หนุ่มกร่างโชว์มีดดาบใส่รถบนท้องถนน

หนุ่มกร่างโชว์มีดดาบใส่รถบนท้องถนน

หนุ่มกร่างโชว์มีดดาบใส่รถบนท้องถนน

หนุ่มกร่างโชว์มีดดาบใส่รถบนท้องถนน

หนุ่มหัวร้อนโชว์มีดดาบใส่รถบนท้องถนน ซึ่งโลกออนไลน์ได้พากันส่งต่อคลิปวีดีโอและวิพากษ์วิจารณ์ ถึงความไม่ปลอดภัย และความน่ากลัวบนท้องถนน

เผยคลิปวีดีโอจากกล้องหน้ารถคันหนึ่ง ที่ขับมาบนถนนสายบ้านเก่า-พานทอง อำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี เมื่อคืนวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่ามีรถกระบะ อีซูซุ ดีแมค สีเทา ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ขับปาดเข้ามาทางด้านซ้าย และคนขับก็เปิดกระจกถือวัตถุยาวๆ คล้ายกับมีดดาบในลักษณะข่มขู่ ก่อนจะขับปาดหน้า และใช้มีดดาบชี้มาที่คนขับรถที่มีกล้อง ซึ่งกล้องหน้ารถบันทึกพฤติกรรมของคนขับรถกระบะไว้ได้อย่างชัดเจน โดยเหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นในช่วงเวลาประมาณ 2 นาทีเศษๆ ซึ่งผู้ประสบเหตุได้นำไปโพสต์ในโลกออนไลน์ทำให้มีการส่งต่อและวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง

ทีมข่าวตรวจสอบไปที่เจ้าของรถคันที่มีกล้องซึ่งเป็นผู้หญิง ชื่อนางยุวดี อ้วนทา อายุ 25 ปี บอกว่าวันเกิดเหตุขับรถไปกับเพื่อนหญิงอีกคนเพิ่งกลับจากทานข้าว โดยขับมาในเลนขวาสุด มาถึงจุดหนึ่งมีรถรอเลี้ยวจึงเบี่ยงรถมาทางซ้าย ซึ่งอาจจะทำให้รถกระบะคู่กรณีที่แล่นมาไม่พอใจและขับเบียด จึงบีบแตรเป็นการให้สัญญาณเตือนแต่คนขับรถกระบะกลับเร่งเครื่องใส่จนควันดำ ตะโกนด่าว่า”มึงเก๋าเหรอ”พร้อมกับแสดงพฤติกรรมตามที่กล้องหน้ารถบันทึกภาพไว้ หลังเกิดเหตุด้วยความกลัวจึงรีบนำภาพไปแจ้งความบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ที่ สภ.พานทอง

สอบถามไปที่ พันตำรวจเอกภาสกร ทุนทรัพย์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรพานทอง บอกว่า หลังรับแจ้งความ ก็ได้ให้เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทาง เพื่อหาที่มาของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ส่วนคนขับรถกำลังหาทางตรวจสอบว่าเป็นใคร เพราะว่ารถกระบะที่ก่อเหตุไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน จึงเป็นอุปสรรคต่อการตรวจสอบ แต่ก็พยายามอยู่ โดยได้มีประชาสัมพันธ์ให้ผู้พบเห็นรถกระบะในคลิปหรือมีเบาะแสก็สามารถแจ้งได้ที่ สภ.พานทอง ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

อย่างไรก็ตาม ผู้กำกับการ สภ.พานทอง ยังบอกด้วยว่า ถ้าผู้ก่อเหตุเห็นข่าวก็ควรมามอบตัว เพราะโทษไม่ได้ร้ายแรงควรมาปรับความเข้าใจ เพราะคู่กรณีเป็นผู้หญิงและการใช้ดาบมาข่มขู่กันก็เป็นการกระทำที่ไม่สมควร แต่ถ้าไม่มามอบตัวทางตำรวจก็ต้องหาทางสืบสวนติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com