรปิด ภายในห้องฉุกเฉิน โรงพยาบาลขอนแก่น หลังญาติผู้ป่วยเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับบุรุษพยาบาลที่ทำร้ายพ่อ

เช็ควงจรปิด ร.ต.อ.ดร.ชัยยุทธ จันทร์แปลง พนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น เปิดเผยว่า ภายหลังจากเข้าตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดภายในห้องฉุกเฉิน โรงพยาบาลขอนแก่น เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา หลังจาก น.ส.ศรินทิพย์ อายุ 45 ปี

ลูกบุญธรรมของนายพินันท์ อายุ 65 ปี แจ้งความดำเนินคดีกับบุรุษพยาบาลของโรงพยาบาลขอนแก่น ในข้อหาทำร้ายร่างกายให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ และข้อหากระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กาย โดยกล่าวหาว่า บุรุษพยาบาล คนดังกล่าวได้ทำร้ายร่างกายพ่อบุญธรรมด้วยการชกเข้าที่บริเวณใบหน้าจนได้รับบาดเจ็บ ในระหว่างเข้ารับการรักษาอาการป่วย

เช็ควงจรปิด

ร.ต.อ.ดร.ชัยยุทธ กล่าวว่า จากการตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดในห้องฉุกเฉิน โรงพยาบาลขอนแก่นในวันและเวลาเกิดเหตุ โดยการเปิดดูภาพกล้องวงจรปิดในหลายๆ มุม พบว่า เจ้าหน้าที่บุรุษพยาบาลอาจไม่ได้มือชกที่บริเวณใบหน้าผู้ป่วยตามที่ญาติเข้าใจ

แต่เป็นการใช้มือปัดเพื่อไม่ให้ผู้ป่วยแกะผ้าพันศีรษะออก ซึ่งถ้าหากดูในจอภาพขนาดเล็กอาจทำให้เข้าใจได้ว่าเป็นการชกเข้าที่บริเวณใบหน้า แต่อย่างไรก็ตามจะต้องตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งเพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ขณะเดียวกัน ทางพนักงานสอบสวนได้เก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุ พร้อมกับสอบปากคำผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ไปแล้ว 3 ปาก เหลือเพียงบุรุษพยาบาลผู้ที่ถูกกล่าวหาที่จะเรียกมาสอบปากคำอีกครั้ง และในช่วงเย็นวันนี้ที่ทางโรงพยาบาลขอนแก่น

พนักงานสอบสวน พร้อมทั้งครอบครัวผู้เสียหาย และสื่อมวลชนได้ร่วมกันตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิด หากผลการตรวจสอบแล้วพบว่าไม่เข้าข่ายการกระทำความผิดตามข้อกล่าวหา พนักงานสอบสวนก็จะไม่ดำเนินการส่งฟ้อง

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://www.sanook.com/

ปืนมันลั่นไปเอง ! หนุ่มวังสะพุงดวงซวยทำปืนลูกซองลั่นใส่เพื่อนตายหน้าบ้าน

ปืนมันลั่นไปเอง ร.ต.อ.ศิริ พิลาคุณ รอง สว.(สอบสวน) สภ.วังสะพุง จ.เลย ได้รับแจ้งมีเหตุยิงกันมีผู้เสียชีวิตที่หน้าบ้านหลังหนึ่ง บ้านกกซ้อ หมู่ 4 ต.ทรายขาว อ.วังสะพุง

ปืนมันลั่นไปเอง เมื่อรับแจ้งได้รายงานให้ พ.ต.อ.วรการ บุญประคอง ผกก.กก.สส.ภ.จว.เลย รักาการ ผกก.สภ.วังสะพุง ทราบ ประประสานไปยังชุดสืบสวน แพทย์ รพ.วังสะพุง กู้ภัยสว่างคีรีธรรม จุดวังสะพุง เดินทางไปชันสูตรพลิกศพ

ปืนมันลั่นไปเอง

ที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิตเป็นชาย สภาพนอนคว่ำหน้า ที่ศีรษะสวมไฟฉาย สวมเสื้อแจ็คเก็ตแขนยาวสีขาว กางเกงขาสั้นสีน้ำเงิน อยู่ข้างรถ จยย.ยามาฮ่า สีดำแดง ทะเบียน กนบ 245 จ.เลย

ทราบชื่อผู้เสียชีวิต นายประดับ อายุ 40 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ ต.ทรายขาว อ.วังสะพุง จ.เลย ถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกซองสั้นเข้าที่หลังทะลุหน้าอก 1 นัด พบคราบเขม่าดินปืนติดอยู่ที่เสื้อ

จนท.ตรวจค้นร่างพบอุปกรณ์การเสพยา ไฟแช็ก พระเครื่อง และมีดพกหลายด้าม จึงตรวจยึดไว้เป็นของกลาง

ส่วนมือปืนรายนี้ชื่อ นายยงยุทธ อายุ 30 ปี เจ้าของบ้านที่เกิดเหตุ หลังก่อเหตุได้หลบหนีไปพร้อมอาวุธปืน จนท.ชุดสืบสวน ได้กระจายกำลังออกหาตัวจนพบไปหลบซ่อนอยู่ภายในหมู่บ้านภายในกกซ้อ หมู่ 4 ต.ทรายขาว พร้อมอาวุธปืนลูกซองสั้นที่ใช้ก่อเหตุ มาสอบสวนที่ สภ.วังสะพุง

จากการสอบสวน นายยงยุทธ มือปืน เล่าว่า ผู้ตายได้มาหาตนเองที่บ้านและพูดคุยกันอยู่หน้าบ้านของตนเอง ระหว่างนั้นปืนลูกซองสั้นของตนเองที่พกไว้เกิดลั่นยิงเข้าใส่ด้านหลังของผู้ตาย 1 นัด จนล้มฟุบอยู่ข้างรถ จยย.ของผู้ตาย ตนเองตกใจจึงได้หลบหนีไปซ่อนตัวภายในหมู่บ้าน จนกระทั่งตำรวจมาจับกุมตัวไว้ได้

ขอบคุณแหล่งที่มา  https://www.sanook.com

แม่พิการเห็นคาตา ลูกสาวสมองช้าวัย 13 ปีถูกพ่อเลี้ยงข่มขืน ซ้ำชีวิตสุดแร้นแค้น

แม่พิการเห็นคาตา ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านหาดล้า บ้านเลขที่ 75 หมู่ที่ 9 ต.หาดล้า อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์ สภาพบ้านไม้ชั้นเดียวยกสูงจากพื้นประมาณ 1 เมตรเศษ

แม่พิการเห็นคาตา น.ส.ลวน อายุ 53 ปี ผู้เป็นแม่เล่าให้ฟังว่า ตนพิการที่แขนและพูดไม่ชัด มีอาชีพรับจ้างทั่วไปรับจ้างดายหญ้าในหมู่บ้าน แล้วแต่คนจ้างจะให้ และรายได้อีกทางมาจากเงินคนพิการทั้งสองคน คนละ 800 บาทต่อเดือน จำนวน 1,600 บาท เพราะลูกก็พิการด้านสมอง

พัฒนาการช้า มักเรียนไม่ค่อยทันเพื่อน พร้อมด้วยเงินสวัสดิการแห่งรัฐอีก 300 บาท รวม 1,900 บาท บางวันก็ไม่มีข้าวจะกินได้รับเงินเพื่อนบ้านไปซื้อข้าวสาร ซึ่งมีตำรวจนายหนึ่งในพื้นที่ สภ.ท่าปลาได้นำเงินมามอบให้ และก็ได้จากเพื่อนบ้านเป็นบางครั้ง

แม่พิการเห็นคาตา

เมื่อวันที่ 7 พ.ย.ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 20.00 น. ตนเองได้เห็นพ่อเลี้ยง คือ นายผ่าน อายุ 52 ปี ข่มขืนและรุ่งขึ้นลูกสาวบอกว่าเจ็บอวัยวะเพศ จึงตัดสินใจพาลูกสาวไปตรวจที่โรงพยาบาลท่าปลาแล้วตัดสินใจไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าปลา เพื่อดำเนินคดีกับพ่อเลี้ยง

ทางด้าน นายทวีศิลป์ ถาติ๊บ อายุ 56 ปี ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 9 ต.หาดล้า อ.ท่าปลา กล่าวว่า ในฐานะทั้งสองคนเป็นลูกบ้านตน อดที่จะสงสารไม่ได้ ปัจจุบันตนและชาวบ้านและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รวมเงินบางส่วนสร้างบ้านให้ตามสภาพที่เห็น เพราะเมื่อก่อนตอนมาอยู่ใหม่ๆ นั้น

เป็นบ้านอยู่กันแบบเพิงเก่าๆ ซึ่ง น.ส.ลวน เดิมเป็นคนอยู่แถวบ้านวังสีสูบ ต.งิ้วงาม อ.เมืองมาก่อน หลังจากได้มาอยู่กินกับ นายผ่าน สามีใหม่ พร้อมนำลูกสาวมาอยู่ด้วย เวลาพ่อเลี้ยงดื่มเหล้ามักจะทะเลาะชอบทำร้ายเมีย ล่าสุดได้ใช้มีดฟันแขนเลือดออกพร้อมขู่ห้ามไปบอกใคร ตนเคยแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าปลา มาระงับเหตุทุกครั้ง

เมื่อสองปีก่อนทางบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดอุตรดิตถ์เคยพาเด็กไปอยู่ด้วยเพื่อความปลอดภัยของเด็กเพราะสภาพบ้านไม่มิดชิด แต่แม่ได้ขอลูกกับมาอยู่บ้านเหมือนเดิมบอกเป็นห่วงและคิดถึงลูก

ล่าสุด สนง.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดอุตรดิตถ์และมีผู้เกี่ยวข้องในระดับตำบลและอำเภอได้ไปตรวจสอบเพื่อช่วยเหลือแล้วครั้งหนึ่ง และประมาณเดือนธันวาคมนี้ก็จะมาเยี่ยมครอบครัวนี้อีก เพื่อหาทางช่วยเหลือ ซึ่งวันนี้ทางตัวแทนจากแอดมินเพจอุตรดิตถ์ 24 ชั่วโมง ได้เดินทางมอบเงินช่วยเหลือจำนวน 3,000 บาทจากการจำหน่ายเสื้อเพื่อหารายได้ทำกิจกรรมการกุศล

สำหรับในกรณีคดีข่มขืนกระทำชำเรา ลูกเลี้ยงของนายผ่าน ยศต๊ะสา ทาง ร.ต.อ.ณัฐพงศ์ พรมมีเดช รอง สว.(สอบสวน) สภ.ท่าปลา เจ้าของคดี กล่าวว่า หลังจากแพทย์ รพ.ท่าปลา น.พ.นาวิน ศักดาเดช ได้ทำการตรวจภายใน พบรอยฉีกขาดบริเวณช่องคลอดและอาจจะผ่านการร่วมประเวณีแต่ยังไม่สามารถสรุปที่แน่นชัดได้ ต่อมาได้ส่งสถาบันนิติเวชวิทยา จ.พิษณุโลก เพื่อตรวจอีกครั้ง รอผลตรวจ จะใช้เวลา 1 เดือน

ในเบื้องต้นทางเจ้าที่ตำรวจ ได้จับกุมตัวไปเมื่อวันที่ 12 พ.ย.ที่บ้านหลังดังกล่าว ในข้อหา ข่มขืนกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 13 ปี ซึ่งอยู่ระหว่างฝากขังผลัดแรก 12 วัน ที่เรือนจำจังหวัดอุตรดิตถ์ เพื่อรอผลการตรวจจากสถาบันนิติเวชวิทยา จ.พิษณุโลกและจะได้รวบร่วมหลักฐานดำเนินคดีต่อไป ส่วนผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธ

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://www.sanook.com

ขอร่วมวงเป็นพยาน ! อดีตคนไข้สาวเห็นข่าวฉาวหมอสูติฯ เพิ่งรู้ตัวถูกล่วงละเมิด

ขอร่วมวงเป็นพยาน ความคืบหน้ากรณีหมอสูติฯ คนดังเมืองปากน้ำโพ ที่ตกเป็นผู้ต้องหาคดีข่มขืนคนไข้ภายในคลินิก เขตเทศบาลนครนครสวรรค์

ขอร่วมวงเป็นพยาน นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม พร้อมแพทย์หญิงของขวัญ ฟูจินิรันทร์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเรื่องสูตินรีเวช ได้ติดตามความคืบหน้าคดีและตรวจสอบคลินิกที่เกิดเหตุ เพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติม เนื่องจากไม่เชื่อว่าหมอคนดังจะเป็นผู้ก่อเหตุตามคำร้องทุกข์

ขอร่วมวงเป็นพยาน

ซึ่งหลังจากเหตุการณ์เมื่อวานทำให้ น.ส.ฟ้า (นามสมมติ) อดีตคนไข้รายหนึ่งเห็นข่าวแล้วติดต่อมายังทีมข่าว พร้อมเล่าถึงเหตุการณ์ว่าเมื่อ 2 ปีก่อน ได้เดินทางไปให้หมอรายนี้ตรวจภายใน โดยการตรวจในครั้งนั้นหมอได้ใช้นิ้วล้วงเข้าไปที่อวัยวะเพศนานร่วม 20 นาที พร้อมกับคลึงเต้านมตนไปด้วย ซึ่งยอมรับว่าตอนที่หมอกำลังทำอยู่นั้นทำให้ตนเกือบถึงจุดสุดยอดทางเพศ

แต่ตอนนั้นตนก็ไม่ได้คิดอะไร เนื่องจากคิดว่าเป็นเทคนิคการตรวจรักษาของหมอ จนกระทั่งมาเกิดเป็นข่าว พร้อมกับมีเพื่อนๆ โทรมาพูดคุยเกี่ยวกับข่าวเรื่องดังกล่าว เพราะเคยไปตรวจรักษากับนายแพทย์คนนี้เช่นเดียวกัน แล้วปรากฏว่าทุกคนต่างโดยตรวจแบบเดียวเหมือนกับตนหมด จึงเชื่อว่าไม่น่าจะเป็นเทคนิคการตรวจ น่าจะเป็นการถูกล่วงละเมิดทางเพศมากกว่า จึงตัดสินใจออกมาเผยเรื่องดังกล่าวให้ผู้สื่อข่าวได้รับรู้อีกด้าน

“เมื่อดูจากข่าวหลายวันที่ผ่านมา พบว่าในห้องมีการเปลี่ยนแปลงไปหลายอย่างทั้งเรื่องของประตูและการวางเตียง พร้อมให้รายละเอียดเพิ่มต่างจากที่หมอให้ข้อมูลกับนายอัจฉริยะ ทั้งเรื่องการยืนที่หมอบอกยืนปลายเตียงแต่กับของตนหมอยืนข้างเตียงและได้ล่วงละเมิดตนเอง

ทำให้ตนเองกังวลถึงเรื่องคดีที่จะมีผลในอนาคต เกรงว่าจะเอาผิดไม่ได้ พร้อมยันให้ตรวจสอบเรื่องของตนที่ออกมาไม่ได้อยากดังหรือเป็นข่าว แต่ต้องการให้สังคมรับรู้และแก้ไขพร้อมให้กับลังใจทนายนิด้าที่ออกมาช่วยเหลือเหยื่อหมอ แม้จะโดนสังคมโจมตีพร้อมยันให้การเป็นพยานและเรียกร้องให้หญิงสาวที่โดนหมดละเมิดออกมาช่วยกัน”

เรื่องคดีด้านคดีความทางทีมข่าวได้ติดต่อไปยัง สภ.เมืองนครสวรรค์ ได้รับคำตอบเพียงสั้นๆ ว่ากำลังรวบรวมคดีเนื่องจากเป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก พร้อมกับเร่งส่งสำนวนให้กับอัยการ หากสอบพยานหลักฐานครบก็จะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป ด้านกระแสที่จะโอนคดีให้กับทางกองปราบปรามต้องขึ้นอยู่กับผู้บังคับบัญชาแต่ปัจจุบันยังไม่มีคำสั่งเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

สยอง ผัวฆ่าหั่นศพเมียท้อง 6 เดือน แยกชิ้นส่วน แขน-ขา ออกจากร่าง

สยอง สามีชาวเขาเผ่าม้งก่อเหตุสลดฆ่าหั่นศพภรรยาสาวท้อง 6 เดือน ถูกรวบทันควันหลังขี่จยย.เผ่นหนีไปได้แค่ 2 ชม. แต่ยังคลุ้มคลั่งให้การวกวน

สยอง สภ.หล่มเก่า ได้รับแจ้งมีเหตุฆ่ากันตาย ที่บ้านหลังหนึ่ง หมู่ 14 บ้านทับเบิก ตำบลวังบาล อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านชั้นเดียวขัดแตะฝาด้วยไม้ไผ่ สร้างแบบบ้านชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง พบศพหญิงสาวถูกฆ่าหั่นศพแยกชิ้นส่วน แขน และ ขา ออกจากร่าง ทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือ นางสาวดาวใจ อายุ 22 ปี ชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง ซึ่งกำลังตั้งท้องได้ราว 6 เดือน

สยอง

ส่วนผู้ลงมือก่อเหตุเป็นสามีผู้เสียชีวิต ทราบชื่อ นายชิงชัย อายุ 25 ปี ชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง ที่ใช้อาวุธมีดทำร้ายร่างกายภรรยาแล้วลงมือหั่นแยกชิ้นส่วน

หลังก่อเหตุได้ขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีออกจากหมู่บ้าน โดยหนีไปได้เพียง 2 กิโลเมตร ถูกตามจับกุมตัวได้ โดยอยู่ในอาการคลุ้มคลั่ง ยังให้การวกวน

เบื้องต้น คาดว่าสาเหตุที่ลงมือฆ่าภรรยาสาวน่าจะมาจากความหึงหวง แต่คงต้องรอให้นายชิงชัย สงบสติอารมณ์เสียก่อนจึงจะทราบสาเหตุที่แท้จริง

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่จะนำตัว นายชิงชัย ไปตรวจปัสสาวะเพื่อหาสารเสพติดอีกด้วย

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://www.sanook.com

ตำรวจหนุ่ม ขับรถเก๋งหลับ ในพุ่งชนเสาไฟ

ตำรวจหนุ่ม เพิ่งบรรจุใหม่ รถเก๋งเสียหลักพุ่งชนเสาไฟ ก่อนพลิกคว่ำหงายท้องชี้ฟ้า

พบเป็น 2 ตำรวจหนุ่ม เพิ่งจบและบรรจุเข้าข้าราชการ เกิดหลับในระหว่างทางขับรถกลับบ้านตำรวจหนุ่ม เพิ่งบรรจุใหม่ (5 พ.ย.) เมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา ศูนย์วิทยุนเรนทร 1669 สุรินทร์ ได้รับแจ้งอุบัติเหตุรถพลิกคว่ำ มีคนแจ้งขอความช่วยเหลือ พบผู้ได้รับบาดเจ็บติดอยู่ในซากรถ บริเวณทางหลวงชนบทปราสาท-ทุ่งมน ต.ปราสาททะนง อ.ปราสาท หลังจากได้รับแจ้งเหตุแล้ว ได้ประสานรถพยาบาลฉุกเฉินโรงพยาบาลปราสาท อาสากู้ภัยกังแอน วีอาร์กู้ชีพ จุดอำเภอปราสาท เดินทางไปยังบริเวณที่เกิดเหตุ ที่ถนนทางหลวงชนบทสาย 3011

ตำรวจหนุ่ม

ทันทีที่ไปถึงเจ้าหน้าที่อาสากู้ชีพได้นำอุปกรณ์ตัดถ่างค้ำยัน ออกไปให้การช่วยเหลือผู้ติดภายในรถยนต์นิสสัน มาร์ช สีดำ อยู่ในสภาพเสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้าส่องสว่างข้างถนน พลิกคว่ำหงายท้องลงข้างทาง โดยมีคนขับและคนนั่งข้างได้บาดเจ็บ 2 คน คนนั่งข้างคนขับติดภายในรถ ถูกซากหนีบบริเวณขาท่อนล่างทั้ง 2 ข้าง ร้องขอความช่วยเหลือ

อาสาสมาคมวีอาร์กู้ชีพสุรินทร์ จุด อ.ปราสาท ได้นำอุปกรณ์ตัดถ่างค้ำยัน เข้าให้การช่วยเหลือใช้เวลาประมาณ 20 นาที จึงสามารถช่วยเหลือนำผู้บาดเจ็บที่ติดภายในออกมาได้ ทราบชื่อคนติดภายใน คือ สิบตำรวจตรียุทธนา อายุ 26 ปี รับราชการตำรวจอยู่ที่ สภ.ทุ่งมน อ.ปราสาท

ขณะที่คนขับรถสามารถคลานออกมาจากตัวรถด้วยตนเองได้ ทราบชื่อคือ สิบตำรวจตรียุทธพงศ์ อายุ 26 ปี ได้บาดเจ็บเล็กน้อย โดยนายตำรวจทั้ง 2 นาย สังกัด สภ.ทุ่งมน อ.ปราสาท เพิ่งจบการศึกษาและบรรจุรับราชการเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา

สำหรับอุบัติเหตุในครั้งนี้ คนขับรถบอกว่ากำลังขับรถเดินทางกลับจากตัวเมืองสุรินทร์ แต่เกิดอาการหลับใน ทำให้รถเสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้าพลิกคว่ำลงข้างทาง ฟื้นสติมารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่ได้ยินเสียงเพื่อนตะโกร้องขอความช่วยเหลือและพบว่าติดภายในซากรถ จึงได้โทรแจ้งหน่วยกู้ชีพโรงพยาบาลปราสาท เข้าให้การช่วยเหลือเร่งนำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาล

พ.ต.ท.ทรงจักร วงศ์พรหม พนักงานสอบสวนเวร สถานีตำรวจภูธร ปราสาท ได้เจ้าตรวจสอบและบันทึกภาพลงบันทึกประจำวันไว้แล้วและหลังจากนั้นจะได้เรียกคนขับมาเพื่อสอบถามหาสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุที่แท้จริง และแจ้งข้อกล่าวหาโดยมีทรัพย์ของทางราชการได้รับความเสียหาย

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://www.sanook.com

คลิปเหยื่อเพียบ ! แฉหนุ่มติดกล้องที่รองเท้า แอบถ่ายใต้กระโปรงสาวม.ดัง นาน 3 ปี

คลิปเหยื่อเพียบ จากกรณีเฟซบุ๊กของนักศึกษาหญิงรายหนึ่ง โพสต์ข้อความเกี่ยวกับเหตุการณ์ชายแอบถ่ายใต้กระโปรงผู้หญิงด้วยกล้องติดกับรองเท้า

คลิปเหยื่อเพียบ ภายในมหาวิทยาลัยชื่อดังย่านรังสิต โดยให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า คนร้าย สารภาพว่าเคยเป็นนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ รวมถึงได้ก่อเหตุดังกล่าวมากว่า 3 ปีแล้ว รวมถึงเคยถูกจับ แต่กลับมาก่อเหตุดังกล่าวอีกครั้ง

คลิปเหยื่อเพียบ

“วันนี้ตอนพักเที่ยง เรายืนรอแฟนอยู่หน้าเซเว่นโรงอาหาร… พอแฟนเดินออกมาก็เห็นผู้ชายคนนึงยืนอยู่ข้างหลังเรา ที่รองเท้ามีแสงสะท้อนเหมือนติดกล้องแอบถ่าย แฟนเราเข้ามาถามว่าทำอะไร มันรีบวิ่งหนี ดูมีพิรุธ เลยวิ่งตามไปจนจับได้ มันใส่รองเท้าผ้าใบสีดำ เจาะรู มีกล้องแอบถ่ายซ่อนอยู่ มันเคยเป็นนักศึกษา…คณะวิทย์ แต่โดนไทร์ ตอนนี้พักอยู่หอพัก…ใครพักหอเดียวกับมัน แล้วอยากรู้รายละเอียดเพิ่มเติมทักมาได้นะคะ”

“นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มันทำ มันสารภาพว่าทำตั้งแต่ 3 ปีที่แล้ว เคยโดนจับแล้วด้วย แต่ก็ไม่เข็ด ถึงทุกๆคน อย่าคิดว่าเรื่องแอบถ่ายเป็นเรื่องไกลตัว นี่ก็เคยโดนเตือน แต่ก็คิดมาตลอดว่ามันคงไม่เกิดกับเราหรอก หลังจากนี้จะคอยระวังตัวเองให้มากกว่านี้ นี่ได้ยินว่าเพิ่งมีแอบถ่ายในห้องน้ำที่เอสซีไป แล้วก็เคยมีที่… … ด้วย ไม่มีที่ไหนปลอดภัยจริงๆ ขอบคุณพี่วินมอไซค์ และทุกๆคน ที่เข้ามาช่วยเหลือ ช่วยแชร์เป็นอุทาหรณ์ด้วยนะคะ ใครมีความรู้ด้านกฎหมาย มีอะไรแนะนำด้วยนะคะ”

“เราเห็นคลิปในกล้องมันแล้ว มีคนโดนมันแอบถ่ายเยอะมากๆ มันเดินไปทั่วโรงอาหารเลยอ่ะ”

ขอบคุณแหล่งที่มา     https://www.sanook.com

พม่าโหดเพื่อนติดเงิน 180 บาท ตามทวงหวังซื้อเหล้าแต่ไม่ได้

พม่าโหดเพื่อนติดเงิน 180 บาท ก็ถูกบาดคอได้ พม่าโหดโมโหเพื่อนติดเงินค่าสนุกเกอร์ ตามมาทวงเงินแค่ 180 บาท หวังเอาไปซื้อเหล้ากินแต่ไม่ได้ ชักมีดปาดคอเพื่อนดื้อๆ

พม่าโหดเพื่อนติดเงิน 180 บาท วันที่ 29 ตุลาคม 2561 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์วิทยุ 191 สถานีตำรวจภูธรปากน้ำปราณ รับแจ้งเหตุ มีคนงานชาวเมียนมาถูกเพื่อนชาติเดียวกันใช้มีดปาดคอได้รับบาดเจ็บสาหัส ที่บริเวณโรงงานต้มปลาจิ้งจั้งตากแห้ง จึงวิทยุแจ้งเจ้าหน้าที่สายตรวจไปตรวจสอบพร้อมประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิสว่างแผ่ไพศาลธรรมสถานปราณบุรี

พม่าโหดเพื่อนติดเงิน

โดยจุดเกิดเหตุอยู่ด้านข้างห้องพักคนงาน เจ้าหน้าที่พบชายสัญชาติเมียนมา ชื่อนายโทน เลน อ่าว อายุ 27 ปี นั่งอยู่ที่เปล ไม่สวมเสื้อ ใส่กางเกงขาสั้นลายสก็อต สภาพอิดโรยอ่อนแรง ตัวซีด จากการเสียเลือดมาก ตรวจสอบที่บริเวณลำคอมีบาดแผลถูกของมีคมบาดยาว ประมาณ 10 ซม. มีเลือดไหลตลอดเวลา เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องช่วยปฐมพยาบาลเบื้องต้น และพยายามห้ามเลือดให้หยุดไหลก่อนจะรีบเคลื่อนย้ายคนเจ็บส่งโรงพยาบาลปราณบุรีให้แพทย์ทำการรักษาเป็นการด่วน

นายมิว เพื่อนชาวเมียนมาที่เห็นเหตุการณ์ เล่าให้ฟังว่า ตนนอนเล่นอยู่บนเปลข้างๆ นายโทน ซึ่งเปลผูกอยู่ห่างกันประมาณ 4 เมตร ต่อมาเห็นเพื่อนชาวเมียนมาซึ่งทำงานเป็นลูกเรือประมงอวนลาก ขี่รถซาเล้งมาด้วยกัน 2 คนแล้วมาจอดรถไว้ข้างหน้าหอพัก

จากนั้นมีชายตัวเล็ก ลักษณะผอม เดินตรงเข้ามาหานายโทน พร้อมทวงเงินที่นายโทนติดหนี้ค่าสนุกเกอร์ 180 บาทไว้เมื่อหลายวันก่อน เพื่อหวังเอาเงินไปซื้อเหล้า แต่นายโทนบอกว่าไม่มีเงินเพราะพึ่งไปกินเหล้ามาหมดเหมือนกัน ทำให้คนมาทวงเงินโมโห ทำท่าจะต่อยกัน ตอนนั้นตนก็ไม่ได้สนใจเพราะคิดแค่ว่ามาทวงเงินเท่านั้น

กระทั่งสักพักชายคนทวงเงินก็เดินไปขึ้นรถจักรยานยนต์ซาเล้งแล้วขับออกไปตนเลยหันไปมองนายโทนก็ต้องตกใจเพราะเห็นนายโทนนั่งอยู่ในสภาพเลือดไหลท่วมตัว ตนจึงรีบวิ่งไปบอกนายจ้างให้มาช่วย พร้อมให้โทรศัพท์แจ้งตำรวจด้วย ทั้งนี้ในเบื้องต้นทราบว่า ผู้ก่อเหตุเป็นลูกเรืออวนลาก เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเร่งติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com