กองปราบรวบหนุ่มแค้นฝังใจ ใช้ปืนยิงแก๊งวงเหล้าดับ 1 ศพ ฉุนถูกมองหน้า

กองปราบรวบหนุ่มแค้นฝังใจ ตำรวจกองปราบปราบตามรวบหนุ่มสุโขทัย ร่วมมือกับพวกใช้อาวุธปืนยิงคนเสียชีวิต ฉุนเพราะถูกมองหน้าระหว่างนั่งดื่มเหล้า

กองปราบรวบหนุ่มแค้นฝังใจ เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม จับกุม นายสุวิทย์ อายุ 32 ปี ชาว จ.สุโขทัย ตามหมายจับศาลจังหวัดสมุทรปราการ โดยจับกุมได้ที่บริเวณหมู่บ้านสวัสดิการ กทม.ซอย 2 ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี

กองปราบรวบหนุ่มแค้นฝังใจ

การจับกุมดังกล่าว สืบเนื่องจาก นายสุวิทย์ กับพวกอีก 3 คน ได้นั่งดื่มเหล้ายาดองกันอยู่ภายในร้านยาดองใน อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ

หลังจากนั้นมีกลุ่มผู้ตายประมาณ 7-8 คน ได้เข้ามานั่งดื่มเหล้าอยู่บริเวณใกล้กันและได้เกิดการมองหน้ากัน ทำให้กลุ่มผู้ตายไม่พอใจและเดินเข้ามาหาเรื่องกลุ่มของนายสุวิทย์ แต่เนื่องจากมีพรรคพวกน้อยกว่า จึงรีบออกมาจากร้านยาดองดังกล่าว และกลับไปเอาอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ติดตัวมาด้วยเพื่อมาแก้แค้น

เมื่อกลุ่มพวกตนขี่รถมอเตอร์ไซค์ 2 คัน ซ้อนท้ายกันมาถึงบริเวณที่เกิดเหตุภายในซอยไม่มีชื่อใกล้โรงปูนนกอินทรี พบผู้ตายขี่รถมอเตอร์ไซค์สวนทางมาพอดีจึงได้ชักอาวุธปืนยิงไป 1 นัด ทำให้ผู้ตายเสียชีวิตในที่เกิดหลังจากนั้นกลุ่มพวกตนได้แยกย้ายกันหลบหนี ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมตัวพวกที่ก่อเหตุได้ 2 คน ซึ่งก็เหลือตนเองอีกคนและมาถูกจับดังกล่าวนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางพลี จว.สมุทรปราการ ดำเนินคดีต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com…

สุดเหี้ยม ยิงจ่อหัวเด็กหนุ่มหน้าตาดีวัย 16 ปี ศพโผล่ลำห้วย

สุดเหี้ยม คนร้ายจ่อยิงขมับ หนุ่มปวช. ปี 1 วัย 16 ปี ก่อนลากศพทิ้งลำห้วยกลางสวนปาล์ม ขณะที่ญาติแจ้งหายไปหลายวัน ตำรวจตั้งปมสังหาร 2 ประเด็น

สุดเหี้ยม เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ทุ่งตะโก รับแจ้งเหตุพบศพ ที่หมู่ที่ 7 ต.ทุ่งตะไคร อ.ทุ่งตะโก จ.ชุมพร ที่เกิดเหตุใจกลางสวนปาล์มขนาดใหญ่ ริมถนนสายเขาสวนทุเรียน – สถานีรถไฟเขาสวนทุเรียน เป็นถนนลูกรังเข้าไปในสวนปาล์ม

สุดเหี้ยม

ในลำห้วยกลางสวนปาล์มพบร่างของ นายไกรสร หรือ นายกล้า อายุ 16 ปี นักศึกษาสาขาช่างยนต์ ระดับปวช. ปี 1 วิทยาลัยแห่งหนึ่ง ลอยคว่ำหน้าในห้วย สภาพศพสวมชุดเสื้อช็อปกางเกงสีน้ำเงิน เป็นชุดช่างยนต์ของวิทยาลัย ศพยังสวมรองเท้าผ้าใบสีดำ จึงนำร่างขึ้นจากน้ำไปชันสูตรพลิกศพที่ รพ.ทุ่งตะโก พบบาดแผลถูกยิงที่ขมับด้านขวาด้วยกระสุนปืน ขนาด .38 จำนวน 1 นัด คาดว่าตายมานานกว่า 2 วัน

จากการสอบสวน นายประดิษฐ อายุ 41ปี อาชีพรับจ้าง ผู้พบศพคนแรก ได้การว่า ในช่วงค่ำได้ขี่รถจยย.ผ่านลำห้วย ก่อนจะสังเกตเห็นร่างศพลอยในน้ำ ที่ศีรษะมีเลือดแห้งติดอยู่รีบแจ้งตำรวจ สันนิษฐานว่านายไกรสร หรือ กล้า น่าจะถูกคนร้าย จ่อยิงด้วยปืนขนาด.38 ในสถานที่ไม่ไกลจากจุดที่พบศพ แล้วนำศพโยนทิ้งลำห้วย จนศพเริ่มขึ้นอืดลอยขึ้นมาจนมีผู้มาพบศพ

สอบถาม ด.ช.เกมส์ อายุ 14 ปี น้องชายของนายกล้า ได้การว่า บ้านของครอบครัวอยู่ห่างจากที่เกิดเหตุเพียง 1 กม. เท่านั้น มีพ่อแม่และ ลูก 3 คน นายไกรสร เป็นลูกคนกลาง เมื่อวันศุกร์ ที่ 18 ม.ค. 62 ที่ผ่านมาในช่วงเย็น หลังจากเลิกเรียนจากวิทยาลัยซึ่ง ห่างจากบ้าน 25 กม. ปกตินายกล้าจะกลับบ้านพร้อมพี่ชายที่เรียนที่เดียวกัน แต่วันนี้พี่ชายได้ขอแยกไปกินหมูกระทะในตลาดหลังสวน

นายกล้าจึงข้อความผ่านเฟซบุ๊กมาบอกตนว่าซ้อนจยย.เพื่อนมาลงที่สี่แยกเขาปีป อ.ทุ่งตะโก และได้ซ้อนรถจยย.เพื่อนอีกคนให้มารับ เพื่อจะไปลงหน้าวัดเขาปีป ทางเข้าบ้าน หลังจากนั้นก็เงียบหายไป และไม่สามารถติดต่อได้ ตนเองจึงประกาศลงในเฟซบุ๊กในเพจแจ้งเหตุชุมพร ตั้งแต่เมื่อช่วงเช้าวันเสาร์ จนกระทั่งมีผู้แจ้งว่าพบเป็นศพ ในช่วงกลางคืนวันอาทิตย์

สำหรับ นายไกรสร หรือ นายกล้า เป็นเด็กที่นิสัยดี ตั้งใจเรียนไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดหรือ เรื่องผิดกฎหมาย ไม่เคยมีเรื่องทะเลาะกับใคร เพียงแต่เป็นผู้ที่มีนิสัยไม่ยอมคน อีกทั้งรูปร่างค่อนข้างใหญ่ ผิดจากวัยรุ่นในอายุเดียวกัน

สันนิษฐานว่าคนร้ายน่าจะเป็นคนที่อยู่กับผู้ตายเป็นคนสุดท้าย คนร้ายกับผู้ตายน่าจะมีข้อขัดแย้งกันในบางประเด็นหลังจากที่พูดจาตกลงกันไม่ได้ คนร้ายได้ใช้ปืนจ่อยิงที่ศีรษะในระยะเผาขนจนผู้ตายจนเสียชีวิต แล้วนำศพไปโยนทิ้งไว้ในลำห้วยภายในสวนปาล์ม

สำหรับสาเหตุการฆ่ากันอย่าเหี้ยมโหดในครั้งนี้ ตั้งข้อสันนิษฐานไว้อยู่หลายประเด็นด้วยกัน 1 เรื่องความขัดแย้งที่ผู้ตายอาจจะไปรู้เห็นเรื่องผิดกฎหมายในพื้นที่ หรือข้อขัดแย้งทางด้านชู้สาวเนื่องจากผู้ตายเป็นเด็กวัยรุ่นที่มีรูปร่างหน้าตาดี อาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับหญิงสาวที่มีเจ้าของและตกลงกันไม่ได้ ซึ่งจะได้ติดตามคลี่คลายหาสาเหตุและจับกุมตัวคนร้ายต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

สีกากีฉาวอีก ! สาวแจ้งจับ “ดาบตำรวจ” อ้างหาข่าวยาเสพติด

สีกากีฉาวอีก ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.นิด (นามสมมติ) อายุ 31 ปี ชาวบ้านใน อ.หนองหาน ร้องเรียนกับผู้สื่อข่าวว่า ถูกนายดาบตำรวจนายหนึ่งสังกัด

สีกากีฉาวอีก สภ.หนองหาน จ.อุดรธานี หลอกล่อไปกระท่อมปลายนาในถนนเปลี่ยวทางลัดไปวัดกุศลไพบูลย์ ต.หนองเม็ก อ.หนองหาน เหตุเกิดเมื่อวันที่ 27 ธ.ค. 61 ที่ผ่านมา ก่อนทำการลวนลามและจะข่มขืน

น.ส.นิด ผู้เสียหายกล่าวว่า วันเกิดเหตุคือวันที่ 27 ธ.ค.ประมาณ 18.00 น.ขณะที่ตนเองเดินทางจะกลับบ้านหลังจากปิดร้านทำป้ายไวนิลที่บ้านหนองเม็ก หมู่ที่ 13 ต.หนองเม็ก อ.หนองหาน จ.อุดรธานี ขับรถจยย.ไปยังบ้านหนองแปลนประมาณ 2 กม.พอมาถึงครึ่งทางได้มีโทรศัพท์ของดาบตำรวจนายนี้โทรเข้าหาแล้วถามว่าอยู่ไหน

สีกากีฉาวอีก

ตนบอกว่ากำลังจะกลับบ้าน จากนั้นดาบตำรวจนายนี้ก็ขับรถมาหาแล้วบอกว่า จะสอบถามข้อมูลยาเสพติดหน่อยให้ตามมา และดาบตำรวจนายนี้ก็พาไปในถนนทางเปลี่ยวทางลัดไปวัดกุศลไพบูลย์ และมาจอดที่กระท่อมนาห่างจากหมู่บ้าน

น.ส.นิด กล่าวต่อไปว่า จากนั้นดาบตำรวจรายนี้ก็ถามว่าคนนั้นคนนี้ในบ้านหนองเม็กเกี่ยวข้องยาเสพติดไหม ตนก็บอกไปว่าไม่รู้ เพราะตนไม่ยุ่งกับยาเสพติด สักพักความหื่นของดาบตำรวจรายนี้ก็ออกลาย เมื่อเขาดึงแขนตนมานั่งที่กระท่อมนาและพยายามจะลวนลาม

ตนตกใจก็บอกว่า พี่เราไม่รู้จักสนิทชิดเชื้อกันพี่มาทำอย่างนี้ไม่ได้ หนูมีสามีแล้ว เขาก็บอกว่าไม่เป็นไรขอกอดหน่อยและพยายามจะถอดเสื้อและกางเกงตน แต่ตนก็ดึงเอาไว้และตั้งสติใช้ไหวพริบไม่ร้องเอะอะ เขาให้ทำอะไรก็พยายามตามใจเขาสักพัก

เขาก็ถอดเสื้อผ้าตัวเองออกและบอกให้ตนช่วยสำเร็จความใคร่ให้จนสำเร็จไป 1 ครั้ง ช่วงนั้นพอดีมีรถมอเตอร์ไซค์ของชาวบ้านผ่านเส้นทางนั้นพอดี เขาจึงรีบลุกขึ้นแล้วขับรถจยย.ไปอย่างรวดเร็ว ตนก็รีบขับรถจยย.กลับบ้านไปเล่าให้น้าและยายฟัง

ตอนแรกตนเองก็กลัวเพราะเห็นเป็นตำรวจไม่กล้าแจ้งความ แต่มาคิดอีกที หากปล่อยให้ตำรวจนายนี้ไป เขาอาจจะไปทำกับผู้หญิงคนอื่นอีกก็ได้ จึงตัดสินใจเดินทางไปแจ้งความกับพนักงานสอบสวนที่สภ.หนองหาน เมื่อวันที่ 13 ม.ค.ที่ผ่านมา

โดยตำรวจได้เรียกตนเองไปสอบปากคำและแจ้งว่าดาบตำรวจนายนี้รับสารภาพแล้ว พร้อมกับแจ้งข้อหาอนาจารเพียงข้อหาเดียว และทางตำรวจจะพาไปชี้จุดเกิดเหตุทำแผนประกอบคำรับสารภาพในวันนี้เวลา 14.30 น. แต่ต่อมาร้อยเวรเจ้าของคดีกลับมาบอกว่า

ตำรวจนายนี้ให้การปฏิเสธและเรียกตนเข้าไปสอบถามปากคำเพิ่มเติม ตนมองว่าข้อหาอนาจารอย่างเดียวคงไม่พอ อยากให้เพิ่มข้อหาพยายามข่มขืนด้วย

ผู้สื่อข่าวถามว่า เคยรู้จักหรือสนิทกับดาบตำรวจนายนี้แค่ไหน น.ส.นิด บอกว่าไม่สนิทเลย แค่รู้จักในกลุ่มเพื่อนเท่านั้น เคยนั่งทานข้าวด้วยกันไม่กี่ครั้ง แต่มีเพื่อนกลุ่มใหญ่อยู่ทุกครั้ง และเขาเอาเบอร์ตนจากกลุ่มเพื่อน เหมือนพยายามจะมาจีบ แต่ตนไม่เล่นด้วยเพราะมีสามีแล้ว

และเขาก็มีภรรยาอยู่แล้ว ตอนนี้ตนอยากให้ผู้บังคับบัญชาของดาบตำรวจนายนี้ลงมาดูคดีและดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เพราะหากปล่อยไว้เขาอาจจะไปทำกับผู้หญิงคนอื่นๆ อีกก็ได้ เพราะรู้ว่าเขามีประวัติแบบนี้มาหลายครั้งแล้วแต่ผู้หญิงไม่กล้าไปแจ้งความดำเนินคดี เพราะเขาเป็นตำรวจและบอกว่ามีคนรู้จักเยอะ

หลังจาก ร.ต.อ.อภิวุฒิ ลีโพนทอง รองสารวัตร (สอบสวน) ได้สอบสวนผู้เสียหายแล้ว ได้นำตัวผู้เสียไปชี้จุดที่เกิดเหตุ ผู้เสียหายบอกจะเอาเรื่องถึงที่สุด ถึงแม้ว่ามีการติดต่อไกลเกลี่ยก็ไม่ยอม

ทางด้าน พ.ต.อ.เชี่ยวชาญ มีชัย ผกก.สภ.หนองหาน บอกว่าจะให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย หากเป็นไปตามที่ถูกกล่าวหาก็จะเสนอให้ผู้บังคับบัญชาลงโทษทางวินัยด้วย

ขอบคุณแหล่งที่มา     https://www.sanook.com…

รวบหนุ่มใหญ่นามแฝง “ปกิต” ชำเราเด็กชายกว่า 70 ราย ถ่ายคลิปนับพัน

รวบหนุ่มใหญ่นามแฝง ที่กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (191) พล.ต.ต.สำราญ นวลมา ผู้บังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ

รวบหนุ่มใหญ่นามแฝง พ.ต.อ.สมบูรณ์ เทียนขาว ผกก.สายตรวจ บก.สปพ.ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุม นายปกิต สุนทรวราภาส อายุ 46 ปี พนักงานดูแลอพาทเมนต์ ที่ก่อเหตุล่อลวงเด็กชายกว่า 70 คน ไปข่มขืนอนาจาร และนำคลิปไปเผยแพร่ทางโซเชียลกลุ่มชายรักชาย

พล.ต.ต.สำราญ กล่าวว่า วันที่ 9 ม.ค.ที่ผ่านมา ได้มีผู้ร้องเรียนจากเพจเฟซบุ๊กชื่อว่า “ล่า” แจ้งข้อมูลร้องเรียนผ่านแฟนเพจ กองกำกับการสายตรวจแจ้งว่าได้มีผู้ใช้แอพพลิเคชั่นไลน์นามแฝงว่า “ปกิต” เผยแพร่ภาพลามกอนาจารเด็ก จึงมอบหมายให้ พ.ต.อ.สมบูรณ์ ผกก.สายตรวจ

รวบหนุ่มใหญ่นามแฝง

สปพ.สืบสวนหาข่าวร่วมกับ พ.ต.อ.อัครพล บุณโยปัษฎัมภ์ ผู้อำนวยการกองกิจการต่างประเทศและคดีอาชญากรรมระหว่างประเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ(DSI) กระทั่งทราบว่าบุคคลที่ใช้นามแฝงว่า “ปกิต” คือ นายปกิต (สงวนนามสกุล) พักอาศัยอยู่ที่อพาร์ทเมนต์แห่งหนึ่งย่านประชาชื่น

จากการเฝ้าดูพฤติกรรมพบ นายปกิต มักจะใช้ชีวิตอยู่กับเด็กชายในบริเวณที่พักอาศัยอยู่เป็นประจำ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องขออนุมัติศาลอาญา ออกหมายค้นที่ 49 /2562 ลงวันที่ 17 มกราคม 2562 เข้าค้นอพาร์ทเมนต์ที่นายปกิต

พักอาศัยอยู่ จากการตรวจค้นพบ นายปกิต แสดงตัวเป็นเจ้าของห้องห้องพักไม่ติดเลขที่ ตรงข้ามออฟฟิศ ภายในอพาร์ทเมนต์ไม่มีชื่อ ซอยเสริมสุข 2 แยก 3 ถนนประชาชื่น แขวงจตุจักร กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีตำหนิรูปพรรณตรงกันกับรูปที่ปรากฏในแอพพลิเคชั่นไลน์ที่ชื่อว่า “ปกิต”

จากการสอบสวนนายปกิต ให้การว่า เมื่อตนเองอายุประมาณ 23 ปี เริ่มมีความชื่นชอบเด็กชายที่ อายุประมาณ 13-17 ปี และรู้สึกมีอารมณ์อยากมีเพศสัมพันธ์ทางช่องทางทวารหนักหรือเป็นผู้ทำให้เด็กสำเร็จความใคร่ จึงได้เริ่มพฤติกรรมในการล่อลวงเด็กให้มามีเพศสัมพันธ์ด้วย

โดยมักจะชักชวนเหยื่อที่เป็นเด็กตามสถานที่สาธารณะต่างๆ เช่น สนามกีฬาไทยญี่ปุ่น-ดินแดง ,หอนาฬิกา ห้วยขวาง ,สวนรถไฟ และสวนจตุจักร

จากนั้นจะพาเหยื่อเข้าไปล่วงละเมิดทางเพศในห้องน้ำสาธารณะ มีวิธีการหลอกล่อให้เด็กมาร่วมเพศสัมพันธ์เพื่อแลกกับเงินในการเติมเงินเกมในโทรศัพท์ครั้งละ 100-200 บาท และรับว่ามีเพศสัมพันธ์กับเด็กมาแล้วกว่า 70 คน นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2552 โดยไม่เคยสวมใส่ถุงยางอนามัย

ผบก.สปพ. กล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบโทรศัพท์มือถือของนายปกิต พบว่า มีสื่อลามกอนาจารเพื่อใช้ในเผยแพร่ในสื่อออนไลน์จำนวน 2,816 ไฟล์ แยกเป็นภาพนิ่ง 1,848 ภาพ และคลิปวีดีโอกว่า 968 คลิป นายปกิต

ยังเป็นแอดมินกลุ่มไลน์ ของชายรักชายกว่า 10 กลุ่ม มีสมาชิกกว่า 500 คน เช่น กลุ่มเสือใบกลุ่ม,เกย์มัธยม ,กลุ่มเกย์ใต้,กลุ่มเด็กมอต้น,กลุ่มคนชอบเด็ก ,กลุ่มรักเด็กชาย ซึ่งจะมีเด็กที่ตกเป็นเหยื่อประมาณ 10 คน

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com…

ปิกอัพสับสน ถนนทางเบี่ยง ขับหลงเลนพุ่งชนประสานงา นอนเจ็บครวญอื้อ

ปิกอัพสับสน รถปิกอัพสับสนเจอถนนทางเบี่ยงระหว่างทาง ก่อนจะเผลอขับหลงเลน เป็นเหตุทำให้พุ่งชนประสานงาปิกอัพอีกคนอย่างจัง บาดเจ็บระนาด 5 ราย และพิตบูลอีกตัว

ปิกอัพสับสน เมื่อช่วงเที่ยงวันที่ผ่านมา พ.ต.ท.ธนพล ชูทอง รอง ผกก.สอบสวน สภ.แม่สอด จ.ตาก พร้อมด้วยหน่วยแพทย์ฉุกเฉินโรงพยาบาลแม่สอด และกู้ชีพกู้ภัยหลายสำนัก

เร่งไปให้ความช่วยเหลืออุบัติเหตุ บริเวณถนนสายตาก-แม่สอด หลักกิโลเมตรที่ 18 ตำบลแม่ปะ อำเภอแม่สอด มีผู้บาดเจ็บหลายราย

ปิกอัพสับสน

ที่เกิดเหตุเป็นถนนช่วงทางเบี่ยงให้รถวิ่งสวนทางกัน พบ รถปิกอัพโตโยต้า วีโก้ สีดำ ชนประสานงาเข้ากับ รถปิกอัพโตโยต้า วีโก้สีขาว สภาพด้านหน้าพังเสียหายทั้งสองคัน

มีผู้บาดเจ็บนอนร้องครวญคราง อาการสาหัส 5 คน ประกอบด้วยหญิง 1 คน ชาย 4 คน เจ้าหน้าที่กู้ภัยปฐมพยาบาลเบื้องต้นจากนั้นรีบนำส่งโรงพยาบาลแม่สอด

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ นายวัลลภ อายุ 42 ปี เป็นชาว จ.กำแพงเพชร ได้ขับรถปิกอัพสีดำพาญาติพี่น้อง 7 คน ไปเยี่ยมญาติที่ อ.แม่สอด และกำลังจะเดินทางกลับ จ.กำแพงเพชร เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ มีการเบี่ยงช่องจราจรเป็นช่องทางวิ่งสวนทางกัน

ในจังหวะนั้น รถปิกอัพ สีขาว ที่มี นายศุภวีรพี อายุ 47 ปี เป็นคนขับ และภรรยานั่งมาด้วย ลืมนึกว่าเป็นเลนถนนรถวิ่งสวนทางกัน ทำให้ขับเข้ามาในเลนเดียวกันด้วยความเร็ว

ก่อนจะเกิดชนกันประสานงากัน ทำให้คนที่นั่งมาในรถปิกอัพสีดำ บาดเจ็บ 4 คน และ ปิกอัพสีขาว เจ็บอีกคน นอกจากนี้ยังมีสุนัขพันธุ์พิทบูล พลัดตกรถได้รับบาดเจ็บอีกตัวด้วย

ขอบคุณแหล่งที่มา     https://www.sanook.com…

ฝรั่งซิ่งบิ๊กไบค์พุ่งชนรถตู้คว่ำ ร่างพุ่งเข้าไปตาย 2 ศพในรถ แถมทับหนุ่มญี่ปุ่น

ฝรั่งซิ่งบิ๊กไบค์พุ่งชนรถตู้คว่ำ เกิดอุบัติเหตุ ชาวต่างชาติขี่รถบิ๊กไบค์ชนกับรถตู้ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย บาดเจ็บ 1 คน

ฝรั่งซิ่งบิ๊กไบค์พุ่งชนรถตู้คว่ำ ร.ต.อ.หญิงวิวรรธน์ นาคลดา รองสารวัตร (สอบสวน) สน.ลุมพินี รับแจ้งเหตุรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ชนกับรถตู้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต บริเวณปากซอยมหาดเล็กหลวง2 ถนนราชดำริ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน จึงแจ้งผู้บังคับบัญชาและเดินทางเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมเจ้าหน้าที่สายตรวจ เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ฝรั่งซิ่งบิ๊กไบค์พุ่งชนรถตู้คว่ำ

ในที่เกิดเหตุบริเวณปากซอยมหาดเล็กหลวง2 ใกล้เคียงกับสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสราชดำริ ฝั่งขาออก พบ รถจักรยานยนต์ บีเอ็มดับเบิลยู เอส 1000 เอ็กซ์อาร์ สีบรอนซ์เงิน เลขทะเบียน 7กฬ4093 กรุงเทพ สภาพพังเสียหายยับเยิน ล้อหน้าแตก ใกล้กันพบรถตู้ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นเวนทรูรี่ สีขาว เลขทะเบียน ฮษ3560 กรุงเทพ พลิกตะแคงข้างด้านขวา

ส่วนประตูห้องโดยสารด้านซ้ายยุบเสียหาย กระจกหน้าแตกพัง ภายในห้องโดยสารรถตู้ แถวที่ 2 พบผู้ได้รับบาดเจ็บและผู้เสียชีวิต นอนทับกันอยู่จำนวน 3 ราย อาสาสมัครเร่งนำตัวคนเจ็บ 2 รายส่งโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ทราบชื่อภายหลัง นายคริสเตียน โบโดรกี้ (krisztian bodrogi) อายุ 35 ปี สัญชาติฮังการี และ นายทัตสึโระ ทากาโอกะ อายุ 36 ปี ชาวญี่ปุ่น

ส่วนผู้เสียชีวิต เจ้าหน้าที่นำร่างออกจากซากรถ ทราบชื่อนายอดัม บาร็อค (adam balogh) อายุ 30 ปี สัญชาติฮังการี สวมเสื้อเชิ้ตลายสก๊อตสีแดง-น้ำเงิน กางเกงยีนส์ รองเท้าหนัง สะพายกระเป๋าเป๋สีดำที่หลัง มีบาดเจ็บบริเวณใบหน้า ลำคอ แขนขวาหักผิดรูป

จากการสอบสวน นายเพิ่มศักดิ์ อายุ 57 ปี คนขับรถตู้ ให้การว่า ตนขับรถตู้ให้เจ้านายชาวญี่ปุ่นกำลังเดินทางกลับเข้าที่พักภายในซอยดังกล่าว โดยให้สัญญาณไฟเลี้ยวขวา ก่อนจะมามีรถจักรยานยนต์คู่กรณีขับขี่มาอย่างรวดเร็ว พุ่งเข้าชนกลางตัวรถตู้ ทำให้รถเสียหลักพลิกคว่ำ เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตดังกล่าว

เบื้องต้น ทางเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้อง พร้อมประสานสถานทูตฮังการีประจำประเทศไทย เพื่อติดต่อญาติของผู้เสียชีวิตดังกล่าว ล่าสุด ทางโรงพยาบาลแจ้งว่า ผู้ได้รับบาดเจ็บอีกรายคือนายคริสเตียน โบโดรกี้ (krisztian bodrogi) ได้เสียชีวิตแล้ว ส่วน นายทัตสึโระ ทากาโอกะ ยังคงรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู

สำหรับผู้เสียชีวิตทั้งคู่ทำงานอยู่ที่บริษัทรับจองโรงแรม ประจำประเทศไทย ส่วนรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวมีชื่อ นายอดัม บาร็อค (adam balogh) อายุ 30 ปี เป็นผู้ครอบครอง จดทะเบียนเมื่อเดือนมี.ค.2561 โดยราคารถคันดังกล่าวอยู่ที่ 890,000 บาท

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com…

7 โจ๋ทรชนคอตก ไร้แววญาติยื่นประกันตัว สิ้นท่าคดีรุมโทรมเด็กวัย 13 คาโรงเรียน

7 โจ๋ทรชนคอตก หลังล่อลวงเด็กหญิงวัย 13 ปีไปรุมโทรม ตำรวจเตรียมนำตัวส่งฝากขังที่ศาล พร้อมสอบปากคำทั้งผู้เสียหายและผู้ต้องหาที่เป็นเยาวชน

7 โจ๋ทรชนคอตก ความคืบหน้ากรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ได้จับกุมเยาวชนและวัยรุ่นชาย ช่วงอายุตั้งแต่ 14-22 ปี จำนวน 7 คน หลังผู้ปกครองของ ด.ญ.เอม (นามสมมติ) อายุ 13 ปี

ได้เข้าแจ้งความว่า ทั้ง 7 คนได้ร่วมกันล่อลวงบุตรสาวไปรุมโทรมในห้องน้ำโรงเรียนแห่งหนึ่ง เมื่อช่วงกลางดึกวันที่ 28 ธันวาคมที่ผ่านมา โดยผู้ต้องหาที่เป็นเยาวชน 4 คน และผู้ต้องหาอีก 3 คน อายุเกิน 18 ปี

7 โจ๋ทรชนคอตก

โดยล่าสุดในขณะนี้ยังไม่มีญาติติดต่อยื่นขอประกันตัวกับผู้ต้องหาทั้ง 7 คนแต่อย่างใด ขณะที่ ร.ต.อ.ธงรัฐฐ์ เขียวสนาม รองสารวัตรสอบสวน สภ.บ้านกรวด เจ้าของคดี เตรียมนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ที่มีอายุเกิน 18 ปี ส่งฝากขังที่ศาลจังหวัดนางรอง ในวันพรุ่งนี้ (31 ธ.ค.)

พร้อมทั้งเตรียมประสานทีมสหวิชาชีพร่วมสอบปากคำ ทั้งเด็กหญิงที่เป็นผู้เสียหายและผู้ต้องหาที่ยังเป็นเยาวชนอีก 4 คนด้วย ที่สำนักงานอัยการจังหวัดนางรอง ซึ่งคาดว่าน่าจะได้นัดหมายเป็นวันที่ 4 มกราคมที่จะถึงนี้

ทั้งนี้ หลังหลังจากสอบปากคำเด็กหญิงผู้เสียหายและผู้ต้องหาแล้ว ได้ทำการสอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม เพื่อเป็นพยานหลักฐาน รวมทั้งรอผลตรวจร่องรอยการล่วงละเมิดจากทางโรงพยาบาบเพื่อประกอบสำนวนคดีด้วย อย่างไรก็ตามเบื้องต้นผู้ต้องหาทั้ง 7 คนถูกแจ้งข้อหาร่วมกันกระทำชำเราหญิงอื่นอันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิง ไว้ในเบื้องต้น

ขอบคุณแหล่งที่มา     https://www.sanook.com

คุณยกปืนใส่ผมทำไม เผยคลิปนาทีการ์ดรปภ.ถูกยิงดับโศกนาฏกรรมหน้าผับ 3 ศพ

คุณยกปืนใส่ผมทำไม ความคืบหน้ากรณียิงโหดเสียชีวิต 3 ศพ บาดเจ็บ 3 คน บริเวณด้านหน้าสถานบันเทิงกลางเมืองลำปาง

คุณยกปืนใส่ผมทำไม จากกรณีนายดำรงชัย วัย 39 ปี ชาวอำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง เกิดอาการหึงโหด ได้ใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม. กราดยิง นางสาวบุณยาพร อายุ 20 ปี

เหตุเกิดใกล้ผับชื่อดังแห่งหนึ่ง ในเขต ต.ชมพู อ. เมือง จ.ลำปาง โดยที่เกิดเหตุยังพบกับ การ์ด รปภ. ของผับดังกล่าว คือ นายวีระพงษ์ หรือ เจมส์ อายุ 39 ปี ถูกยิงเสียชีวิต บริเวณจุดเกิดเหตุ ก่อนฆ่าตัวตายรวม 3 ศพ และมีผู้บาดเจ็บ 3 คน ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

คุณยกปืนใส่ผมทำไม

ล่าสุด มีการเปิดเผยคลิปวิดีโอจากโทรศัพท์มือถือของการ์ดคนหนึ่งที่อยู่ในเหตุการณ์ บันทึกภาพตั้งแต่เดินออกจากผับผ่านถนนหมู่บ้านเวียงบัว ก่อนที่จะมาพบเห็นชายหญิงทั้งสองคนกำลังทะเลาะวิวาทกัน

บริเวณถนนฝั่งตรงข้าม หน้าร้านสะดวกซื้อ การ์ด รปภ. ได้ตะโกนถามว่า “คุณยกปืนใส่ผมทำไม” ก่อนที่นายดำรงชัยจะยกมือห้ามไม่ให้กลุ่มการ์ดเดินเข้ามา แล้วพูดว่าให้หยุด หลังจากนั้นเพียงเสี้ยวนาที นายดำรงชัยก็ได้ชักปืนออกมาปลดเซฟแล้วยิงไปยังกลุ่มการ์ดหลายนัด

จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ชุลมุน การ์ดบางส่วนวิ่งหนีตาย หลังจากนั้นยังมีเสียงตะโกนจากหลายคนบอกว่า เจมส์ถูกยิง จากนั้นก็มีเสียงกรีดร้องโหยหวน หลังจากพบว่ามีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต

ขอบคุณแหล่งที่มา     https://www.sanook.com

ฆ่าชิงทรัพย์สุดโหด 2 โจรลวงซ้อนท้ายลุงวิน จับแทงไม่ยั้งตายคาซอยเปลี่ยว

ฆ่าชิงทรัพย์สุดโหด 2 คนโจรย่านรังสิต ลวงลุงจักรยานยนต์รับจ้างให้ไปส่ง ก่อนพาเลี้ยวเข้าซอยเปลี่ยว

ฆ่าชิงทรัพย์สุดโหด เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา พ.ต.ท.สุวัฒน์ โพธิ์รี สว.สอบสวน สภ.ปากคลองรังสิต ได้รับแจ้งมีเหตุฆ่าชิงทรัพย์ บริเวณใต้สะพานทางด่วน ภายในซอยร่วมสุข ต.บ้านใหม่ อ.เมืองปทุมธานี จ.ปทุมธานี

ฆ่าชิงทรัพย์สุดโหด

หลังรับแจ้งจึงรุดไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.อ.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผกก.กก.สส.ภ.จว.ปทุมธานี พ.ต.อ.สรัลพัฒน์ ยศสมบัติ ผกก.สภ.ปากคลองรังสิต กำลังชุดสืบสวน แพทย์สถาบันนิติวิทยาศาสตร์กระทรวงยุติธรรม อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ในที่เกิดเหตุเป็นซอยตันและทางมืดเปลี่ยว มีป่าหญ้าคาขึ้นรกสองฝั่งถนน บริเวณพื้นถนนลูกรังพบร่างผู้เสียชีวิตเป็นชาย อยู่ในลักษณะนอนคว่ำ สวมเสื้อวินจักรยานยนต์รับจ้างสีส้ม เบอร์ 33 วินสะพานลอยวัดดอนเมือง สวมกางเกงยีนส์ขายาว ทราบชื่อต่อมาคือ นายนพดล หรือ ลุงหม่อง อายุ 54 ปี

จากการตรวจสอบสภาพศพมีบาดแผลถูกแทงด้วยอาวุธมีดเข้าที่หน้าอก 3 แผล ชายโครงซ้าย 1 แผล ชายโครงขวา 1 แผล เหนืออวัยวะเพศ 1 แผล และแผ่นหลังอีก 8 แผล เป็นเหตุให้เสียชีวิตทันที ภายในตัวยังพบเงินสดจำนวนหนึ่ง และข้างกันยังพบร่องรอยการต่อสู้และมีรอยเลือดหยดเป็นกอง ส่วนรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ สีน้ำเงิน-เทาของผู้ตายถูกคนร้ายขโมยไป

พยานที่อยู่ใกล้กับจุดเกิดเหตุ เปิดเผยว่า ตนได้ยินเสียงเอะอะโวยวาย คล้ายคนทะเลาะวิวาทกัน จึงส่องมองออกมาจากหน้าต่างก็พบว่า มีชาย 2 คน คนหนึ่งสวมใส่เสื้อสีดำแขนสั้น ส่วนอีกคนสวมใส่เสื้อคลุมสีดำแขนยาว ซ้อนท้ายรถวินจักรยานยนต์รับจ้างมา ก่อนที่จะจอดตรงที่เกิดเหตุ

โดยที่ชายที่นั่งซ้อนตรงกลางลงมาเพื่อปัสสาวะ ก่อนที่คนซ้อนท้ายจะเข้าล็อกคาลุงจักรยานยนต์รับจ้าง โดยที่เหยื่อพยายามร้องขอชีวิต “อย่าทำผมเลย!” กระทั่งเกิดการต่อสู้ทำร้ายกัน แล้วใช้อาวุธมีดจ้วงแทงเหยื่อไม่ยั้ง ทำให้ร่างล้มฟุบลงไปนอนกองกับพื้น

ต่อมาคนร้ายทั้ง 2 คน จึงชิงเอารถจักรยานยนต์ของเหยื่อ ขี่มุ่งหน้าปากซอยร่วมสุขอย่างรวดเร็ว โดยใช้เวลาก่อเหตุเพียงไม่นาน

ซึ่งจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียงกับจุดเกิดเหตุ สามารถจับภาพรถจักรยานยนต์ของผู้ตาย ขับขี่ซ้อนท้ายกันมา 3 คน โดยขี่เข้าไปในซอยตัน ประมาณไม่เกิน 2 นาที ก่อนที่รถจักรยานยนต์คันเดิมจะเสียหลักล้ม และคนร้ายทั้ง 2 คน จะขี่กลับออกมาอย่างรวดเร็ว

ขณะที่พยานอีกราย เปิดเผยว่า เมื่อเวลาประมาณ 21.10 น. ก่อนเกิดเหตุ พบเห็นผู้ตายขี่รถสวนทางกันไป บริเวณแยกสัญญาณไฟแดงหน้าวัดสีกันพุทธสยาม โดยมีผู้โดยสารซ้อนท้ายอีก 2 คน โดยสังเกตเห็นว่าคนซ้อนท้ายมีลักษณะตัวสูง แล้วเพิ่งมาทราบว่าเพื่อนถูกฆ่าชิงทรัพย์

ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าคนร้ายทั้ง 2 คนนั้น ได้มีการมาแวะรับขึ้นโดยสารระหว่างทาง เพราะที่วินจักรยานยนต์รับจ้างไม่มีเพื่อนร่วมอาชีพคนไหนพบว่ารับผู้โดยสารทั้ง 2 คนนี้มาจากท่า สำหรับผู้ตายนั้นมีนิสัยใจดี ชอบช่วยเหลือคนอื่น และมักจะออกมาวิ่งรถรับจ้างช่วงกลางคืน สำหรับค่าโดยสารหากมาจากเส้นดอนเมือง ก็ตกราคาประมาณคนละ 60 บาท

พ.ต.อ.สรัลพัฒน์ ยศสมบัติ ผกก.สภ.ปากคลองรังสิต เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ให้แพทย์สถาบันนิติวิทยาศาสตร์กระทรวงยุติธรรมตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียด ให้ชุดสืบสวนเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางเพื่อเร่งหาเบาะแสของคนร้ายเพื่อจับกุมตัว พร้อมให้อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งนำร่างผู้เสียชีวิตส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ร.พ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา     https://www.sanook.com

พี่สาวสุดทนคว้ามีดพร้า ปักอกน้องชาย เมาหยำเป-จอมหาเรื่อง

พี่สาวสุดทนคว้ามีดพร้า ปักอกน้องชาย ตัวคนเดียวขายไร่นาเงินได้มาซื้อเหล้ากินเมาหยำเปทุกวัน พ่ออายุ 90 กว่าก็ไม่สนใจดูแล

พี่สาวสุดทนคว้ามีดพร้า แทงสวนปักคาอกนอนตายลานดินหน้าบ้าน รับผิดหน้าตำรวจบอกไม่เสียใจเลยที่มันตายไป

เวลาประมาณ 18.00 น. พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ จันทรกานตานนท์ ผกก.สภ.ด่านขุนทด ได้รับแจ้งว่ามีเหตุบุคคลใช้มีดแทงกันตาย จึงได้สั่งการให้ พ.ต.ท.อรุณศักดิ์ วรรณโกษิตย์ รอง ผกก.สส. สภ.ด่านขุนทด พร้อมด้วย พ.ต.ท.สุชาติ จันทร์สังข์ สว.สอบสวน สภ.ด่านขุนทด และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยปริสุทโธ ฮุก 31 จุด อ.ด่านขุนทด รุดเข้าพื้นที่บริเวณบ้านหลังหนึ่ง ใน ต.สระจระเข้ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา

พี่สาวสุดทนคว้ามีดพร้า

พบมีชาวบ้านต่างมุงดูชายนอนหงายนิ่งเสียชีวิตอยู่บริเวณลานดินหน้าบ้านดังกล่าว โดยที่มีมีดพร้ายาวปลายแหลม ปักคาอยู่ที่อก และข้างๆ ยังพบร่องรอยกองเลือด จึงได้กันพื้นที่เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้มีส่วนเข้าใกล้ และเมื่อสอบถามเบื้องต้นทราบว่าผู้ตายนั้นชื่อนายสนิท อายุ 45 ปี ถูกนางสมหมาย พี่สาวแท้ๆ แทงเสียชีวิต

โดยผู้ต้องหาในการก่อเหตุครั้งนี้นั่งนิ่งด้วยอาการช็อกรอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่โดยไม่หนีไปไหน จากนั้นแพทย์จาก รพ.ด่านขุนทด ได้มาชันสูตรพลิกศพเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่เกิดเหตุ ก่อนที่จะให้เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัย นำร่างผู้เสียชีวิตไปพักไว้ยัง รพ.ด่านขุนทดต่อไป

พ.ต.ท.อรุณศักดิ์ วรรณโกษิตย์ รอง ผกก.สส.สภ.ด่านขุนทด ได้นำตัวนางสมหมาย มาสอบสวนเพิ่มเติมถึงสาเหตุของการก่อเหตุครั้งนี้ ซึ่งผู้ต้องหาได้สารภาพยอมรับผิดกล่าวว่าตนเองเป็นพี่สาวที่แท้จริงของนายสนิทผู้ตาย

โดยอาศัยอยู่บ้านหลังเดียวกันกับน้องชาย และตนเองยังต้องทำไร่ทำนาประกอบอาชีพอย่างหนักเพื่อจะได้มีเงินมาดูแลพ่อซึ่งอายุประมาณ 90 ปี ที่สุขภาพร่างกายไม่ค่อยดีดวงตาฝ้าฟางมองไม่เห็น ส่วนแม่ได้เสียชีวิตไปนานแล้ว

ก่อนหน้านี้พ่อแม่ได้แบ่งแยกที่ดินให้พี่น้องกันเรียบร้อยแล้ว แต่นายสนิทผู้ตายก็ได้ขายที่ดินนั้นเสียแล้วนำเงินมาใช้จ่ายส่วนตัวแถมยังชอบดื่มเหล้าเมาหยำเปประจำ

และบ่อยครั้งที่เมามาก็จะมาตบตีทำร้ายตนเองและยังพูดฟุ้งเสียใจที่ตนเองไม่มีที่ไร่นาเหมือนพี่ตน และยังจะมาขอที่ดินบ้านหลังดังกล่าวให้ได้ ตนเองนั้นอดทนกล้ำกลืนมานานนับหลายปีโดนตบตีประจำแจ้งความตำรวจก็บ่อย แต่น้องชายก็ไม่เคยหยุดหรือเปลี่ยนนิสัย

วันนี้ตนเองก็สุดทนเมื่อนายสนิทน้องชายดื่มเหล้าเมามาทั้งวันวิ่งเข้ามาตบหัวตน ด้วยความโมโหตนจึงวิ่งเข้าห้องไปคว้ามีดพร้าปลายแหลมยาวออกมาและวิ่งเสียบใส่เข้าหน้าอกของผู้ตายทันทีที่บริเวณลานดินหน้าบ้าน ขณะให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่บอกว่าไม่เสียใจเลยที่น้องชายเสียชีวิต

ขอบคุณแหล่งที่มา     https://www.sanook.com