หิ้วหนุ่ม 20 ทำแผนจี้ชิงเงิน 7.2 ล้าน อดีตพนักงานรถขนเงิน ยังหลบหนี

หิ้วหนุ่ม ตำรวจหนองค้างพลู หิ้วตัว หนุ่ม 20 ทำแผนร่วมกับอดีตพนักงาน จี้ชิงเงิน 7.2 ล้าน ก่อนส่งต่อตำรวจบางใหญ่ ทำแผนฉกเงินรถขนเงิน 6 ล้านกว่า เมื่อปี 60…

หิ้วหนุ่ม เมื่อเวลา 08.00 น. พ.ต.อ.นภดล กาญจนพันธุ์ ผกก.สน.หนองค้างพลู พร้อมพนักงานสอบสวน สน.หนองค้างพลู และฝ่ายสืบสวน นำตัวนายจิรายุส สวนมิ อายุ 20 ปี หนึ่งในผู้ต้องหา ใช้อาวุธปืนชิงถุงเงิน บริเวณหน้าห้างบิ๊กซีเอ็กซ์ตร้า สาขาพุทธมณฑลสาย 3 ตัดเพชรเกษม แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กทม. จากพนักงานขนเงินของบริษัท BRINKS ได้เงินไป 7,270,000 บาท เพื่อประกอบคำรับสารภาพi99betโดยมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยดูแลความปลอดภัยตลอดการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ

หิ้วหนุ่ม

พ.ต.อ.นภดล กล่าวว่า พนักงานสอบสวนนำตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพทั้งหมด 4 จุด 1. บริเวณจุดเกิดเหตุภายในห้าง ทั้งจุดที่จอดรถจักรยานยนต์เพื่อดักรอและจุดที่เข้าไปใช้อาวุธปืนชิงถุงเงิน รวมถึงเส้นทางหลบหนี จุดที่ 2 ห้องเช่าที่มีการนำเงินของกลางบางส่วนไปเก็บ 3. จุดที่ทิ้งอาวุธปืนของกลาง และจุดสุดท้าย ซึ่งเป็นจุดที่คนร้ายนำรถจักรยานยนต์ไปปลอมแปลงสีและหมายเลขทะเบียน

อย่างไรก็ตาม ในวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางใหญ่ จะนำตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ในคดีที่ผู้ต้องหารายดังกล่าวเคยก่อเหตุลักทรัพย์ในรถขนเงินที่จอดบริเวณห้างเซ็นทรัล เวสเกต ก่อนจะมีการส่งมอบตัวผู้ต้องหาคืนสน.หนองค้างพลู เพื่อให้พนักงานสอบสวนนำตัวส่งฝากขังต่อศาลจังหวัดตลิ่งชันในช่วงบ่ายต่อไป.

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.thairath.co.th/…

เงินเดือน ออกแต่ใช้ไม่ได้ ลูกค้าโอด โมบาย แบงก์กิ้ง หลายธนาคารขัดข้อง

เงินเดือน มนุษย์เงินเดือนกุมขมับ โมบาย แบงก์กิ้ง หลายธนาคาร

เงินเดือน ดข้องตั้งแต่ช่วงเช้า ทำธุรกรรมผ่านมือถือไม่ได้…

วันที่ 28 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา ลูกค้าที่ใช้ระบบโมบาย แบงก์กิ้ง หลายธนาคาร ประสบปัญหา ไม่สามารถทำธุรกรรมทางการเงินผ่านแอปได้ โดยแอปฯ บัวหลวง ไอแบงก์กิ้ง ของธนาคารกรุงเทพ i99betก็ไม่สามารถเข้าใช้งานได้ช่วงระยะเวลาหนึ่ง ก่อนจะกลับมาทำธุรกรรมผ่านแอปได้ตามปกติแล้ว

เงินเดือน

นอกจากนี้ ธนาคารไทยพาณิชย์ ได้ทวีตข้อความผ่านทวิตเตอร์ SCB Thailand ถึงลูกค้า แจ้งว่า เนื่องจากขณะนี้ระบบ SCB EASY App ขัดข้องชั่วคราว ทำให้ไม่สามารถใช้งานได้ อย่างไรก็ตาม สามารถใช้งานผ่านช่องทางอื่นๆ ของธนาคารได้ตามปกติ

ทั้งนี้ ธนาคารขออภัยเป็นอย่างสูงในความไม่สะดวกครั้งนี้ และกำลังแก้ไขอย่างเร่งด่วน เพื่อให้ระบบกลับมาใช้งานได้ตามปกติ

ในส่วนของธนาคารกรุงไทย ได้ทวีตข้อความผ่านทวิตเตอร์ Krungthai_Care ระบุขณะนี้แอปพลิเคชัน กรุงไทย NEXT ขัดข้องชั่วคราว ธนาคารฯ อยู่ระหว่างการแก้ไข ให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติ ธนาคารขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ ที่นี้

ขณะที่ ธนาคารกสิกรไทย ได้โพสต์ข้อความผ่านหน้าเฟซบุ๊ก ชี้แจงลูกค้าที่ไม่สามารถเข้าแอป K PLUS ได้ ว่า แอป K PLUS สามารถใช้งานได้ตามปกติ พร้อมทั้งแนะนำลูกค้าที่ไม่สามารถเข้าใช้งานได้ ให้เว้นช่วงในการทำรายการใหม่อีกครั้ง.

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.thairath.co.th/…

สาวโรงงาน เสียท่าแก๊งตกทอง สูญสร้อย-แหวนทอง มูลค่าร่วม 3 หมื่นบาท

สาวโรงงาน แก๊งตกทองระบาด สาวโรงงานตกเป็นเหยื่อกลางตลาดนัดไทยทนุ

สาวโรงงาน สูญทอง 1 บาท แหวน 2 สลึงเงินสด 740 บาท มูลค่ารวมกว่า 3 หมื่นบาท…

พ.ต.ต.สุพจน์ สวนสอน รอง สว.(สอบสวน) สภ.บ้านฉางรับแจ้งจาก นส.ศิริพร ธิจร อายุ 24 ปี บ้านเดิมเป็นชาว จ.อุตรดิตถ์ ทำงานอยู่นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ พักอยู่ห้องเช่าใน อ.บ้านฉาง ว่า ตนเองถูกกลุ่มมิจฉาชีพ 3 คนหลอกเอาทรัพย์สินมีค่าในตัวเป็นเงินสด 740 บาท สร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท แหวนทองหนักสองสลึง

สาวโรงงาน

เหตุเกิดที่ตลาดนัดไทยทนุ ขณะตนเองไปจ่ายตลาดกับแฟนโดยที่แฟนนั่งรอในร้านขนมจีนส่วนตนได้แยกไปซื้อปีกไก่ทอด ระหว่างทางพบกับหญิงสาวอายุประมาณ 22 ปีรูปร่างเตี้ยผมยาวมัดผมสวมเสื้อสีดำ กางเกงยีนพับขาใส่รองเท้าแตะธรรมดาเข้ามาท่าทางลุกลี้ลุกลนหากระเป๋าเงินที่ตกหล่น ต่อมามีหญิงสาววัยกลางคนอายุประมาณ 40 ปีi99bet เข้ามาหาตนแล้วบอกว่าสงสารน้องเขาเห็นหามาพักหนึ่งแล้วขอให้ตนไปช่วยกันหาหน่อยตนจึงใจอ่อนไปช่วยหา ต่อมามีหญิงสาวอายุประมาณ 40-45 ปี เพิ่มมาอีกคนบอกว่าเจอของมีค่าในกระเป๋าใบเล็กแต่ยังไม่เปิดให้ดู

จนกระทั่งหญิงคนที่ 1 และคนที่ 2 เดินเข้ามาดูพร้อมกันจากนั้นจึงชวนตนไปในที่ลับตาคนพร้อมเปิดกระเป๋าใบเล็กดูพบว่ามีสร้อยทอง 1 เส้นซึ่งตนก็ไม่ทราบว่าราคาเท่าไหร่ ต่อมา หญิงคนที่ 2 จึงบอกกับตนว่าจะเอาสร้อยไปขายจะได้ราคาประมาณ 9 หมื่นบาท พร้อมออกอุบายว่าจะเอาเงินมาแบ่งกันแต่ต้องให้ตนถอดสร้อยที่คอ แหวน และเงินสดอีก 740 บาทใส่ไว้ในถุงเท้าดำพร้อมกันทั้งสามคน แล้วตนก็ทำตามทั้งหมด จากนั้นหญิงคนที่ 2 ยื่นถุงเท้าดำให้ตนถือ แล้วทั้งสามคนก็บอกว่าให้คอยอยู่ที่นี่จะนำสร้อยไปขายก่อนแล้วจะนำเงินมาแบ่งกัน แล้วหญิงทั้ง 3 ก็แยกย้ายหายไปในที่สุดแต่ตนไม่เอะใจว่ามีอะไรอยู่ในถุงเท้า

ต่อมาแฟนเดินมาพบตนจึงแกะถุงเท้าออกมาพบว่ามีเศษเหรียญบาทประมาณ 20 บาทอยู่ในถุงเท้าจนรู้ว่าสูญทรัพย์สินมีค่าให้กับมิจฉาชีพไปแล้วจึงแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับแกงค์ตกทองเบื้องต้นร้อยเวร สภ.บ้านฉางสอบปากคำผู้เสียหายอย่างละเอียดเพื่อหารูปพรรณคนร้ายจากผู้เสียหาย เพื่อติดตามตัวมาดำเนินคดีต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.thairath.co.th/…

หลอกเด็กทำพิธีปัดเคราะห์แล้วขืนใจ

หลอกเด็กทำพิธีปัดเคราะห์แล้วขืนใจ

หลอกเด็กทำพิธีปัดเคราะห์แล้วขืนใจ

หลอกเด็กทำพิธีปัดเคราะห์แล้วขืนใจ พ่อค้ารับซื้อของเก่า หลอกว่ามีวิชาหมอดูทักเหยื่อสาววัย 16 ปี ว่ามีเคราะห์ต้องทำพิธีปัดเป่าที่อวัยวะเพศ จากนั้นก็ลงมือข่มขืน

นายบุญธรรม เจริญศิริ หรือ เงาะ อายุ 54 ปี ถูกตำรวจภูธรเมืองฉะเชิงเทราจับได้ที่โรงแรมแห่งหนึ่งในพื้นที่หมู่ 7 ต.บางวัว อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา หลังแม่ของเด็กสาววัย 16 ปี พาลูกสาวเข้าแจ้งความจับเพราะเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมาได้ล่อลวงลูกสาวไปข่มขืนที่โรงแรม

โดย นายบุญธรรม อ้างว่ามีวิชาอาคมและมองเห็นลูกสาวดวงไม่ดี หัวขาดเหมือนถูกมนต์ดำของเขมรต้องทำพิธีเอาออกโดยการปัดเป่า แรกๆลูกสาวไม่เชื่อพอโดนทักผ่านไลน์บ่อยๆ จึงหลงเชื่อจนยอมไปทำพิธีที่โรงแรม นายบุญธรรม ให้ถอดเสื้อผ้าและแกล้งทำพิธีเป่าสิ่งไม่ดีที่บริเวณอวัยวะเพศของลูกสาวและลงมือข่มขืน

กระทั่งวันที่ 22 กุมภาพันธ์ นายบุญธรรม ได้ล่อลวงเหยื่อสาววัย 18 ปี อีก 1 คน เข้าไปกระทำอนาจารภายในห้องพักของโรงแรมเดียวกัน ซึ่งตอนที่เจ้าหน้าที่ไปเจอ พบว่า นายบุญธรรม ใส่ผ้าขนหนูผืนเดียว อยู่กับหญิงสาววัย 18 ปี อยู่ในสภาพนุ่งผ้าขนหนูเหมือนกัน สาววัย 18 ปี อ้างว่า นายบุญธรรม อ้างว่าให้เปลี่ยนชุดเพื่อทำพิธีไล่ของออกจากตัวแต่กับพยายามกระทำอนาจาร ตำรวจจึงควบคุมตัว นายบุญธรรม ทันที พร้อมรถกระบะ อีซูซุ ดีแม็ก สีน้ำตาลทะเบียน ผษ 3195 ชลบุรี ที่ใช้รับเด็กสาวๆมากระทำอนาจาร

ขณะที่ นายบุญธรรม รับสารภาพว่ามีวิชาดูดวงแก้ไขชะตากรรมอยู่บ้างระหว่างที่ขี่รถไปซื้อของเก่าตามบ้าน หากเจอเหยื่อที่เป็นเด็กสาวหน้าตาดีก็จะออกอุบายว่ามีเคราะห์ต้องทำพิธีปัดเป่าสะเดาะเคราะห์ถึงจะหาย หากไม่ทำอาจจะเสียชีวิตภายใน 7 วัน ก่อนแลกไลน์พูดคุยกับเด็กหลอกให้เชื่อแล้วนัดมาเปิดโรงแรมม่านรูดเพื่อทำพิธีแล้วล่วงละเมิดทางเพศ

ตำรวจเปิดเผยว่า จากการตรวจสอบการสนทนา พบว่ามีหญิงสาวหลายคนตกเป็นเหยื่อโดนหลอกลวงว่าโดนคุณไสย อาคม หรือมนต์ดำเจ้าหน้าที่ได้ฝากประชาสัมพันธ์หากผู้เสียหายรายใดเคยตกเป็นเหยื่อให้มาแจ้งความร้องทุกข์เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป i99bet

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com…

ล่าเด๋อฆ่าข่มขืนเมียเพื่อน ปิดล้อมไล่ล่าโจ๋ขืนใจหญิง

ล่าเด๋อฆ่าข่มขืนเมียเพื่อน เจ้าหน้าที่ตำรวจ  ปิดล้อม 3 ตำบลไล่ล่า”เด๋อ”ขืนใจหญิงวัย 54 ปี ก่อนฆ่าทิ้งกลางไร่มันสำปะหลัง

ล่าเด๋อฆ่าข่มขืนเมียเพื่อน

ล่าเด๋อฆ่าข่มขืนเมียเพื่อน ตำรวจได้สนธิกำลังร่วมกับประชาชนในพื้นที่

ความคืบหน้าการติดตามจับกุมตัวนายมนตรี หรือ เด๋อ อายุ 32 ปี ผู้ต้องหาฆ่าข่มขืนหญิงวัย 54 ปี ซึ่งจากวันที่เกิดเหตุจนถึงวันนี้ 5 วันแล้ว ยังไม่สามารถติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สนธิกำลังร่วมกับประชาชนในพื้นที่อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี พร้อมกับสุนัขตำรวจ ได้เดินเท้าปิดล้อมในพื้นที่ 3 ตำบล ที่สงสัยว่าคนร้ายจะใช้เป็นพื้นที่หลบซ่อนตัว คือ ตำบลคลองเกตุ ตำบลวังขอนขว้าง ตำบลห้วยโป่ง โดยเฉพาะบริเวณสวนไผ่หลังบ้าน ที่ชาวบ้านได้แจ้งเบาะแสว่ามีการนำใบไม้มาทำเป็นที่นอนพัก ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำสุนัขตำรวจเข้าตรวจสอบ ซึ่งสุนัขไม่ยอมไปไหนจะเดินอยู่แต่บริเวณที่มีการนำใบไม้ปูเป็นที่นอนตลอดเวลา ทางเจ้าหน้าที่ได้เก็บรวบรวมหลักฐานจากจุดดังกล่าวเพิ่มเติม พร้อมบอกว่าจุดนี้น่าจะเป็นจุดที่คนร้ายเคยมาใช้เป็นที่พักหลบซ่อนตัว

จากการตรวจค้นในวันนี้ มีทั้งทางพื้นดินและทางอากาศที่ใช้โดรนบิน แต่ก็ยังไร้วี่แววของนายมนตรี หรือ เด๋อ เนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่เขาและป่าและทั้ง 3 ตำบลมีแหล่งน้ำ สวนผลไม้ จำนวนมาก ทางเจ้าหน้าที่ได้มีการเดินทางแจกหมายจับของคนร้ายทุกวัน คาดว่าคนร้ายยังไม่หลบหนีออกนอกพื้นที่ น่าจะได้ตัวในเร็วๆ นี้

ด้านพันตำรวจเอก อุกฤษ ภู่กลั่น รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรี เผยว่า ยังไม่พบตัวนายเด๋อ แต่ได้สอบปากคำ นายหยวก อยู่คง อายุ 55 ปี สามีผู้ตาย พบมีรอยบาดแผลขีดข่วนที่หน้าท้อง เป็นบาดแผลจากถูกต้นมันสำปะหลังบาด และยังไม่พบพิรุธอื่น i99bet

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com…

ปิดไร่มันไล่ล่าผู้ต้องสงสัยฆ่าขืนใจเมียเพื่อน

ปิดไร่มันไล่ล่าผู้ต้องสงสัยฆ่าขืนใจเมียเพื่อน

ปิดไร่มันไล่ล่าผู้ต้องสงสัยฆ่าขืนใจเมียเพื่อน

ปิดไร่มันไล่ล่าผู้ต้องสงสัยฆ่าขืนใจเมียเพื่อน

จากกรณีพบศพ นางหวน อยู่คง อายุ54 ปี บริเวณเชิงกลางไร่มันสำปะหลัง หมู่8 ต.ตลองเกตุ อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี สภาพท่อนล่างเปลือยไม่สวมใส่เสื้อผ้า และชุดชั้นในมีบาดแผลที่ใบหน้า และลำคอ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุด พ.ต.อ.ภูการวิก โชติกเสถียร ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรโคกสำโรง เปิดเผยว่าตลอดทั้งคืนที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.โคกสำโรงพร้อมด้วยสุนัขตำรวจ 191 ได้ลงพื้นที่เกิดเหตุบริเวณไร่มันสำปะหลัง เพื่อตามหาตัวนายมนตรี หรือ เต๋อ อายุ 32 ปีบุคคลต้องสงสัย ว่าอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของนางหวน เนื่องจากพบกางเกงและรองเท้าของนายเต๋อ เพื่อนคนงานที่รับจ้างขุดมันสำปะหลังอยู่ในที่เกิดเหตุ และหายตัวไป

เจ้าหน้าที่ใช้เวลาในการค้นหาอยู่หลายชั่วโมง แต่ก็ยังไม่พบตัวนายมนตรี กรือ เต๋อ เจ้าหน้าที่ต้องยุติการค้นหา และช่วงเช้าที่ผ่านมาได้ส่งเจ้าหน้าที่ออกหาข่าวอีกครั้งโดยส่งชุดหาข่าวใน 2ตำบล คือตำบลคลองเกตุ ในหมู่บ้านเขาดิน เขาแร่ คลองมะนาว และขยายไปในพื้นที่ของตำบลวังขอนกว้าง

โดยจะสืบเสาะหาว่าผู้ต้องสงสัยไปขอข้าวชาวบ้านกินหรือขอเสื้อผ้าสวมใส่หรือไม่ เนื่องจากขณะที่หลบหนีผู้ต้องสงสัย ไม่มีเสื้อผ้าเพราะตกอยู่ในที่เกิดเหตุทั้งหมด

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com

แก๊งวัยรุ่นทุบรถพบมีพฤติกรรมตบทรัพย์

แก๊งวัยรุ่นทุบรถพบมีพฤติกรรมตบทรัพย์

แก๊งวัยรุ่นทุบรถพบมีพฤติกรรมตบทรัพย์

แก๊งวัยรุ่นทุบรถพบมีพฤติกรรมตบทรัพย์ กรณีกลุ่มวัยรุ่นนับสิบคน ขี่มอเตอร์ไซค์ไล่ล่าทุบรถส่งของสองสามีภรรยา ขณะไปส่งของร้านสะดวกซื้อ ย่านประชานิเวศน์ 3 ไม่พอใจที่เข้าไปยุ่งเรื่องกลุ่มวัยรุ่นขี่รถเฉี่ยวชนกับรถส่งของอีกคัน หลังเป็นข่าวไปมีคนมาชี้เบาะแสว่าวัยรุ่นกลุ่มนี้มีพฤติกรรมตบทรัพย์

โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 12 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ผู้เสียหายเจ้าของคลิปนี้ไม่ใช่คู่กรณีกับกลุ่มวัยรุ่นโดยตรง แต่มาส่งของแล้วเห็นเพื่อนร่วมอาชีพที่เป็นลุงกับป้ารถเฉี่ยวชนกับมอเตอร์ไซค์ของกลุ่มวัยรุ่น แต่เหมือนตกลงกันไม่ได้ ผู้เสียหายจึงบอกไปว่า ถ้าตกลงกันไม่ได้ ก็ให้แจ้งตำรวจ ทำให้กลุ่มวัยรุ่นไม่พอใจ และเริ่มมีปากเสียงกัน นำไปสู่การไล่ล่าตามคลิป โดยในรถส่งของมีเด็กหญิงวัย 4 ขวบ นั่งมาด้วยตกใจร้องไห้อย่างเสียขวัญ ซึ่งเหตุการณ์จบลงหลังผู้เสียหายขับรถเข้าไปในค่ายทหาร ถนนแจ้งวัฒนะ โดยมีทหารช่วยมาเจรจากลับกลุ่มวัยรุ่นให้

เมื่อวานนี้นายชัชวาลย์ และนางนงเยาว์ ทรงเยาวศรี สองสามีภรรยารถส่งของ ได้เดินทางไปพบพนักงานสอบสวน สภ.รัตนาธิเบศร์ เพื่อให้ปากคำเพิ่ม หลังมีวัยรุ่น 3 คน เข้ามอบตัวเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยตำรวจแจ้งข้อหาทำให้เสียทรัพย์ ทั้งนี้นายชัชวาลย์ ระบุว่ากลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุมีมากกว่า 3 คน จากคลิปเหตุการณ์ที่ตนถ่ายไว้ รวมกับคลิปที่พลเมืองดีส่งมาให้ ยืนยันได้ว่ามีวัยรุ่นที่ร่วมก่อเหตุ 6 คน หนึ่งในนั้นมีคนถือมีดดาบมาไล่ฟันรถด้วย จึงขอแจ้งความเพิ่มอีก 3 คน โดยแจ้งความคนที่ถือมีดดาบข้อหาพยายามฆ่า ซึ่งตำรวจทำได้เพียงลงบันทึกประจำไว้ ทั้งนี้ตนได้ไปขอกล้องวงจรปิดหน้าร้านสะดวกซื้อไว้เป็นหลักฐาน แต่ผู้จัดการบอกว่าต้องมีใบมอบอำนาจจากตำรวจ ตนจึงมาขอใบมอบอำนาจจากตำรวจ แต่ทางร้านก็ยังไม่ให้ โดยบอกว่าต้องให้ตำรวจมาขอเอง ทำให้ตนรู้สึกว่า คดีนี้ตนอาจไม่ได้รับความเป็นธรรม และกังวลเรื่องความปลอดภัยของครอบครัวอีกด้วย

ขณะที่ในเพจรายการเที่ยงวันทันเหตุการณ์ มีแฟนเพจแจ้งเบาะแสมาว่า ก่อนเกิดเหตุการณ์นี้ นายแบงก์หนึ่งในกลุ่มวัยรุ่นมีอุบัติเหตุรถเฉี่ยวชนแถวซอยสามัคคี โดยนายแบงก์ถูกคู่กรณีขี่ชนท้าย ซึ่งคู่กรณีได้รับบาดเจ็บ พร้อมยอมรับว่าประมาทเอง ซึ่งนายแบงก์เรียกค่าเสียหาย 12,000 บาท เมื่อเห็นข่าวเคสล่าสุด ทำให้ตั้งข้อสังเกตุว่า วัยรุ่นกลุ่มนี้มีพฤติกรรมตบทรัพย์หรือไม่

นอกจากนี้เรายังได้ข้อมูลจากคนในพื้นที่ว่า วัยรุ่นกลุ่มนี้มักจับกลุ่มรวมตัวกันในเวลากลางคืน และมีพฤติกรรมข้องเกี่ยวกับยาเสพติดด้วย ทำให้มีอารมณ์ที่ฉุนเฉียวรุนแรง และมีความเป็นไปได้ที่จะทำพฤติกรรมแบบในคลิปที่เป็นข่าว ทั้งนี้อยากให้มีหน่วยงานพาเด็ก ๆ กลุ่มนี้ไปปรับพฤติกรรม แต่ที่ผ่านมาตำรวจบอกว่า เป็นคดีลหุโทษ

ล่าสุด นายรีฟ วัยรุ่นที่ขี่มอเตอร์ไซค์เฉี่ยวชนรถส่งของลุงกับป้า เปิดใจกับทีมข่าวเที่ยงวันทันเหตุการณ์ ว่าวันเกิดเหตุตนยอมรับผิดตั้งแต่ต้นว่าเฉี่ยวชนรถลุงกับป้า และไม่ได้เรียกค่าเสียหาย สิ่งที่คู่กรณีพูดไม่เป็นความจริง ยืนยันคู่กรณีตั้งใจถือท่อนเหล็กมาตีตนเอง สังเกตในคลิปที่เขาถ่ายจะเห็นท่อนเหล็กอยู่ตรงขาเขา ตอนนี้พวกตนเหมือนถูกสังคมโจมตีฝ่ายเดียว ส่วนคดีความตำรวจเตรียมเรียกไปเจรจาค่าเสียหายกับคู่กรณี เรื่องจะได้จบไป แต่ตอนนี้ยังไม่ได้นัดวัน ทั้งนี้ตนขี่รถไปกลับกลุ่มเพื่อน แต่ตนไม่ได้ทุบรถ และไม่รู้จริง ๆ ว่าในรถมีเด็ก ทั้งนี้ที่คู่กรณีบอกว่า มีคนถือมีดดาบไปไล่ฟันเขานั้น ตนไม่รู้ว่ามีใครถือมีดไปด้วย ไม่เห็นจริง ๆ แต่คนที่ขี่รถไล่ตามกันไป ไม่ได้มีแต่พวกตน เพราะรถคู่กรณีก็ไปเฉี่ยวชนอีกหลายคัน อาจมีคนอื่นขี่ตามไปด้วย

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com

ช้างคลั่งฆ่าเจ้าของโหด เมียแหม่มร่ำไห้หนักข้างศพสามี คาดช้างหงุดหงิดอากาศร้อนอบอ้าว

ช้างคลั่งฆ่าเจ้าของโหด

ช้างคลั่งฆ่าเจ้าของโหด

ช้างคลั่งฆ่าเจ้าของโหด สุโขทัย-เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ศรีสัชนาลัย รับแจ้งเหตุช้างคลั่งสังหารเจ้าของเสียชีวิต ภายในศูนย์อภิบาลช้างบุญรอด บ้านนาต้นจั่น ต.บ้านตึก อ.ศรีสัชนาลัย

ที่เกิดเหตุเป็นปางช้างพื้นที่ราบสลับเนินเขา เนื้อที่กว่า 2,000 ไร่ บริเวณข้างไร่ข้าวโพดก่อนถึงที่ทำการศูนย์ฯ พบชาวบ้านที่ทราบข่าวพากันมุงดูเหตุการณ์จำนวนมาก เจ้าหน้าที่ต้องกันผู้ไม่เกี่ยวข้องให้ออกจากที่เกิดเหตุ จากนั้นจึงเข้าตรวจสอบ พบศพ นายอนน พิมพ์เหมือน อายุ 38 ปี นอนคว่ำหน้าเสียชีวิต

จากการชันสูตรพลิกศพ เบื้องต้นพบร่างกายมีรอยถลอกหลายแห่ง คอหัก กระดูกแขน ขา และซี่โครงหักเกือบทั้งตัว แพทย์ระบุเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 12 ชม. โดยมีนางแคทเธอรีน คอร์เนอร์ อายุ 38 ปี ภรรยาสาวชาวอังกฤษ นั่งร้องไห้เสียใจอย่างหนักอยู่ข้างศพสามี ยังไม่สามารถให้ปากคำได้ ญาติต้องช่วยกันประคองแขนพาเดินออกมานั่งสงบสติ ที่กระท่อมข้างที่เกิดเหตุ ห่างออกไป 30 เมตร พบช้างตัวผู้ อายุ 10 ปี ยืนเคี้ยวหญ้าตาขวางอยู่ใต้ต้นไม้ โดยมีโซ่ล่ามขาหลังข้างขวาใว้กับต้นไม้ ชื่อ”บุญโชค”ลักษณะเด่นคือมีงาข้างซ้ายที่ยาวโค้งส่วนงาข้างขวาสั้นกุด

จากการสอบสวนทราบว่า ผู้ตายกับภรรยา ก่อตั้งศูนย์อภิบาลช้างแห่งนี้เมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว ปัจจุบันมีช้างอยู่ในการดูแล 18 เชือก ผู้ตายเป็นหัวหน้าควาญช้าง และเป็นคนเลี้ยงช้างบุญโชค มาตั้งแต่ตัวเล็ก ๆ ซึ่งช้างบุญโชค มีนิสัยดุร้าย ขี้หงุดหงิด มีเพียงผู้ตายคนเดียวที่ควบคุมได้ ก่อนเกิดเหตุมีผู้พบเห็นผู้ตายเวลา 15.00 น. ของวันที่ 15 ก.พ. กระทั่ง 09.00 น. วานนี้ (16 ก.พ.) คนงานนำหญ้าสดมาให้ช้างบุญโชค พบร่างนายอนน นอนนิ่ง อยู่ใกล้ ๆ จึงเรียกเพื่อนคนงานและควานช้างมาช่วยกันนำร่างออกมาห่างช้างบุญโชค และพบว่าเสียชีวิตไปแล้ว

เบื้องต้นสันนิษฐานว่า ผู้ตายนำช้างบุญโชคมาเลี้ยงตามปกติ แต่ช้างบุญโชคคงหงุดหงิด เนื่องจากอากาศร้อนอบอ้าว ประกอบกับเห็นว่า ผู้ตายไม่มีตะขอบังคับช้างติดตัว จึงทำร้ายโดยการกระทืบและใช้งาแทง จนเสียชีวิต ญาติ ๆ ไม่ติดใจสาเหตุการตาย เจ้าหน้าที่จึงมอบศพให้ไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com

เหิมเกริมโจรลักลอบตัดสายไฟ

เหิมเกริมโจรลักลอบตัดสายไฟ

เหิมเกริมโจรลักลอบตัดสายไฟ

เหิมเกริมโจรลักลอบตัดสายไฟ จนท.เห็นคาตา ใช้ปืนยิงขู่เปิดทางหลบหนี

เมื่อเวลาประมาณ 05.00 น. ร.ต.ท.ปฐมพงษ์ ชุมมาก ร้อยเวรสอบสวน สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วย ร.ต.ท.ถาวร หอมหวล รอง สวป. สภ.เมืองประจวบฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน และเจ้าหน้าที่สายตรวจรถยนต์ ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ หลังได้รับแจ้งจากนายอุทัย เย็นจิตร ผู้จัดการบริษัท ทีโอที จำกัดมหาชน สาขาประจวบฯ ว่ามีคนร้ายประมาณ 3-4 คน ใช้รถกระบะ สีแดง ไม่ทราบยี่ห้อและหมายเลขทะเบียน แอบลักขโมยตัดสายนำสัญญาณโทรศัพท์และสายอินเทอร์เน็ตไปขาย เหตุเกิดบริเวณริมถนนเพชรเกษม ฝั่งขาเข้ากรุงเทพฯ หมู่ที่ 1 บ้านหนองกก ตำบลเกาะหลัก อำเภอเมือง จังหวัดประจวบฯ โดยมีนายไพฑูรย์ หงษ์ทอง อายุ 40 ปี เป็นเจ้าหน้าที่ของบริษัท ทีโอที ซึ่งเป็นผู้เสียหายยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยสีหน้าที่ตื่นตระหนกตกใจ พร้อมพาไปชี้จุดเกิดเหตุ นายไพฑูรย์ เจ้าหน้าที่ ทีโอที เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เหตุเกิดเวลาประมาณ 03.00 น. ที่ผ่านมาได้รับสัญญาณแจ้งเตือนไปที่โทรศัพท์มือถือของตนว่าสายสัญญาณโทรศัพท์ของบริษัท ทีโอที มีการถูกตัด จึงได้ขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้าสกู้ปปี้ สีขาว หมายเลขทะเบียน 378 ประจวบฯ มาตรวจสอบจุดเกิดเหตุ โดยแวะแจ้งขอความช่วยเหลือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงประจวบฯ ซึ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 2 กิโลเมตร จากนั้นจึงขี่รถจักรยานยนต์มาที่เกิดเหตุ พบกลุ่มคนร้าย ประมาณ 3-4 คน กำลังลักตัดสายสัญญาณโทรศัพท์ เมื่อคนร้ายเห็นจึงทิ้งสายสัญญาณโทรศัพท์แล้วขึ้นรถกระบะหลบหนีไป ระหว่างนั้นคนร้ายได้ชักปืนลูกซองสั้นยิงขู่ใส่ตนเพื่อเปิดทางหนี แต่ปืนด้านยิงไม่ออกคนร้ายจึงทิ้งกระสุนเพื่อเปลี่ยนใหม่ ด้วยความตกใจกลัวจึงทิ้งรถจักรยานยนต์แล้ววิ่งหลบหนีเพื่อเอาชีวิตรอด จากนั้นคนร้ายได้ถอยรถกระบะกลับมาขโมยรถจักรยานยนต์ของตนแล้วหลบหนีไป ต่อหน้าต่อตาอย่างลอยนวล โดยมุ่งหน้าไปตามถนนเพชรเกษม ฝั่งขาเข้ากรุงเทพฯ ส่วนสายสัญญาณโทรศัพท์ที่ตัดไว้แล้ว คนร้ายไม่สามารถนำไปได้  อย่างไรก็ตามอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้ และนำรถจักรยานยนต์มาคืน ที่ผ่านมาสายสัญญาณโทรศัพท์ ของบริษัท ทีโอที ถูกขโมยลักตัดไปขายบ่อยมากเกือบทุกเดือน เฉพาะเดือนนี้ถูกขโมยลักตัดไปแล้วประมาณ 3-4 ครั้ง และเคยไปแจ้งความไว้แล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถจับตัวคนร้ายได้ เนื่องจากกลุ่มคนร้ายทำงานเป็นทีม มีความรู้ มีเครื่องมือพร้อม และมีความชำนาญพิเศษ อีกทั้งมีอาวุธปืนอีกด้วย

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com

ยืนยันชายเสื้อแดงเป็นตำรวจจริง

ยืนยันชายเสื้อแดงเป็นตำรวจจริง

ยืนยันชายเสื้อแดงเป็นตำรวจจริง

ยืนยันชายเสื้อแดงเป็นตำรวจจริง

เผยถูกยิงก่อนจึงยิงป้องกันตัวจากกรณีชายสวมเสื้อแดงอ้างตัวเป็นตำรวจ ใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม.เหตุยิงนายเอกชัย บุญรัตน์ อายุ 22 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะช่างยนต์ สถาบันเทคโนโลยีแห่งหนึ่ง ย่านบางกะปิ รวม 4 นัด เสียชีวิตคาที่ บริเวณปากซอยร่มเกล้า เมื่อคืนที่ผ่านมา ซึ่งจากการตรวจสอบภายในตัวผู้ตายที่บริเวณหัวเข็มขัดพบซองปืนเหน็บเอว และกระสุนปืนขนาด.38 มม.จำนวน 6 นัด และพบอาวุธปืนขนาด.38 ข้างศพ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

พลตำรวจโทสุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ยืนยันว่าชายสวมเสื้อสีแดง เป็นตำรวจสังกัดกองบังคับการตำรวจนครบาล 4 จริง เบื้องต้นได้รับรายงานว่าก่อนเกิดเหตุชุดปราบปรามยาเสพติดกองบังคับการตำรวจนครบาล 4 ได้นำตัวกลุ่มวัยรุ่นต้องสงสัยที่อาจเกี่ยวข้องกับคดียาเสพติด เพื่อขยายผลสอบปากคำ ที่สถานีตำรวจนครบาลมีนบุรี

แต่ขณะเดินทางกลับได้พบกับกลุ่มวัยรุ่นอีกกลุ่มหนึ่ง คาดว่าเป็นคู่อริกับกลุ่มที่ถูกเชิญตัวมาสอบปากคำ และใช้อาวุธปืนยิงเข้าใส่รถกระบะ ตำรวจนายดังกล่าวจึงใช้ปืนประจำกายยิงสวน เพื่อป้องกันตัวและปกป้องผู้ที่อยู่บนรถ

อย่างไรก็ตามคดีนี้ ได้สั่งกำชับให้ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 4 และ ฝ่ายสืบสวนกองบัญชาการตำรวจนครบาล ไปตรวจสอบให้ละเอียด ซึ่งหากข้อเท็จจริงพบว่าตำรวจนายดังกล่าวยิงเพื่อป้องกันตัวและปกป้องบุคคลที่อยู่ภายในรถ ไม่ถือว่าเป็นความผิด พร้อมจะให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com