ปิดไร่มันไล่ล่าผู้ต้องสงสัยฆ่าขืนใจเมียเพื่อน

ปิดไร่มันไล่ล่าผู้ต้องสงสัยฆ่าขืนใจเมียเพื่อน

ปิดไร่มันไล่ล่าผู้ต้องสงสัยฆ่าขืนใจเมียเพื่อน

ปิดไร่มันไล่ล่าผู้ต้องสงสัยฆ่าขืนใจเมียเพื่อน

จากกรณีพบศพ นางหวน อยู่คง อายุ54 ปี บริเวณเชิงกลางไร่มันสำปะหลัง หมู่8 ต.ตลองเกตุ อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี สภาพท่อนล่างเปลือยไม่สวมใส่เสื้อผ้า และชุดชั้นในมีบาดแผลที่ใบหน้า และลำคอ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุด พ.ต.อ.ภูการวิก โชติกเสถียร ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรโคกสำโรง เปิดเผยว่าตลอดทั้งคืนที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.โคกสำโรงพร้อมด้วยสุนัขตำรวจ 191 ได้ลงพื้นที่เกิดเหตุบริเวณไร่มันสำปะหลัง เพื่อตามหาตัวนายมนตรี หรือ เต๋อ อายุ 32 ปีบุคคลต้องสงสัย ว่าอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของนางหวน เนื่องจากพบกางเกงและรองเท้าของนายเต๋อ เพื่อนคนงานที่รับจ้างขุดมันสำปะหลังอยู่ในที่เกิดเหตุ และหายตัวไป

เจ้าหน้าที่ใช้เวลาในการค้นหาอยู่หลายชั่วโมง แต่ก็ยังไม่พบตัวนายมนตรี กรือ เต๋อ เจ้าหน้าที่ต้องยุติการค้นหา และช่วงเช้าที่ผ่านมาได้ส่งเจ้าหน้าที่ออกหาข่าวอีกครั้งโดยส่งชุดหาข่าวใน 2ตำบล คือตำบลคลองเกตุ ในหมู่บ้านเขาดิน เขาแร่ คลองมะนาว และขยายไปในพื้นที่ของตำบลวังขอนกว้าง

โดยจะสืบเสาะหาว่าผู้ต้องสงสัยไปขอข้าวชาวบ้านกินหรือขอเสื้อผ้าสวมใส่หรือไม่ เนื่องจากขณะที่หลบหนีผู้ต้องสงสัย ไม่มีเสื้อผ้าเพราะตกอยู่ในที่เกิดเหตุทั้งหมด

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com

แก๊งวัยรุ่นทุบรถพบมีพฤติกรรมตบทรัพย์

แก๊งวัยรุ่นทุบรถพบมีพฤติกรรมตบทรัพย์

แก๊งวัยรุ่นทุบรถพบมีพฤติกรรมตบทรัพย์

แก๊งวัยรุ่นทุบรถพบมีพฤติกรรมตบทรัพย์ กรณีกลุ่มวัยรุ่นนับสิบคน ขี่มอเตอร์ไซค์ไล่ล่าทุบรถส่งของสองสามีภรรยา ขณะไปส่งของร้านสะดวกซื้อ ย่านประชานิเวศน์ 3 ไม่พอใจที่เข้าไปยุ่งเรื่องกลุ่มวัยรุ่นขี่รถเฉี่ยวชนกับรถส่งของอีกคัน หลังเป็นข่าวไปมีคนมาชี้เบาะแสว่าวัยรุ่นกลุ่มนี้มีพฤติกรรมตบทรัพย์

โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 12 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ผู้เสียหายเจ้าของคลิปนี้ไม่ใช่คู่กรณีกับกลุ่มวัยรุ่นโดยตรง แต่มาส่งของแล้วเห็นเพื่อนร่วมอาชีพที่เป็นลุงกับป้ารถเฉี่ยวชนกับมอเตอร์ไซค์ของกลุ่มวัยรุ่น แต่เหมือนตกลงกันไม่ได้ ผู้เสียหายจึงบอกไปว่า ถ้าตกลงกันไม่ได้ ก็ให้แจ้งตำรวจ ทำให้กลุ่มวัยรุ่นไม่พอใจ และเริ่มมีปากเสียงกัน นำไปสู่การไล่ล่าตามคลิป โดยในรถส่งของมีเด็กหญิงวัย 4 ขวบ นั่งมาด้วยตกใจร้องไห้อย่างเสียขวัญ ซึ่งเหตุการณ์จบลงหลังผู้เสียหายขับรถเข้าไปในค่ายทหาร ถนนแจ้งวัฒนะ โดยมีทหารช่วยมาเจรจากลับกลุ่มวัยรุ่นให้

เมื่อวานนี้นายชัชวาลย์ และนางนงเยาว์ ทรงเยาวศรี สองสามีภรรยารถส่งของ ได้เดินทางไปพบพนักงานสอบสวน สภ.รัตนาธิเบศร์ เพื่อให้ปากคำเพิ่ม หลังมีวัยรุ่น 3 คน เข้ามอบตัวเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยตำรวจแจ้งข้อหาทำให้เสียทรัพย์ ทั้งนี้นายชัชวาลย์ ระบุว่ากลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุมีมากกว่า 3 คน จากคลิปเหตุการณ์ที่ตนถ่ายไว้ รวมกับคลิปที่พลเมืองดีส่งมาให้ ยืนยันได้ว่ามีวัยรุ่นที่ร่วมก่อเหตุ 6 คน หนึ่งในนั้นมีคนถือมีดดาบมาไล่ฟันรถด้วย จึงขอแจ้งความเพิ่มอีก 3 คน โดยแจ้งความคนที่ถือมีดดาบข้อหาพยายามฆ่า ซึ่งตำรวจทำได้เพียงลงบันทึกประจำไว้ ทั้งนี้ตนได้ไปขอกล้องวงจรปิดหน้าร้านสะดวกซื้อไว้เป็นหลักฐาน แต่ผู้จัดการบอกว่าต้องมีใบมอบอำนาจจากตำรวจ ตนจึงมาขอใบมอบอำนาจจากตำรวจ แต่ทางร้านก็ยังไม่ให้ โดยบอกว่าต้องให้ตำรวจมาขอเอง ทำให้ตนรู้สึกว่า คดีนี้ตนอาจไม่ได้รับความเป็นธรรม และกังวลเรื่องความปลอดภัยของครอบครัวอีกด้วย

ขณะที่ในเพจรายการเที่ยงวันทันเหตุการณ์ มีแฟนเพจแจ้งเบาะแสมาว่า ก่อนเกิดเหตุการณ์นี้ นายแบงก์หนึ่งในกลุ่มวัยรุ่นมีอุบัติเหตุรถเฉี่ยวชนแถวซอยสามัคคี โดยนายแบงก์ถูกคู่กรณีขี่ชนท้าย ซึ่งคู่กรณีได้รับบาดเจ็บ พร้อมยอมรับว่าประมาทเอง ซึ่งนายแบงก์เรียกค่าเสียหาย 12,000 บาท เมื่อเห็นข่าวเคสล่าสุด ทำให้ตั้งข้อสังเกตุว่า วัยรุ่นกลุ่มนี้มีพฤติกรรมตบทรัพย์หรือไม่

นอกจากนี้เรายังได้ข้อมูลจากคนในพื้นที่ว่า วัยรุ่นกลุ่มนี้มักจับกลุ่มรวมตัวกันในเวลากลางคืน และมีพฤติกรรมข้องเกี่ยวกับยาเสพติดด้วย ทำให้มีอารมณ์ที่ฉุนเฉียวรุนแรง และมีความเป็นไปได้ที่จะทำพฤติกรรมแบบในคลิปที่เป็นข่าว ทั้งนี้อยากให้มีหน่วยงานพาเด็ก ๆ กลุ่มนี้ไปปรับพฤติกรรม แต่ที่ผ่านมาตำรวจบอกว่า เป็นคดีลหุโทษ

ล่าสุด นายรีฟ วัยรุ่นที่ขี่มอเตอร์ไซค์เฉี่ยวชนรถส่งของลุงกับป้า เปิดใจกับทีมข่าวเที่ยงวันทันเหตุการณ์ ว่าวันเกิดเหตุตนยอมรับผิดตั้งแต่ต้นว่าเฉี่ยวชนรถลุงกับป้า และไม่ได้เรียกค่าเสียหาย สิ่งที่คู่กรณีพูดไม่เป็นความจริง ยืนยันคู่กรณีตั้งใจถือท่อนเหล็กมาตีตนเอง สังเกตในคลิปที่เขาถ่ายจะเห็นท่อนเหล็กอยู่ตรงขาเขา ตอนนี้พวกตนเหมือนถูกสังคมโจมตีฝ่ายเดียว ส่วนคดีความตำรวจเตรียมเรียกไปเจรจาค่าเสียหายกับคู่กรณี เรื่องจะได้จบไป แต่ตอนนี้ยังไม่ได้นัดวัน ทั้งนี้ตนขี่รถไปกลับกลุ่มเพื่อน แต่ตนไม่ได้ทุบรถ และไม่รู้จริง ๆ ว่าในรถมีเด็ก ทั้งนี้ที่คู่กรณีบอกว่า มีคนถือมีดดาบไปไล่ฟันเขานั้น ตนไม่รู้ว่ามีใครถือมีดไปด้วย ไม่เห็นจริง ๆ แต่คนที่ขี่รถไล่ตามกันไป ไม่ได้มีแต่พวกตน เพราะรถคู่กรณีก็ไปเฉี่ยวชนอีกหลายคัน อาจมีคนอื่นขี่ตามไปด้วย

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com

ช้างคลั่งฆ่าเจ้าของโหด เมียแหม่มร่ำไห้หนักข้างศพสามี คาดช้างหงุดหงิดอากาศร้อนอบอ้าว

ช้างคลั่งฆ่าเจ้าของโหด

ช้างคลั่งฆ่าเจ้าของโหด

ช้างคลั่งฆ่าเจ้าของโหด สุโขทัย-เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ศรีสัชนาลัย รับแจ้งเหตุช้างคลั่งสังหารเจ้าของเสียชีวิต ภายในศูนย์อภิบาลช้างบุญรอด บ้านนาต้นจั่น ต.บ้านตึก อ.ศรีสัชนาลัย

ที่เกิดเหตุเป็นปางช้างพื้นที่ราบสลับเนินเขา เนื้อที่กว่า 2,000 ไร่ บริเวณข้างไร่ข้าวโพดก่อนถึงที่ทำการศูนย์ฯ พบชาวบ้านที่ทราบข่าวพากันมุงดูเหตุการณ์จำนวนมาก เจ้าหน้าที่ต้องกันผู้ไม่เกี่ยวข้องให้ออกจากที่เกิดเหตุ จากนั้นจึงเข้าตรวจสอบ พบศพ นายอนน พิมพ์เหมือน อายุ 38 ปี นอนคว่ำหน้าเสียชีวิต

จากการชันสูตรพลิกศพ เบื้องต้นพบร่างกายมีรอยถลอกหลายแห่ง คอหัก กระดูกแขน ขา และซี่โครงหักเกือบทั้งตัว แพทย์ระบุเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 12 ชม. โดยมีนางแคทเธอรีน คอร์เนอร์ อายุ 38 ปี ภรรยาสาวชาวอังกฤษ นั่งร้องไห้เสียใจอย่างหนักอยู่ข้างศพสามี ยังไม่สามารถให้ปากคำได้ ญาติต้องช่วยกันประคองแขนพาเดินออกมานั่งสงบสติ ที่กระท่อมข้างที่เกิดเหตุ ห่างออกไป 30 เมตร พบช้างตัวผู้ อายุ 10 ปี ยืนเคี้ยวหญ้าตาขวางอยู่ใต้ต้นไม้ โดยมีโซ่ล่ามขาหลังข้างขวาใว้กับต้นไม้ ชื่อ”บุญโชค”ลักษณะเด่นคือมีงาข้างซ้ายที่ยาวโค้งส่วนงาข้างขวาสั้นกุด

จากการสอบสวนทราบว่า ผู้ตายกับภรรยา ก่อตั้งศูนย์อภิบาลช้างแห่งนี้เมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว ปัจจุบันมีช้างอยู่ในการดูแล 18 เชือก ผู้ตายเป็นหัวหน้าควาญช้าง และเป็นคนเลี้ยงช้างบุญโชค มาตั้งแต่ตัวเล็ก ๆ ซึ่งช้างบุญโชค มีนิสัยดุร้าย ขี้หงุดหงิด มีเพียงผู้ตายคนเดียวที่ควบคุมได้ ก่อนเกิดเหตุมีผู้พบเห็นผู้ตายเวลา 15.00 น. ของวันที่ 15 ก.พ. กระทั่ง 09.00 น. วานนี้ (16 ก.พ.) คนงานนำหญ้าสดมาให้ช้างบุญโชค พบร่างนายอนน นอนนิ่ง อยู่ใกล้ ๆ จึงเรียกเพื่อนคนงานและควานช้างมาช่วยกันนำร่างออกมาห่างช้างบุญโชค และพบว่าเสียชีวิตไปแล้ว

เบื้องต้นสันนิษฐานว่า ผู้ตายนำช้างบุญโชคมาเลี้ยงตามปกติ แต่ช้างบุญโชคคงหงุดหงิด เนื่องจากอากาศร้อนอบอ้าว ประกอบกับเห็นว่า ผู้ตายไม่มีตะขอบังคับช้างติดตัว จึงทำร้ายโดยการกระทืบและใช้งาแทง จนเสียชีวิต ญาติ ๆ ไม่ติดใจสาเหตุการตาย เจ้าหน้าที่จึงมอบศพให้ไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com

เหิมเกริมโจรลักลอบตัดสายไฟ

เหิมเกริมโจรลักลอบตัดสายไฟ

เหิมเกริมโจรลักลอบตัดสายไฟ

เหิมเกริมโจรลักลอบตัดสายไฟ จนท.เห็นคาตา ใช้ปืนยิงขู่เปิดทางหลบหนี

เมื่อเวลาประมาณ 05.00 น. ร.ต.ท.ปฐมพงษ์ ชุมมาก ร้อยเวรสอบสวน สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วย ร.ต.ท.ถาวร หอมหวล รอง สวป. สภ.เมืองประจวบฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน และเจ้าหน้าที่สายตรวจรถยนต์ ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ หลังได้รับแจ้งจากนายอุทัย เย็นจิตร ผู้จัดการบริษัท ทีโอที จำกัดมหาชน สาขาประจวบฯ ว่ามีคนร้ายประมาณ 3-4 คน ใช้รถกระบะ สีแดง ไม่ทราบยี่ห้อและหมายเลขทะเบียน แอบลักขโมยตัดสายนำสัญญาณโทรศัพท์และสายอินเทอร์เน็ตไปขาย เหตุเกิดบริเวณริมถนนเพชรเกษม ฝั่งขาเข้ากรุงเทพฯ หมู่ที่ 1 บ้านหนองกก ตำบลเกาะหลัก อำเภอเมือง จังหวัดประจวบฯ โดยมีนายไพฑูรย์ หงษ์ทอง อายุ 40 ปี เป็นเจ้าหน้าที่ของบริษัท ทีโอที ซึ่งเป็นผู้เสียหายยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยสีหน้าที่ตื่นตระหนกตกใจ พร้อมพาไปชี้จุดเกิดเหตุ นายไพฑูรย์ เจ้าหน้าที่ ทีโอที เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เหตุเกิดเวลาประมาณ 03.00 น. ที่ผ่านมาได้รับสัญญาณแจ้งเตือนไปที่โทรศัพท์มือถือของตนว่าสายสัญญาณโทรศัพท์ของบริษัท ทีโอที มีการถูกตัด จึงได้ขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้าสกู้ปปี้ สีขาว หมายเลขทะเบียน 378 ประจวบฯ มาตรวจสอบจุดเกิดเหตุ โดยแวะแจ้งขอความช่วยเหลือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงประจวบฯ ซึ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 2 กิโลเมตร จากนั้นจึงขี่รถจักรยานยนต์มาที่เกิดเหตุ พบกลุ่มคนร้าย ประมาณ 3-4 คน กำลังลักตัดสายสัญญาณโทรศัพท์ เมื่อคนร้ายเห็นจึงทิ้งสายสัญญาณโทรศัพท์แล้วขึ้นรถกระบะหลบหนีไป ระหว่างนั้นคนร้ายได้ชักปืนลูกซองสั้นยิงขู่ใส่ตนเพื่อเปิดทางหนี แต่ปืนด้านยิงไม่ออกคนร้ายจึงทิ้งกระสุนเพื่อเปลี่ยนใหม่ ด้วยความตกใจกลัวจึงทิ้งรถจักรยานยนต์แล้ววิ่งหลบหนีเพื่อเอาชีวิตรอด จากนั้นคนร้ายได้ถอยรถกระบะกลับมาขโมยรถจักรยานยนต์ของตนแล้วหลบหนีไป ต่อหน้าต่อตาอย่างลอยนวล โดยมุ่งหน้าไปตามถนนเพชรเกษม ฝั่งขาเข้ากรุงเทพฯ ส่วนสายสัญญาณโทรศัพท์ที่ตัดไว้แล้ว คนร้ายไม่สามารถนำไปได้  อย่างไรก็ตามอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้ และนำรถจักรยานยนต์มาคืน ที่ผ่านมาสายสัญญาณโทรศัพท์ ของบริษัท ทีโอที ถูกขโมยลักตัดไปขายบ่อยมากเกือบทุกเดือน เฉพาะเดือนนี้ถูกขโมยลักตัดไปแล้วประมาณ 3-4 ครั้ง และเคยไปแจ้งความไว้แล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถจับตัวคนร้ายได้ เนื่องจากกลุ่มคนร้ายทำงานเป็นทีม มีความรู้ มีเครื่องมือพร้อม และมีความชำนาญพิเศษ อีกทั้งมีอาวุธปืนอีกด้วย

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com

ยืนยันชายเสื้อแดงเป็นตำรวจจริง

ยืนยันชายเสื้อแดงเป็นตำรวจจริง

ยืนยันชายเสื้อแดงเป็นตำรวจจริง

ยืนยันชายเสื้อแดงเป็นตำรวจจริง

เผยถูกยิงก่อนจึงยิงป้องกันตัวจากกรณีชายสวมเสื้อแดงอ้างตัวเป็นตำรวจ ใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม.เหตุยิงนายเอกชัย บุญรัตน์ อายุ 22 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะช่างยนต์ สถาบันเทคโนโลยีแห่งหนึ่ง ย่านบางกะปิ รวม 4 นัด เสียชีวิตคาที่ บริเวณปากซอยร่มเกล้า เมื่อคืนที่ผ่านมา ซึ่งจากการตรวจสอบภายในตัวผู้ตายที่บริเวณหัวเข็มขัดพบซองปืนเหน็บเอว และกระสุนปืนขนาด.38 มม.จำนวน 6 นัด และพบอาวุธปืนขนาด.38 ข้างศพ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

พลตำรวจโทสุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ยืนยันว่าชายสวมเสื้อสีแดง เป็นตำรวจสังกัดกองบังคับการตำรวจนครบาล 4 จริง เบื้องต้นได้รับรายงานว่าก่อนเกิดเหตุชุดปราบปรามยาเสพติดกองบังคับการตำรวจนครบาล 4 ได้นำตัวกลุ่มวัยรุ่นต้องสงสัยที่อาจเกี่ยวข้องกับคดียาเสพติด เพื่อขยายผลสอบปากคำ ที่สถานีตำรวจนครบาลมีนบุรี

แต่ขณะเดินทางกลับได้พบกับกลุ่มวัยรุ่นอีกกลุ่มหนึ่ง คาดว่าเป็นคู่อริกับกลุ่มที่ถูกเชิญตัวมาสอบปากคำ และใช้อาวุธปืนยิงเข้าใส่รถกระบะ ตำรวจนายดังกล่าวจึงใช้ปืนประจำกายยิงสวน เพื่อป้องกันตัวและปกป้องผู้ที่อยู่บนรถ

อย่างไรก็ตามคดีนี้ ได้สั่งกำชับให้ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 4 และ ฝ่ายสืบสวนกองบัญชาการตำรวจนครบาล ไปตรวจสอบให้ละเอียด ซึ่งหากข้อเท็จจริงพบว่าตำรวจนายดังกล่าวยิงเพื่อป้องกันตัวและปกป้องบุคคลที่อยู่ภายในรถ ไม่ถือว่าเป็นความผิด พร้อมจะให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com

เปิดวงจรปิดล่าทีมสังหารเสี่เต๋า

เปิดวงจรปิดล่าทีมสังหารเสี่เต๋า

เปิดวงจรปิดล่าทีมสังหารเสี่เต๋า

เปิดวงจรปิดล่าทีมสังหารเสี่เต๋า ความคืบหน้ากรณีคนร้ายขี่รถจักรยานยนต์ประกบยิง

“เสี่ยเต๋า” ช่างรับเหมาก่อสร้างวัย 63 ปี เสียชีวิตคารถกระบะที่หน้าโรงเรียนที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ล่าสุดเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสวนตามแกะรอยจากกล้องวงจรปิด พบว่าคนร้ายมากัน 2 คน สวมหมวกกันน็อคเต็มใบ หลังก่อเหตุได้ขี่รถจักรยานยนต์ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนมุ่งหน้าไปทางอำเภอบางปะหัน

คลิปบางส่วนจากกล้องวงจรปิดบันทึกภาพในขณะที่กลุ่มมือปืนพยายามเร่งเครื่องหนี ซึ่งการสืบสวนของตำรวจพบคนร้ายเป็นชาย 2 คนขี่รถจักรยานยนต์ไม่ติดทะเบียนสวมหมวกกันน็อคปิดบังใบหน้ามิดชิด จากภาพยังไม่ชัดว่าเป็นจักรยานยนต์สีและยี่ห้อใด แต่จากการไล่ดูวงจรปิดพบว่าหลังก่อเหตุยิง นายธวัช หรือเสี่ยเต๋า บริเวณทางเข้าโรงเรียนนครหลวงอุดมรัชต์วิทยา ได้พยายามเร่งเครื่องหนีเข้าซอยวัดโตนดมุ่งหน้าถนนเลียบคลองชลประทานนครหลวง-ท่าเรือ เลี้ยวขวามุ่งหน้าตลาดนัดโคกมะลิ อำเภอนครหลวง ก่อนจะไปเลี้ยวขวาแยกไฟแดงโคกมะลิขึ้นสะพานข้ามแม่น้ำป่าสัก วงจรปิดบริเวณแยกไฟแดงตึกส้มบันทึกภาพรถจักรยานยนต์ของคนร้ายในขณะเลี้ยวซ้ายด้วยความเร็วออกไปทางเกาะเลิ่ง อำเภอบางปะหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

เมื่อวานนี้ตำรวจเรียกบุคคลใกล้ชิดกับผู้ตายมาสอบปากคำ เพื่อหามูลเหตุและปมสังหารในครั้งนี้ นายศราวุฒิ หรือวุฒิ ลูกเขยของ นางประภัสสร ผู้เป็นภรรยาที่เคยมีปากเสียงกันบ่อยครั้ง เป็นอีก 1 คนที่ถูกเรียกสอบเมื่อวานนี้ พร้อมทั้งยอมรับว่าเคยทะเลาะกับผู้ตายจริงแต่ไม่ได้รุนแรงจนถึงขั้นต้องทำร้ายกันจนเสียชีวิต ขณะที่พ่อของนายวุฒิ ยืนยันว่าในช่วงเกิดเหตุลูกชายยังนอนอยู่กับภรรยาที่บ้าน เช่นเดียวกับ นางประภัสสร โท้ประยูร อายุ 60 ปี ภรรยาของผู้ตาย บอกว่ามีความเครียดอย่างมากเพราะมีบางคนตั้งข้อสงสัยว่า เธอเป็นคนวางแผนฆ่าสามีและตำรวจก็พยายามเค้นสอบตลอดทั้งคืน

ส่วนศพของ นายธวัช วันนี้ญาติเดินทางไปรับที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ปทุมธานี นำกลับมารดน้ำศพตั้งสวดบำเพ็ญกุศลเป็นคืนแรกที่วัดลายอำเภอนครหลวง ซึ่งเป็นบ้านเกิดของนายธวัชผู้เสียชีวิต บรรยากาศที่วัดเงียบเหงามีญาติพี่น้องมาเตรียมงานที่วัดบางตา โดยครอบครัวจะประกอบพิธีสวดพระอภิธรรมศพเป็นเวลา 5 คืน และจะทำพิธีเผาในวันพฤหัสบดีที่ 14 กุมภาพันธ์นี้

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com

เร่งแกะรอย2คนร้ายประกบยิงเสี่ยรับเหมา

เร่งแกะรอย2คนร้ายประกบยิงเสี่ยรับเหมา

เร่งแกะรอย2คนร้ายประกบยิงเสี่ยรับเหมา

เร่งแกะรอย2คนร้ายประกบยิงเสี่ยรับเหมา

กรณี 2 คนร้ายอุกอาจรัว 4 นัดซ้อน ตามประกบยิงแบบเผาขน นายธวัช สุขสังขาร อายุ 63 ปี เสี่ยรับเหมาต่อเติมบ้าน ที่ อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา เสียชีวิต หน้าโรงเรียนอุดมรัชต์วิทยาเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้ามืดวานนี้ (8 ก.พ.) โดยคนร้ายเป็นชาย 2 คน สวมหมวกกันน็อคแบบเต็มใบปิดบังใบหน้า ขี่รถจักรยานยนต์ ไม่ทราบยี่ห้อทะเบียน มาจอดใกล้กับรถยนต์ยี่ห้ออีซูซุ ดีแมคซ์ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน บบ-2050 พระนครศรีอยุธยา ของผู้ตาย ซึ่งจอดอยู่ฝั่งตรงข้ามโรงเรียน ก่อนที่คนร้ายจะลงมือก่อเหตุใช้อาวุธปืน กระหน่ำยิงบริเวณกระจกรถฝั่งคนขับมีร่องรอยถูกยิงด้วยอาวุธปืน 4 นัด ทะลุประตูด้านซ้าย บนถนนพบปลอกกระสุนปืนขนาด .38 ซุปเปอร์ 4 ปลอก กระจายเกลื่อนถนน

นายธวัช ได้รับบาดเจ็บสาหัส นอนหายใจรวยรินอยู่ตรงเบาะคนขับ เจ้าหน้าที่ช่วยกันนำร่างออกมาปั๊มหัวใจ แต่ไม่สามารถยื้อชีวิตเอาไว้ได้และเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ตามร่างกายพบบาดแผลถูกยิงเข้าที่บริเวณ แขนขวา 1 นัด ที่คอด้านขวาทะลุไปถูกแขนซ้าย

นางประภัสสร โท้ประยูร ภรรยาของผู้ตาย เผยว่า ตนมีอาชีพขายของอยู่ในโรงเรียนตรงจุดเกิดเหตุ ส่วนนายธวัชมีอาชีพรับเหมาต่อเติมบ้าน ก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้ขับรถมาส่งตน เพื่อขายของภายในโรงเรียน พอถึงหน้าโรงเรียน ตนได้เดินข้ามถนนไปเปิดประตูรั้วโรงเรียน โดยนายธวัชนั่งรออยู่ในรถฝั่งตรงข้าม เพื่อจะขับรถเข้าไปภายในโรงเรียน

“พอเปิดประตูเสร็จได้ยินเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด จึงหันไปมอง เห็นรถจักรยานยนต์ไม่ทราบสีไม่ทราบรุ่นขับมุ่งหน้าออกไปทาง อ.นครหลวง จากนั้น ตนก็มองไปที่รถของสามี พบว่าสามีถูกยิงได้รับบาดเจ็บอยู่ในรถ จึงรีบโทรศัพท์แจ้งให้เจ้าหน้าที่มาช่วยเหลือ แต่สามีทนพิษบาดแผลไม่ไหวจึงเสียชีวิต ส่วนสาเหตุไม่ทราบ เนื่องจากผู้ตายไม่เคยเล่าเรื่องอะไรให้ฟัง”

ขณะที่นางปรางทิพย์ เปาริก น้องสาวของผู้ตาย กล่าว ว่า ตนไม่ทราบปมการสังหารครั้งนี้ เพราะไม่ได้อยู่ด้วยกัน โดยพี่ชายพักอยู่บ้านหลังเดียวกันกับภรรยา และไม่เคยเล่าเรื่องอะไรให้ฟัง จึงไม่ทราบว่าไปมีปัญหาขัดแย้งกับใครบ้าง คนที่รู้ดีน่าจะเป็นภรรยา ตอนนี้ตนไม้ทั้งนี้นายธวัช เคยมีภรรยามาแล้ว 1 คน แต่เลิกกันไปนานแล้ว ก่อนจะมาอยู่กินกับนางประภัสสร ภรรยาใหม่ ตอนนี้ไม่อยากกล่าวหาใคร ทางคดีปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ อยากให้ตำรวจเร่งติดตามจับคนร้ายให้ได้โดยเร็ว อยากรู้ว่าใครเป็นคนทำ ซึ่งเป็นการยิงหวังถึงชีวิต

จากการสืบสวนพบว่า คนร้ายมีความชำนาญเส้นทางหลบหนี และทราบความเคลื่อนไหวของผู้ตายเป็นอย่างดี ซึ่งต้องมาส่งภรรยาประจำทุกเช้ามืดหน้าโรงเรียนที่เกิดเหตุ ทราบถึงขนาดผู้ตายต้องจอดรถให้ภรรยาลงจากรถไปเปิดประตูรั้วโรงเรียนเพื่อนำอาหารไปขายให้นักเรียน ทำให้คนร้ายฉวยโอกาสลงมือสังหารช่วงที่ภรรยาของผู้ตายลงไปเปิดประตูรั้ว

เชื่อว่าคนร้ายมีการวางแผนเส้นทางหลบหนีเป็นอย่างดี ทราบจุดติดตั้งกล้องวงจรปิดบนเส้นทางอย่างดีด้วย และจุดที่คนร้ายลงมือก่อเหตุยังอยู่ด้านหลังของกล้องวงจรปิด เมื่อลงมือยิงเสี่ยเต๋าแล้ว คนร้ายได้กลับรถหนีเลี่ยงกล้องวงจรปิดหน้าโรงเรียนขณะที่ชุดสืบสวนยังคงเร่งแกะรอยเส้นทางหลบหนีและไล่กล้องวงจรปิดในรัศมีรอบจุดเกิดเหตุอย่าง ซึ่งเป็นกุญแจดอกสำคัญในการติดตามตัวคนร้าย

เจ้าหน้าที่คาดว่าสาเหตุการสังหารน่าจะมาจากการปล่อยเงินกู้ สวนสวนญาติใกล้ชิดกับผู้ตายให้การว่า ผู้ตายมีฐานะดีในระดับหนึ่งปล่อยเงินกู้ เก็บดอกค่อนข้างโหดร้อยละ 10 ร้อยละ 20 แล้วแต่ละราย ถ้าลูกหนี้รายไหนไม่จ่ายเงินค่าดอก หรือเงินต้นตามข้อตกลง เสี่ยเต๋าก็จะติดตามติดตามเองทุกราย ถึงขนาดมีลูกหนี้รายหนึ่งในพื้นที่ อ.นครหลวง ถูกทวงเงินหนัก ถึงกับขู่อาฆาตผู้ตายหากยังทวงเงินจิกไม่เลิก ซึ่งตำรวจได้เชิญตัวผู้ต้องสงสัยรายนี้มาสอบปากคำแล้ว

นอกจากนี้ทราบว่าผู้ตายยังไปติดพันผู้หญิงรายหนึ่ง เจ้าหน้าที่ได้ติดตามตัวมาให้การเพื่อคลี่คลาย ทั้งนี้ผู้ตายได้ทำประกันชีวิตไว้จำนวนมากด้วย ส่วนจะเป็นสาเหตุให้คนร้ายลงมือก่อเหตุหรือไม่อยู่ระหว่างสอบสวน

ส่วนประเด็นความขัดแย้งในครอบครัวหรือคนใกล้ชิด ทีมสอบสวนได้สอบปากคำทั้งญาติฝ่ายผู้ตายและฝ่ายภรรยาหลายปาก พร้อมทั้งเชิญนายวุฒิ ลูกเขยของเมียผู้ตาย หนึ่งในผู้ต้องสงสัยมาสอบปากคำด้วย เนื่องจากมีปัญหาและไม่ถูกกับผู้ตาย โดยผู้ตายเคยพูดกับน้องสาวว่าหากเป็นอะไรหรือเกิดอะไรขึ้นกับตนเอง ก็เป็นฝีมือของนายวุฒิ แต่นายวุฒิ ยอมรับกบผู้สื่อข่าวว่าทะเลาะกับผู้ตายจริง แต่ไม่ได้เป็นคนก่อเหตุ ตนมาให้ปากคำกับตำรวจเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงเรื่องที่เกิดขึ้นแต่นายวุฒิไม่ตอบแล้วเดินหนีนักข่าว

ด้าน พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ รอง ผบช.ภ.1 ลงพื้นที่ติดตามคดี กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนพยานทั้งหมด ตนสั่งการให้ทีมสอบสวนเร่งรัดดำเนินการ อีกทั้งกำหนดประเด็นการสืบสวนสอบสวน เพื่อวางแนวทางในการติดตามตัวคนร้าย พร้อมทั้งให้ตรวจสอบบุคคลพ้นโทษ หรือบุคคลที่มีหมายจับในพื้นที่ คดีนี้ไม่มีอะไรซับซ้อน ส่วนปมการฆ่านั้น ตั้งไว้หลายประเด็นทั้งเรื่องส่วนตัว เรื่องธุรกิจและเงินกู้นอกระบบ ยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้งหรือให้น้ำหนักประเด็นไหนเป็นพิเศษ ยืนยันเจ้าหน้าที่จะทำอย่างเต็มที่ไม่เกิน 1-2 วันทราบตัวคนร้ายอย่างแน่นอน

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com

 …

หนุ่มกร่างโชว์มีดดาบใส่รถบนท้องถนน

หนุ่มกร่างโชว์มีดดาบใส่รถบนท้องถนน

หนุ่มกร่างโชว์มีดดาบใส่รถบนท้องถนน

หนุ่มกร่างโชว์มีดดาบใส่รถบนท้องถนน

หนุ่มหัวร้อนโชว์มีดดาบใส่รถบนท้องถนน ซึ่งโลกออนไลน์ได้พากันส่งต่อคลิปวีดีโอและวิพากษ์วิจารณ์ ถึงความไม่ปลอดภัย และความน่ากลัวบนท้องถนน

เผยคลิปวีดีโอจากกล้องหน้ารถคันหนึ่ง ที่ขับมาบนถนนสายบ้านเก่า-พานทอง อำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี เมื่อคืนวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่ามีรถกระบะ อีซูซุ ดีแมค สีเทา ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ขับปาดเข้ามาทางด้านซ้าย และคนขับก็เปิดกระจกถือวัตถุยาวๆ คล้ายกับมีดดาบในลักษณะข่มขู่ ก่อนจะขับปาดหน้า และใช้มีดดาบชี้มาที่คนขับรถที่มีกล้อง ซึ่งกล้องหน้ารถบันทึกพฤติกรรมของคนขับรถกระบะไว้ได้อย่างชัดเจน โดยเหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นในช่วงเวลาประมาณ 2 นาทีเศษๆ ซึ่งผู้ประสบเหตุได้นำไปโพสต์ในโลกออนไลน์ทำให้มีการส่งต่อและวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง

ทีมข่าวตรวจสอบไปที่เจ้าของรถคันที่มีกล้องซึ่งเป็นผู้หญิง ชื่อนางยุวดี อ้วนทา อายุ 25 ปี บอกว่าวันเกิดเหตุขับรถไปกับเพื่อนหญิงอีกคนเพิ่งกลับจากทานข้าว โดยขับมาในเลนขวาสุด มาถึงจุดหนึ่งมีรถรอเลี้ยวจึงเบี่ยงรถมาทางซ้าย ซึ่งอาจจะทำให้รถกระบะคู่กรณีที่แล่นมาไม่พอใจและขับเบียด จึงบีบแตรเป็นการให้สัญญาณเตือนแต่คนขับรถกระบะกลับเร่งเครื่องใส่จนควันดำ ตะโกนด่าว่า”มึงเก๋าเหรอ”พร้อมกับแสดงพฤติกรรมตามที่กล้องหน้ารถบันทึกภาพไว้ หลังเกิดเหตุด้วยความกลัวจึงรีบนำภาพไปแจ้งความบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ที่ สภ.พานทอง

สอบถามไปที่ พันตำรวจเอกภาสกร ทุนทรัพย์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรพานทอง บอกว่า หลังรับแจ้งความ ก็ได้ให้เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทาง เพื่อหาที่มาของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ส่วนคนขับรถกำลังหาทางตรวจสอบว่าเป็นใคร เพราะว่ารถกระบะที่ก่อเหตุไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน จึงเป็นอุปสรรคต่อการตรวจสอบ แต่ก็พยายามอยู่ โดยได้มีประชาสัมพันธ์ให้ผู้พบเห็นรถกระบะในคลิปหรือมีเบาะแสก็สามารถแจ้งได้ที่ สภ.พานทอง ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

อย่างไรก็ตาม ผู้กำกับการ สภ.พานทอง ยังบอกด้วยว่า ถ้าผู้ก่อเหตุเห็นข่าวก็ควรมามอบตัว เพราะโทษไม่ได้ร้ายแรงควรมาปรับความเข้าใจ เพราะคู่กรณีเป็นผู้หญิงและการใช้ดาบมาข่มขู่กันก็เป็นการกระทำที่ไม่สมควร แต่ถ้าไม่มามอบตัวทางตำรวจก็ต้องหาทางสืบสวนติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com

ดักทำร้ายสาว2ถูกแทงสวนดับ

ดักทำร้ายสาว2ถูกแทงสวนดับ

ดักทำร้ายสาว2ถูกแทงสวนดับ

ดักทำร้ายสาว2ถูกแทงสวนดับ

ที่จังหวัดสมุทรปราการ เกิดเหตุวัยรุ่น 19 ดักทำร้ายสาวประเภทสอง ถูกแทงสวนเสียชีวิต            เจ้าหน้าที่กู้ภัยพยายามปั้มหัวใจช่วยชีวิตนายกรวีร์จำปารุณ อายุ 19 ปี ถูกแทงเข้าที่บริเวณชายโครงข้างซ้าย 1 แผลนอนหมดสติหายใจรวยระรินอยู่ที่บริเวณปากทางเข้านิคมบางกอกฟรีเทรดโซน อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการแต่สุดยื้อชีวิต นายกรวีร์เสียชีวิตในเวลาต่อมา สอบสวนทราบว่า นายสุชาติ อาจอุดม หรือเบียร์ อายุ 39 ปี สาวประเภทสองเป็นผู้ใช้มีดปลายแหลมแทงผู้ตาย ให้การว่า แอบได้ยินรปภ.ที่บริษัท นัดพวกมาทำร้ายตัวเธอเพราะเคยมีเรื่องทะเลาะกันมาก่อนด้วยความกลัวไม่ปลอดภัยจึงพกมีดติดตัว และเมื่อคืนขี่รถจักรยานยนต์มาถึงหน้าป้อมยามที่เกิดเหตุ ได้มีชาย 2 คนขี่รถจักรยานยนต์มาปาดหน้าและได้ตรงเข้ามาทำร้าย นายสุชาติ จึงหยิบมีดปลายแหลมออกมาป้องกันตัวและแทงผู้ตายไป 1 ครั้ง ส่วนพวกที่มากับผู้ตายได้วิ่งหลบหนีไป ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาว่าฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนาและพกพาอาวุธมีดมาบนทางสาธารณะในเมืองหมู่บ้านโดยไม่มีเหตุอันควร

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com

พี่ฉุนน้องตีหัวแตกเจอแทงสวนดับ

พี่ฉุนน้องตีหัวแตกเจอแทงสวนดับ

พี่ฉุนน้องตีหัวแตกเจอแทงสวนดับ

พี่ฉุนน้องตีหัวแตกเจอแทงสวนดับ

พี่น้องฆ่ากันเพราะมือถือเครื่องเดียว…พี่ยืมไปใช้ 3 วันไปยอมคืน น้องตามทวงกลับฉุนคว้าเสียมมาตีหัวแตก ฝ่ายน้องแย่งเสียมมาได้ตีคืนก่อนคว้ามีดแทงสวนดับ หลังก่อเหตุหอบสังขารไปทำแผล ตร.ตามรวบคาเตียงคนไข้

เมื่อวันที่ 6 ก.พ. ร.ต.อ.เกรียงไกร ศรีพงษ์ สว.(สอบสวน) สภ.โสกก่าม อ.เซกา จ.บึงกาฬ ได้รับแจ้งเหตุฆ่ากันตายที่หน้าบ้านเลขที่ 83 หมู่ 2 บ้านนาตะไก้ ซึ่งอยู่ข้างสำนักงาน อบต.โสกก่าม จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมแพทย์เวร รพ. เซกา หน่วยกู้ภัยสว่างศรีวิไลจุดโสกก่าม ที่เกิดเหตุพบศพ นายปิยะ เถาว์ชาลี อายุ 39 ปี สภาพนอนหงายจมกองเลือดอยู่ลานดินข้างบ้านมีบาดแผลถูกแทงที่ซี่โครงซ้ายและที่ศีรษะมีรอยถูกตีด้วยของแข็งเป็นแผลแตกและบวมช้ำ ใกล้กันพบเสียมเปื้อนเลือดอยู่ข้างๆ ศพ ส่วนผู้ที่ก่อเหตุทราบต่อมาคือ นายประทวน เถาว์ชาลี อายุ 36 ปี น้องชายผู้ตาย หลังก่อเหตุได้วิ่งหนีไปหาหมอที่ รพ.สต.ชุมชนตำบลโสกก่าม ซึ่งอยู่ไม่ไกลตำรวจจึงตามไปจับกุมตัวได้บนเตียงคนไข้ระหว่างทำแผล ซึ่งถูกตีด้วยของแข็งเข้าที่ศีรษะเป็นแผลฉกรรจ์

จากการสอบสวนนายประทวน ผู้ต้องหา ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุตนได้มาทวงมือถือกับพี่ชายที่ยืมไปใช้เมื่อ 3 วันก่อน แต่พี่ชายไม่ยอมคืน ตนจึงบอกไปว่างั้นขอซิมการ์ดในเครื่องก็ได้เพราะมีเบอร์คนอื่นที่บันทึกไว้เผื่อจำเป็นต้องติดต่อ แต่พี่ชายกลับโมโหหันไปคว้าเสียมมาแล้วใช้ด้ามเสียมตีเข้าที่ศีรษะตนอย่างแรงจนเลือดอาบ จากนั้นยังพยายามที่จะตีศีรษะตนซ้ำอีก แต่ตนยื้อแย่งเสียมมาได้จึงตีไปที่ศีรษะพี่ชายคืนจนล้มลงกองกับพื้น ก่อนที่ตนจะคว้ามีดปลายแหลมที่อยู่บริเวณดังกล่าวมาแทงพี่ชายซ้ำไปอีก หลังเกิดเหตุก็รีบไปพบแพทย์เพื่อทำแผลที่ศีรษะกระทั่งมาถูกจับกุมตัว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อหา ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา พร้อมควบคุมตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมาย

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.dailynews.co.th