ครูโหดบุกบ้าน สาวใหญ่โน้มน้าวทำสัญญากู้เงิน คว้าอีเหน็บฟันเจ็บ 2 ราย

ครูโหดบุกบ้าน จากกรณีที่เกิดเหตุครูในชัยนาทบุกใช้มีดทำร้ายร่างกาย เจ้าของร้านขายวัสดุอุปกรณ์เคมีเกษตร

ครูโหดบุกบ้าน ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านที่เกิดเหตุเพื่อพบกับนางสุภาภรณ์ กลิ่นชะเอม เจ้าของร้านที่ถูกบุกใช้อาวุธมีดทำร้ายร่างกาย มีบาดแผลที่ใบหน้า ปาก ศีรษะ มือ และอีกหลายแห่ง ยังคงมีอาการเจ็บแผลที่ถูกเย็บจากการฟันและหวาดระแวงวิตกกังวลกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ด้านโดยนางสุภาภรณ์ กลิ่นชะเอม อายุ 44 ปี เปิดเผยว่า ชนวนเหตุที่ทำให้ครูรายนี้ก่อเหตุ คาดว่าน่าจะไม่พอใจ หลังจากที่มาขอให้ตนเองนั้นทำสัญญากู้เงินจำนวน 200,000 บาทกับตน แต่ตนปฏิเสธไป

ครูโหดบุกบ้าน

ซึ่งก่อนหน้านี้ตนเองได้กู้เงินจากธนาคารออมสินมา 100,000 บาท เพื่อมาลงทุนค้าขาย และได้ปรับสภาพหนี้ที่ศาลเหลือเงินที่ต้องใช้หนี้กับธนาคารอีก 80,000 บาท โดยมีนายบุญส่ง เป็นครูอยู่โรงเรียนแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ต.ห้วยกรด เป็นผู้ค้ำประกัน

โดยวันเกิดเหตุนายบุญส่งได้เดินทางมาที่บ้านเพื่อพูดคุย และขอร้องให้ตนเองทำสัญญากู้ยืมเงินกับนายบุญส่ง แต่ไม่บอกว่าเพื่ออะไร จากนั้นตนเองจึงเดินไปหยิบสัญญาเงินกู้ของธนาคารออมสินเพื่อมาให้นายบุญส่งดู แต่นายบุญส่งเดินตามเข้ามาในห้อง ตนเองจึงหันกลับไปถามว่าเดินตามมาทำไม

จากนั้นนายบุญส่งก็หยิบมีดอีเหน็บที่วางอยู่บนตู้กระจกขึ้นมาฟันเข้าที่หัว และพยายามฟันอีกหลายครั้ง ต่อสู้กันจนตนเองล้ม นายบุญส่งก็ใช้มีมาแทงที่ท้องแต่โชคดีแทงไม่เข้า

หลังจากนั้นพ่อของตนได้เดินเข้ามาเพื่อช่วยเหลือ แต่นายบุญส่งก็ใช้มีดฟันเข้าไปที่แขนด้านขวา 1 ครั้ง และขึ้นรถหลบหนีไป จากนั้นทางเจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิร่วมกตัญญูจังหวัดชัยนาท ได้นำตนเองและพ่อส่งยังโรงพยาบาลสรรคบุรี และแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สรรคบุรีไว้เรียบร้อยแล้ว

ล่าสุดเวลา 16.00 น. วันที่ 18 ธ.ค. 2561 นางสุภาภรณ์เดินทางมายัง สภ.สรรคบุรี พร้อมญาติ เพื่อสอบปากคำเพิ่มเติม และหลังจากนั้นจะเรียกนายบุญส่ง ผู้ก่อเหตุมาสอบปากคำ และรับทราบข้อกล่าวหา หากไม่มาพบทางเจ้าหน้าที่ก็จะดำเนินการออกหมายจับต่อไป

ด้านนายบุญส่ง ครูผู้ก่อเหตุขณะนี้ยังคงนิ่งเฉย ไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ ทางผู้สื่อข่าวพยายามติดต่อไปแต่ก็ไม่ได้รับการตอบกลับ

โดยทางคนสนิทบอกว่าทางครูยังไม่พร้อมที่จะให้การใดๆ ขอไปให้การกับตำรวจทีเดียวที่ สภ.สรรคบุรี โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการออกหมายเรียกมาสอบปากคำ ถ้าไม่มาตามหมายเรียกจะทำการออกหมายจับเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

พม่าโหดเพื่อนติดเงิน 180 บาท ตามทวงหวังซื้อเหล้าแต่ไม่ได้

พม่าโหดเพื่อนติดเงิน 180 บาท ก็ถูกบาดคอได้ พม่าโหดโมโหเพื่อนติดเงินค่าสนุกเกอร์ ตามมาทวงเงินแค่ 180 บาท หวังเอาไปซื้อเหล้ากินแต่ไม่ได้ ชักมีดปาดคอเพื่อนดื้อๆ

พม่าโหดเพื่อนติดเงิน 180 บาท วันที่ 29 ตุลาคม 2561 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์วิทยุ 191 สถานีตำรวจภูธรปากน้ำปราณ รับแจ้งเหตุ มีคนงานชาวเมียนมาถูกเพื่อนชาติเดียวกันใช้มีดปาดคอได้รับบาดเจ็บสาหัส ที่บริเวณโรงงานต้มปลาจิ้งจั้งตากแห้ง จึงวิทยุแจ้งเจ้าหน้าที่สายตรวจไปตรวจสอบพร้อมประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิสว่างแผ่ไพศาลธรรมสถานปราณบุรี

พม่าโหดเพื่อนติดเงิน

โดยจุดเกิดเหตุอยู่ด้านข้างห้องพักคนงาน เจ้าหน้าที่พบชายสัญชาติเมียนมา ชื่อนายโทน เลน อ่าว อายุ 27 ปี นั่งอยู่ที่เปล ไม่สวมเสื้อ ใส่กางเกงขาสั้นลายสก็อต สภาพอิดโรยอ่อนแรง ตัวซีด จากการเสียเลือดมาก ตรวจสอบที่บริเวณลำคอมีบาดแผลถูกของมีคมบาดยาว ประมาณ 10 ซม. มีเลือดไหลตลอดเวลา เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องช่วยปฐมพยาบาลเบื้องต้น และพยายามห้ามเลือดให้หยุดไหลก่อนจะรีบเคลื่อนย้ายคนเจ็บส่งโรงพยาบาลปราณบุรีให้แพทย์ทำการรักษาเป็นการด่วน

นายมิว เพื่อนชาวเมียนมาที่เห็นเหตุการณ์ เล่าให้ฟังว่า ตนนอนเล่นอยู่บนเปลข้างๆ นายโทน ซึ่งเปลผูกอยู่ห่างกันประมาณ 4 เมตร ต่อมาเห็นเพื่อนชาวเมียนมาซึ่งทำงานเป็นลูกเรือประมงอวนลาก ขี่รถซาเล้งมาด้วยกัน 2 คนแล้วมาจอดรถไว้ข้างหน้าหอพัก

จากนั้นมีชายตัวเล็ก ลักษณะผอม เดินตรงเข้ามาหานายโทน พร้อมทวงเงินที่นายโทนติดหนี้ค่าสนุกเกอร์ 180 บาทไว้เมื่อหลายวันก่อน เพื่อหวังเอาเงินไปซื้อเหล้า แต่นายโทนบอกว่าไม่มีเงินเพราะพึ่งไปกินเหล้ามาหมดเหมือนกัน ทำให้คนมาทวงเงินโมโห ทำท่าจะต่อยกัน ตอนนั้นตนก็ไม่ได้สนใจเพราะคิดแค่ว่ามาทวงเงินเท่านั้น

กระทั่งสักพักชายคนทวงเงินก็เดินไปขึ้นรถจักรยานยนต์ซาเล้งแล้วขับออกไปตนเลยหันไปมองนายโทนก็ต้องตกใจเพราะเห็นนายโทนนั่งอยู่ในสภาพเลือดไหลท่วมตัว ตนจึงรีบวิ่งไปบอกนายจ้างให้มาช่วย พร้อมให้โทรศัพท์แจ้งตำรวจด้วย ทั้งนี้ในเบื้องต้นทราบว่า ผู้ก่อเหตุเป็นลูกเรืออวนลาก เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเร่งติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

รวบ 2 สาว “มือตบทวงหนี้โหด” ประจานลงโซเชียล สาเหตุยืม 6,000 แล้วไม่ยอมคืน

รวบ 2 สาว เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 24 ต.ค. 61 พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี แถลงข่าวกรณีมีคลิปวิดีโอเผยแพร่ในสื่อโซเชียล

รวบ 2 สาว ซึ่งน.ส.ณิชาภา หรือ ฝ้าย อายุ 31 ปี ร่วมกับ น.ส.อุ่นเรือน หรือ เปิ้ล อายุ 33 ปี เข้าทำร้ายร่างกาย น.ส.วารุณี หรือ หนิง ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2561 บริเวณชายหาดหลังบ้านสุขาวดี หมู่ที่ 1 ตำบลนาเกลือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี จนทางตำรวจสถานีตำรวจภูธรบางละมุง มาตามจับได้ในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งในจังหวัดชลบุรี

รวบ 2 สาว

ด้าน น.ส.ณิชาภา มือตบในคลิปเปิดเผยว่า ในวันที่เกิดเหตุตนเองกับ น.ส.อุ่นเรือน ได้พบ น.ส.วารุณีโดยบังเอิญ จึงได้ทำการทวงถามถึงเงินที่ติดไว้ จำนวน 6,000 บาท โดยกำหนดส่งเฉพาะดอกเบี้ย 3 วันจ่าย 1 ครั้ง เป็นจำนวน เงิน 1,200 บาท ผู้เสียหายจ่ายเฉพาะดอกเบี้ยมาประมาณ 4-5 ครั้งแล้วขาดส่ง ทำให้ต้องติดตามทวงถามมาโดยตลอด และด้วยอารมณ์ชั่ววูบ จึงเข้าทำร้ายดังกล่าว

พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผู้บังคับตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี กล่าวว่า สำหรับคดีนี้ต้องชื่นชมทางตำรวจภูธรบางละมุง ที่ทำการกดดันผู้ต้องหาจนทำให้เข้ามอบตัวจนสามารถนำมาดำเนินคดีตามกฎหมายได้อย่างรวดเร็ว

ซึ่งได้ตั้งข้อหาในเบื้องต้นว่า ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ประกอบธุรกิจให้บริการสินเชื่อส่วนบุคคลโดยไม่ได้ขออนุญาต ให้บุคคลอื่นยืมเงินโดยคิดดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด และร่วมกันกระทำการทวงถามหนี้ในลักษณะข่มขู่ ใช้ความรุนแรง หรือการกระทำอื่นใดที่ทำให้เกิดความเสียหายแก่ร่างกายชื่อเสียง หรือทรัพย์สินของลูกหนี้หรือผู้อื่น

ขอบคุณแหล่งที่มา     https://www.sanook.com

พ่อตาสุดแค้น “เขยซาดิสม์” แทงลูกสาวปล่อยตายหน้าคลินิก ไม่ส่ง รพ.

พ่อตาสุดแค้น พ่อของผู้เสียชีวิตคดีสามีโหดตามง้อภรรยาไม่สำเร็จ กลับทำร้ายร่างกายอย่างโหดเหี้ยมแล้วยังไม่รีบนำส่งโรงพยาบาล บอกให้รีบมามอบตัวกับตำรวจก่อนไปเจอเอง จะใช้วิถีของพ่อที่ลูกสาวถูกฆ่าตายจัดการ

พ่อตาสุดแค้น ความคืบหน้าคดี นายทรงสิทธิ์ หรือ ป๊อก หรือ เสือ สามีโหดที่ตามง้อ น.ส.วราภรณ์ ภรรยาไม่สำเร็จคว้ามีดแทงหัวใจ กล้อนผม ถอนฟัน และทำร้ายทุบตีทั้งภายนอกและภายในร่างกาย แล้วปล่อยถึงไว้ท้ายรถกระบะแต่ไปไม่ถึงโรงพยาบาล จน น.ส.วราภรณ์ สิ้นใจตาย

พ่อตาสุดแค้น

จ่าสิบเอกปรีชา พ่อของ น.ส.วราภรณ์ ให้สัมภาษณ์เปิดใจกับทีมข่าวเวิร์คพอยท์ว่า รู้สึกไม่พอใจที่ลูกเขยมาทำกับลูกสาวอย่างนี้ โดยเฉพาะแม่ของผู้ก่อเหตุ ที่ได้พบกันที่ สภ.คูคต จ.ปทุมธานี ที่ไม่แสดงความรับผิดชอบหรือสำนึกกับความผิดชอบลูกชายตนเองเลย

“ทำไมต้องถึงกับฆ่าลูกผม ฝั่งแม่พูดว่า มึงจะเอายังไง กูไม่ได้ทำ ลูกเป็นคนทำแล้ว มึงจะเอาอะไร ผมไม่ได้พูดนะแต่ลูกสาวอีกคนบอกกับแม่ของนายเสือว่า ให้ลูกมามอบตัวซะ ทำผิดก็ต้องมอบตัว ยายแม่แว้งกลับมาว่า ทำไมเหรอมีอะไรเหรอตัวเขาไม่ทำจะเอาอะไร ฝากบอกทางเสือหรืออะไรก็แล้วแต่ให้รีบมอบตัวซะ มอบตัวดีกว่าอย่าให้ผมเจอ ผมจะใช้วิถีของลูกกับพ่อที่คุณฆ่าลูกผม ผมไม่พูดอะไร แต่ให้ตำรวจเจอคุณดีกว่า”

ขณะที่ นางวิริยา แม่ของผู้เสียชีวิต ยังคงทำใจไม่ได้และร้องไห้อยู่ตลอดเวลา เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุลูกสาวได้โทรศัพท์มาบอกแม่ว่าได้เลิกกับนายเสือแล้ว และจะกลับไปหาแม่เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ เพราะได้ถูกนายเสือทำร้ายร่างกาย แถมจับกล้อนผม และไม่กี่วันต่อมาได้มีคนโทรศัพท์มาบอกข่าวร้ายว่าลูกสาวโดนสามีทำร้ายจนเสียชีวิต

ซึ่งคุณแม่ติดใจเพียงแค่ว่าเพราะเหตุใดถึงประวิงเวลานานเกือบ 2 ชม. ไม่นำตัวลูกสาวไปส่ง รพ. และยืนยันไม่ต้องมาขอขมาศพ เพราะไม่ยกโทษให้แน่นอน และขอให้ ตร.นำตัวมาลงโทษให้ได้โดยเร็ว

เรืออากาศตรี ประวิทย์ ลุงแท้ๆ ของผู้เสียชีวิต บอกว่า คืนเกิดเหตุกู้ภัยมาบอกว่า หลานสาวถูกแทงเข้าที่ใต้ราวนมเป็นแผลใหญ่ แต่ทำไมเสื้อผ้าที่ใส่ถึงไม่มีร่องรอยฉีกขาดของใบมีด ซึ่งตนเองได้ตั้งข้อสังเกตว่า ครอบครัวของผู้ก่อเหตุตั้งใจอำพรางความผิดหรือไม่

ส่วนเรื่องความคืบหน้าของคดี พ.ต.อ.วรพันธุ์ พิสุทธานนท์ ผู้กำกับการหัวหน้างานสอบสวน สภ.คูคต จ.ปทุมธานี เปิดเผยว่า เบื้องต้นทราบว่า นายทรงสิทธิ์ได้มาตามน.ส.วราภรณ์กลับบ้าน แต่คาดว่า น่าจะมีปากเสียงกัน จึงลงมือก่อเหตุขณะนี้นายทรงสิทธิ์ได้หลบหนี

ซึ่งตำรวจได้ดำเนินการออกหมายจับและส่งเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนตามล่าตัว พร้อมกับตั้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และพกพาอาวุธมีดไปในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร ส่วนนางลำเพย โอสถ แม่ของนายทรงสิทธิ์ ได้สอบปากคำแล้วทราบว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง เพียงนำตัว น.ส.วราภรณ์ มาส่งที่โรงพยาบาลเท่านั้นและไม่ได้หลบหนี

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com