แวะมาหม่ำ หนุ่มไม่กล้าแกะ หลัง “งู” กินปลาติดตาข่ายเป็นฝูง

แวะมาหม่ำ ก็ปลามันอร่อย หนุ่มผวา ไม่กล้าแกะ หลังเจอของดีติดตาข่ายวางปลา ยกขึ้นจากน้ำสุดช็อก “งูสายรุ้ง” ติดมาเพียบ

แวะมาหม่ำ เฟซบุ๊ก Kittipan Stl โพสต์ภาพและข้อความระบุว่า “สงสัยต้องทิ้งละไม่กล้าแกะออก” ซึ่งชายคนดังกล่าวได้วางตาข่าย เมื่อยกขึ้นมาพบว่า นอกจากปลาที่ติดตาข่ายมาแล้ว ยังมีงูติดมาด้วย ซึ่งโพสต์ดังกล่าวมีชาวโซเชียล ได้แสดงความคิดเห็น และแชร์โพสต์ดังกล่าวเป็นจำนวนมาก งนี้

แวะมาหม่ำ

เฟซบุ๊ก ‎เม่า หนวดแมว‎ ได้โพสต์ถามไปยังกลุ่ม siamensis.org ว่างูที่ติดร่างแหนั้น เป็นงูประเภทใด ซึ่งได้คำตอบว่า เป็นงูสายรุ้ง มีพิษอ่อน และไม่อันตราย คาดว่าน่าจะมากินปลา

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.thairath.co.th/

คนเช่าคอนโดแสบเบี้ยวค่าเช่าขโมยของเกลี้ยง

คนเช่าคอนโดแสบเบี้ยวค่าเช่าขโมยของเกลี้ยง

คนเช่าคอนโดแสบเบี้ยวค่าเช่าขโมยของเกลี้ยง

คนเช่าคอนโดแสบเบี้ยวค่าเช่าขโมยของเกลี้ยง

แฟนรายการส่งเรื่องขอความช่วยเหลือมาที่เพจเที่ยงวันทันเหตุการณ์บอกว่า เปิดคอนโดมิเนียมย่านเมืองธานีให้เช่า แต่กลับถูกผู้เช่าเบี้ยวค่าห้อง แถมขโมยเฟอร์นิเจอร์ในห้อง หายไป 16 รายการ คิดเป็นค่าเสียหายร่วมแสนบาท i99bet

ทีมข่าวเที่ยงวันทันเหตุการณ์ ลงพื้นที่ไปสอบถามเรื่องที่เกิดขึ้นกับนายสิงห์ชัย คำภู เจ้าของห้องพัก เล่าว่า ตนเองซื้อคอนโดแห่งนี้เพื่ออยู่อาศัยเอง ต่อมามีความจำเป็นต้องย้ายไปอยู่ต่างจังหวัด จึงให้นายหน้าหาผู้เช่าห้องให้และได้ทำสัญญากับผู้เช่าซึ่งเป็นเด็กนักศึกษา เมื่อเดือนกันยายน 2561 ในทีแรกน้องผู้เช่า เป็นคนอัธยาศัยดี พูดจาดี และได้คุยไลน์ติดต่อกันเป็นประจำ จนกระทั่งเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2561 ผู้เช่าแจ้งว่า เครื่องทำน้ำอุ่นเสีย ภรรยาของตนจึงพาช่างเข้าไปตรวจสอบในวันที่ 19 ธันวาคม

เมื่อเข้าไปในห้อง พบเพื่อนผู้หญิงของผู้เช่าอยู่ด้วย 1 คน และพบว่าสภาพห้องทรุดโทรมจากการเลี้ยงสุนัข ขณะที่ฝาผนังมีรอยเจาะผนังหลายจุด ภรรยาของตนจึงตักเตือนไปว่า นิติบุคคลไม่อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ในคอนโด หากจะเลี้ยงจริงๆ ก็อย่าให้นิติบุคคลเห็น ส่วนการเจาะผนังห้อง หากเลิกเช่าจะต้องคิดค่าเสียหายในส่วนนี้ด้วย

ทางผู้เช่าก็รับทราบและยังคุยไลน์กันตามปกติ ไม่มีท่าทีว่าโกรธ หรือไม่พอใจอะไร กระทั่งต้นเดือนมกราคม ผู้เช่าไม่จ่ายค่าเช่าห้อง และค่าไฟ จึงติดต่อสอบถามไป อ้างว่า ไปต่างประเทศจึงยังไม่สะดวกจ่าย และขอเลื่อนไปก่อน จากนั้นก็ติดต่อผู้เช่าไม่ได้ เรื่องมาแดงเมื่อวันที่ 30 มกราคม ซึ่งตนได้เช็คการใช้ไฟของห้องพัก ผ่านแอปพลิเคชันการไฟฟ้านครหลวง กลับพบว่าที่ห้องยังมีการใช้ไฟอยู่ ทั้งที่ผู้เช่าบอกว่าไปต่างประเทศ จึงรีบเข้าไปที่คอนโดเพื่อตรวจสอบ โดยให้นิติบุคคลนำคีย์การ์ดขึ้นไปเปิดห้อง

เมื่อเห็นสภาห้องเข่าแทบทรุด เมื่อพบว่าผู้เช่าได้ขนทรัพย์สินที่มีค่าออกไปหมด แถมยังทำห้องเลอะเทอะมีมูลสุนัขทั่วห้อง มีคราบอาเจียนในห้องน้ำ เปิดแอร์เปิดไฟทิ้งไว้ เปิดน้ำทิ้งไว้จนเอ่อนองเต็มห้องครัว ทำให้พื้นชำรุดเสียหาย จึงไปแจ้งความที่ สภ.ปากเกร็ด เมื่อวันที่ 31 มกราคม ในข้อหายักยอกทรัพย์ แต่จนถึงขณะนี้คดียังไม่มีความคืบหน้า

ต่อมาพี่สาวและพี่เขยของผู้เช่านัดมาเจรจา โดยพาผู้เช่ามาด้วย ตนเรียกร้องให้จ่ายค่าเสียหายที่เกิดขึ้นเป็นจำนวน 3 แสนบาท แต่เขาบอกว่า มันแพงเกินไป จริง ๆ ตนก็สงสารเพราะเป็นเพียงนักศึกษา แต่ท่าทีของน้องเขาไม่ยอมรับผิด ไม่สำนึก แถมยังบอกว่า ตนไปดูห้อง โดยไม่ได้รับอนุญาตจากน้องเขา ในวันที่เข้าไปซ่อมเครื่องทำน้ำอุ่น ซึ่งตนก็ขอโทษ หรือถ้าจะโกรธที่ไปเตือนเรื่องเลี้ยงสุนัขและเจาะผนัง ก็โกรธได้ แต่ไม่ใช่เหตุผลที่จะมาขโมยของหรือทำให้ห้องเสียหาย สุดท้ายยังท้าทายให้ดำเนินคดี จึงตัดสินใจดำเนินคดี

ทีมข่าวของเรา ติดต่อไปยังผู้เช่ารายนี้ ได้ข้อมูลจากอีกฝั่งว่า วันที่เจ้าของห้องเข้ามาซ่อมเครื่องทำน้ำอุ่น ไม่ได้แจ้งตนล่วงหน้า ต่อมาพบว่า นาฬิกาแบรนด์เนมของตน ราคาหลักแสนบาทที่อยู่ในห้องน้ำหายไป ตนจึงรู้สึกไม่พอใจ แถมยังถ่ายรูปตามจุดต่างๆ ในห้องโดยไม่ได้รับอนุญาตอีก ส่วนเรื่องที่ตนขนทรัพย์สินออกไปจากห้องเพื่อเอาคืนที่นาฬิกาของตนที่หายไป และอยากเรียกร้องขอค่าประกันห้องคืนด้วย เพราะเมื่อตนขอเลิกเช่าห้อง เจ้าของห้องไม่ยอมคืนเงินประกันให้

หลังเกิดเรื่องได้นัดพูดคุยกัน ก็เห็นว่า คู่กรณีเรียกค่าชดใช้แพงเกินจริง จึงให้คู่กรณีดำเนินการทางกฎหมาย เพราะวันที่นัดเจรจากัน มันชัดเจนแล้วว่า จะไม่ได้เงินประกันห้องคืน จึงขอชดใช้ด้วยการคืนของที่ตนเอามา แต่คู่กรณีไม่รับแล้ว บอกว่าต้องการของใหม่ พูดง่ายๆ คือ อยากได้เงิน จึงขอให้เขาไปตกลงที่สถานีตำรวจ เพื่อให้มีหลักฐานว่าจะชดใช้กันเท่าไหร่ แต่เขาไม่ไป

ด้านพ่อของน้องคนเช่าห้อง บอกว่า ยอมรับว่าลูกทำผิด ที่ไปขนของให้ห้องออกมา แต่คู่กรณีก็ทำไม่ถูก ที่ให้เพื่อนที่อ้างว่าเป็นผู้กำกับใหญ่โทรมาคุย บอกให้จ่ายค่าเสียหาย โดยบอกว่ารู้จักนักข่าว ถ้าไม่อยากให้เป็นข่าวก็ชดใช้มา แต่ตนเห็นว่า คู่กรณีเรียกร้องมา 3 แสนกว่านั้น แพงเกินไป เข้าข่ายกรรโชกทรัพย์หรือไม่ ส่วนเรื่องที่บอกว่า ลูกของตนไปเจาะผนังห้องเป็นรูนั้น ลูกตนบอกว่า มีการเจาะไว้แล้ว ตั้งแต่เข้าไปอยู่ เรื่องนี้จึงขอให้ดำเนินคดี ให้ตำรวจเข้าไปตรวจสอบ ซึ่งการขนของออกจากห้อง เป็นคดียักยอกทรัพย์ ยอมความกันได้

ทั้งนี้หลังจากวันที่นัดเจรจากันแล้วตกลงกันไม่ได้ ตนได้พาลูกไปลงบันทึกประจำวัน ที่ สภ.ปากเกร็ด ระบุว่า ไม่มีเจตนาลักทรัพย์หรือยักยอกทรัพย์ เพียงแค่เอาไปเพื่อเจรจาคืนค่ามัดจำห้อง เบื้องต้นสอบถามไปที่ สภ.ปากเกร็ดแล้ว ยังไม่พบว่ามีการแจ้งความเป็นคดีความใดๆ

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com…

จับแล้วหญิงปริศนาตีหัวคนบนถนนสุขุมวิท

จับแล้วหญิงปริศนาตีหัวคนบนถนนสุขุมวิท

จับแล้วหญิงปริศนาตีหัวคนบนถนนสุขุมวิท

จับแล้วหญิงปริศนาตีหัวคนบนถนนสุขุมวิท จากกรณีที่มีการโพสต์คลิปและภาพผู้หญิงคนหนึ่งถือท่อพีวีซี และทำร้ายหญิงสาวคนหนึ่งที่เดินริมถนนสุขุมวิท จนได้รับบาดเจ็บที่ศรีษะ

ความคคืบหน้าล่าสุด พ.ต.อ.อัครวุฒ ธานีรัตน์ ผู้กำกับการ สน.ลุมพีนี เปิดเผยว่าเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา(21ก.พ.62) ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่าพบเห็นหญิงสาวรูปพรรณสันฐานคล้ายกับหญิงแปลกหน้าที่ใช้ท่อพีวีซี ตีศรีษะประชาชนที่เดินริมถนนสุขุมวิท ซอย7/1 จึงสั่งการให้นำกำลังสายตรวจเข้าตรวจสอบพร้อมเชิญตัวหญิงคนดังกล่าวมาสอบปากคำที่ สน.ลุมพินี ทราบชื่อคือ น.ส.สมฤดี (ไม่เปิดเผยนามสกุล) อายุ 29 ปี

โดย น.ส.สมฤดี อยู่ในอาการตกใจและให้การวกวน จับใจความได้ว่าอาศัยหลับนอนตามข้างทางโดยจะมีท่อพีวีซีไว้ป้องกันตัวจากชาวต่างชาติที่เดินผ่านไปมาเบื้องต้น ตำรวจแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นได้รับบาดเจ็บแก่กาย ก่อนเปรียบเทียบค่าปรับเป็นเงิน 500 บาท พร้อมประสานญาติ เพื่อตรวจสอบประวัติ การรักษาตัว เนื่องจากหญิงคนดังกล่าวอยู่ในอาการเครียดและมีความหวาดระแวง

ขณะที่หญิงสาวผู้เสียหาย ระบุว่า จากการพูดคุย น.ส.สมฤดี ผู้ก่อเหตุ เมื่อคืนที่ผ่านมา ได้กล่าวคำขอโทษและยอมรับผิดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ส่วนสาเหตุที่ทำร้ายทราบว่าทำเพราะป้องกันตัวเนื่องจากเข้าใจว่าเป็นชาวต่างชาติและเกรงว่าจะมาทำร้าย จึงได้ชิงลงมือก่อน

จากการพูดคุยกับ น.ส.สมฤดี พบว่ามีอาการไม่ปกติ อีกทั้งดูเคร่งเครียดและกังวลอยู่ตลอดเวลา จึงได้หารือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจก่อนจะถอนแจ้งความ เพื่อให้ น.ส.สมฤดี ไปรักษาตัวและกลับมาใช้ชีวิตในสังคมได้ตามปกติ

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com

ยิงยาสลบสุนัขกักไว้ที่ปศุสัตว์หลังรุมกัดเด็กชาวฟินแลนด์

ยิงยาสลบสุนัขกักไว้ที่ปศุสัตว์หลังรุมกัดเด็กชาวฟินแลนด์

ยิงยาสลบสุนัขกักไว้ที่ปศุสัตว์หลังรุมกัดเด็กชาวฟินแลนด์

ยิงยาสลบสุนัขกักไว้ที่ปศุสัตว์หลังรุมกัดเด็กชาวฟินแลนด์

ความคืบหน้า กรณีสุนัขรุมกัดเด็กชาวฟินแลนด์ ล่าสุดปศุสัตว์จังหวัดกระบี่ ลงพื้นที่ยิงยาสลบสุนัขจรจัดทั้งหมด เพื่อนำสุนัขทั้งไปหมดกักไว้ที่สำนักงานปศุสัตว์ ส่วนอาการเด็กชายชาวฟินแลนด์พ้นขีดอันตรายแล้ว หลังค่ำวานนี้เกิดเหตุการณ์ฝูงสุนัขจรจัด รุมกัดเด็กชายชาวฟินแลนด์ วัย 5 ขวบ บริเวณหาดอ่าวนาง จนได้รับบาดเจ็บ ล่าสุดวันนี้ ทางเจ้าหน้าที่สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดได้นำปืนยิงยาสลบยิงสุนัขจรจัดที่หน้าหาดอ่าวนาง โดยมีเป้าหมายเพื่อนำสุนัขจรจัดทั้งหมด ไปกักไว้ที่สำนักงานปศุสัตว์ เพื่อตรวจสุขภาพ หาเชื้อว่ามีการติดเชื้อพิษสุนัขบ้าหรือไม่ จากนั้นจะทำการย้ายสุนัขไปเลี้ยงในที่เหมาะสมต่อไป พันตำรวจโท หม่อมหลวง กิติบดี ประวิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ได้เดินทางไปที่โรงพยาบาลกระบี่นครรินทร์ เยี่ยมอาการของเด็กชายชาวฟินแลนด์ ได้รับแจ้งจากนายแพทย์ที่ทำการรักษาว่า อาการของเด็กนั้น แรกเริ่มค่อนข้างสาหัส เนื่องจากมีรอยถูกกัดหลายแห่ง คณะแพทย์ได้ทำการล้างแผล เย็บ และฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า,เชื้อแบคทีเรีย และเชื้อบาดทะยัก ขณะนี้อาการโดยรวมพ้นขีดอันตรายแล้ว แต่ยังต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com

ชายเร่ร่อนวิ่งตัดหน้ารถถูกชนดับคาที่

ชายเร่ร่อนวิ่งตัดหน้ารถถูกชนดับคาที่

ชายเร่ร่อนวิ่งตัดหน้ารถถูกชนดับคาที่

ชายเร่ร่อนวิ่งตัดหน้ารถถูกชนดับคาที่ เกิดเหตุสลดสาวคนหนึ่งกำลังขับรถจะไปทำงานใช้เส้นทางบางนา-ตราด ผ่านบางปะกง มีชายเร่ร่อนเดินอยู่ไหล่ทางเลนขวา

จู่ ๆ ก็วิ่งตัดหน้ารถในระยะกระชั้น เบรกไม่ทันชนเข้าอย่างจัง เสียชีวิตคาที่ เหตุเกิดเมื่อช่วง 6.30 น. หน่วยกู้ภัยฉะเชิงเทรา ได้รับแจ้งเหตุรถชนคนเดินเท้าเสียชีวิต บริเวณหน้า สภ.บางปะกง ถนนเทพรัตน์ (บางนา-ตราด) กม. 47 ช่องทางด่วน ขาเข้า กทม. ต.บางปะกง อ.บางปะกง พบรถเก๋ง มาสด้า 2 สีบรอนซ์ฟ้า ทะเบียน ญถ 9640 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่เลนขวา สภาพรถด้านหน้าพังยับเยิน กระจกแตก มี น.ส.เพ็ญนภา แสนมี อายุ 30 ปี เป็นคนขับอยู่ในอาการตกใจ ข้างรถพบศพชายเร่ร่อน ไม่ทราบชื่อ อายุประมาณ 35-40 ปี นอนเสียชีวิตอยู่ ทางเจ้าหน้าที่จึงนำร่างส่งชันสูตรเบื้องต้นที่โรงพยาบาลบางปะกง สอบสวน น.ส.เพ็ญนภา ให้การว่าขณะที่กำลังขับรถไปทำงานที่ กทม. พอมาถึงจุดเกิดเหตุจู่ ๆ ชายคนดังกล่าวก็กระโดดมาจากข้างทางแล้วมาอยู่กลางถนน ทำให้ตนหลบไม่ทันจึงชนเข้าเต็มแรง สอบถามจากกู้ภัยทราบว่า ผู้ตายเป็นคนเร่งร่อนเดินเก็บของเก่าตามถนนขาย ไม่มีที่พักเป็นหลักแหล่ง แต่มีผู้พบเห็นเดินอยู่แถวจุดเกิดเหตุเป็นประจำ ในตัวไม่มีหลักฐานใด ๆ มีเพียงเสื้อตัวกางเกงตัวเท่านั้น และชายคนดังกล่าวเคยก่อเหตุวิ่งให้รถเฉี่ยวชนมาหลายครั้งแล้ว แต่ที่ผ่านมาได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยเท่านั้น ครั้งนี้คนขับเป็นผู้หญิงคงตกใจแล้วเบรกไม่ทัน อีกทั้งน่าจะขับมาด้วยความเร็วพอสมควร จึงชนเข้าอย่างจังจนเสียชีวิตคาที่ ส่วนศพขณะนี้กำลังนำไปส่งโรงพยาบาลตำรวจ เพื่อชันสูตรศพต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com

หมอขึ้นเสียงกับคนไข้ล่าสุดโดนเชิญออกแล้ว

หมอขึ้นเสียงกับคนไข้ล่าสุดโดนเชิญออกแล้ว

หมอขึ้นเสียงกับคนไข้ล่าสุดโดนเชิญออกแล้ว

หมอขึ้นเสียงกับคนไข้ล่าสุดโดนเชิญออกแล้ว เหมาะสมหรือไม่? หมอโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งขึ้นเสียงกับคนไข้ที่เป็นโรคมะเร็ง บอกว่ายังไงก็รักษาไม่หาย ให้สั่งลาลูกเลย เดี๋ยวก็ตาย ด้านโรงพยาบาลชี้แจง

โดยคลิปดังกล่าวเป็นของผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Sunee Kaewtangsin พร้อมระบุข้อความว่า นี่คือคำพูดของคนดูคนป่วยเหรอ (โรงพยาบาลแห่งหนึ่งย่านคลองเตย) เป็นการสนทนาระหว่าง คุณหมอ คนไข้ และลูกของคนไข้ คุณหมอได้อธิบายโรคให้คนไข้ฟังว่า “ตับทำหน้าที่ ขับสารพิษ เลือดเป็นพิษ เข้าใจไหม ป้าเหนื่อยเพราะเลือดเป็นพิษ”คนไข้ถามกลับว่า”แล้วต้องทำอย่างไรค่ะ”

คุณหมอบอกกลับว่า “ไม่หายแล้วป้า ป้าไม่ตายวันนี้ มันระยะสุดท้ายแล้ว มันจะค่อยๆไป ป้าจะไม่ตายฉับพลัน ที่ป้าเหนื่อยเพราะพิษในเลือด ไม่เกี่ยวกับปอด”

ขณะนั้น มีเสียงลูกสาวของคนป่วยถามว่า “ไม่ได้เกี่ยวกับอากาศหรืออะไรเหรอค่ะ”คุณหมอ ตอบกลับด้วยเสียงที่ค่อนข้างดังว่า “ไม่เกี่ยว สารพิษในเลือด ตับไต กำจัดสารพิษไม่ได้”

คนไข้ถาม”ฟอกไต ไม่หายเหรอค่ะ” คุณหมอ”ไม่เกี่ยว ป้าเป็นมะเร็งตับ” ลูกสาวคนไข้ถาม แล้วหมออีกคนบอกเป็นก้อนซีส หมอตอบกลับว่า “ก็เขาพูดปลอบใจคุณ ตับเขาแข็งเป็นก้อนโต ป้าระยะสุดท้ายแล้ว มีอะไรจะทำ สั่งเสียลูกเลย โรคที่ป้าเป็นมันรักษาไม่ได้ รวมๆ ก็เหลือเวลาอีกประมาณ 2 ปี”

นายแพทย์ สุวินัย บุศราคัมวงศ์ ผอ.โรงพยาบาลพยาบาลกล้วยน้ำไท ชี้แจงว่า คุณหมอคนที่ตรวจเป็นคุณหมอพาร์ทไทม์ ไม่ใช่คุณหมอประจำของโรงพยาบาล ซึ่งทางโรงพยาบาลได้เรียกคุณหมอคนดังกล่าวพูดคุยแล้ว หลังคลิปถูกเผยแพร่ออกมา และขณะนี้ทางโรงพยาบาลได้มีคำสั่งเลิกจ้างคุณหมอคนดังกล่าวแล้ว ยืนยันคณะแพทย์โรงพยาบาลกล้วยน้ำไท ได้รับการฝีกอบรมการให้บริการคนป่วยอยู่แล้ว ที่ผ่านไม่เคยมีปัญหาเกิดขึ้น พร้อมขอโทษครอบครัวของผู้ป่วย ขณะเดียวกัน ทางโรงพยาบาลก็ได้ได้พูดคุยกับญาติคนป่วยแล้วก็เข้าใจดี ไม่ทราบว่าคลิปออกไปได้อย่างไร ญาติก็ทำใจแล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับผู้ป่วย และขณะนี้ญาติผู้ป่วยบอกว่าผู้ป่วยได้เสียชีวิตแล้ว ทางโรงพยาบาลเตรียมช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวผู้ป่วยต่อไป

ด้าน นายแพทย์ ณัฐวุฒิ ประเสริฐศิริพงษ์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ หรือ สบส.เปิดเผยว่า เรื่องนี้มองได้เป็น 2 มุม คือ 1.การที่คุณหมอพูดกับคนไข้ ซึ่งเขาไม่รู้ในรายละเอียดในเรื่องการรักษา ถือว่าไม่เหมาะสม เพราะคนป่วยเป็นทุกข์ เขาต้องการกำลังใจ แม้จะรู้ว่าไม่หายก็ตาม 2.มองในอีกมุมหมออาจจะมองว่าเป็นโรงพยาบาลเอกชน ซึ่งหมออาจจะหวังดีว่าคนป่วยจะต้องจ่ายค่าพยาบาลแพงหรือไม่ อย่างไรก็ตาม จากที่ดูในคลิปคุณหมอพูดคุยกับผู้ป่วย อาจเสี่ยงในเรื่องของจริยธรรมได้ เพราะใช้คำพูดที่ไม่เหมาะสม

นายแพทย์ณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า ตนได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ สบส.ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าวแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุด เพจบิ๊กเกรียน โพสต์ ข้อความระบุว่า ติดต่อไปยังลูกหลานของป้าปราณี บัวไพร ที่ป่วยมะเร็ง บอกว่าคุณป้าได้เสียชีวิตแล้ว เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธุ์แล้ว และได้ทำพิธีฌาปนกิจศพเรียบร้อยแล้ว พร้อมบอกว่าให้ลบคลิปด้วย เพราะป้าไปสบายแล้ว ไม่อยากให้ป้าเป็นกังวลในเรื่องนี้

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com

กองปราบรวบหนุ่มแค้นฝังใจ ใช้ปืนยิงแก๊งวงเหล้าดับ 1 ศพ ฉุนถูกมองหน้า

กองปราบรวบหนุ่มแค้นฝังใจ ตำรวจกองปราบปราบตามรวบหนุ่มสุโขทัย ร่วมมือกับพวกใช้อาวุธปืนยิงคนเสียชีวิต ฉุนเพราะถูกมองหน้าระหว่างนั่งดื่มเหล้า

กองปราบรวบหนุ่มแค้นฝังใจ เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม จับกุม นายสุวิทย์ อายุ 32 ปี ชาว จ.สุโขทัย ตามหมายจับศาลจังหวัดสมุทรปราการ โดยจับกุมได้ที่บริเวณหมู่บ้านสวัสดิการ กทม.ซอย 2 ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี

กองปราบรวบหนุ่มแค้นฝังใจ

การจับกุมดังกล่าว สืบเนื่องจาก นายสุวิทย์ กับพวกอีก 3 คน ได้นั่งดื่มเหล้ายาดองกันอยู่ภายในร้านยาดองใน อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ

หลังจากนั้นมีกลุ่มผู้ตายประมาณ 7-8 คน ได้เข้ามานั่งดื่มเหล้าอยู่บริเวณใกล้กันและได้เกิดการมองหน้ากัน ทำให้กลุ่มผู้ตายไม่พอใจและเดินเข้ามาหาเรื่องกลุ่มของนายสุวิทย์ แต่เนื่องจากมีพรรคพวกน้อยกว่า จึงรีบออกมาจากร้านยาดองดังกล่าว และกลับไปเอาอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ติดตัวมาด้วยเพื่อมาแก้แค้น

เมื่อกลุ่มพวกตนขี่รถมอเตอร์ไซค์ 2 คัน ซ้อนท้ายกันมาถึงบริเวณที่เกิดเหตุภายในซอยไม่มีชื่อใกล้โรงปูนนกอินทรี พบผู้ตายขี่รถมอเตอร์ไซค์สวนทางมาพอดีจึงได้ชักอาวุธปืนยิงไป 1 นัด ทำให้ผู้ตายเสียชีวิตในที่เกิดหลังจากนั้นกลุ่มพวกตนได้แยกย้ายกันหลบหนี ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมตัวพวกที่ก่อเหตุได้ 2 คน ซึ่งก็เหลือตนเองอีกคนและมาถูกจับดังกล่าวนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางพลี จว.สมุทรปราการ ดำเนินคดีต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com…

สุดเหี้ยม ยิงจ่อหัวเด็กหนุ่มหน้าตาดีวัย 16 ปี ศพโผล่ลำห้วย

สุดเหี้ยม คนร้ายจ่อยิงขมับ หนุ่มปวช. ปี 1 วัย 16 ปี ก่อนลากศพทิ้งลำห้วยกลางสวนปาล์ม ขณะที่ญาติแจ้งหายไปหลายวัน ตำรวจตั้งปมสังหาร 2 ประเด็น

สุดเหี้ยม เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ทุ่งตะโก รับแจ้งเหตุพบศพ ที่หมู่ที่ 7 ต.ทุ่งตะไคร อ.ทุ่งตะโก จ.ชุมพร ที่เกิดเหตุใจกลางสวนปาล์มขนาดใหญ่ ริมถนนสายเขาสวนทุเรียน – สถานีรถไฟเขาสวนทุเรียน เป็นถนนลูกรังเข้าไปในสวนปาล์ม

สุดเหี้ยม

ในลำห้วยกลางสวนปาล์มพบร่างของ นายไกรสร หรือ นายกล้า อายุ 16 ปี นักศึกษาสาขาช่างยนต์ ระดับปวช. ปี 1 วิทยาลัยแห่งหนึ่ง ลอยคว่ำหน้าในห้วย สภาพศพสวมชุดเสื้อช็อปกางเกงสีน้ำเงิน เป็นชุดช่างยนต์ของวิทยาลัย ศพยังสวมรองเท้าผ้าใบสีดำ จึงนำร่างขึ้นจากน้ำไปชันสูตรพลิกศพที่ รพ.ทุ่งตะโก พบบาดแผลถูกยิงที่ขมับด้านขวาด้วยกระสุนปืน ขนาด .38 จำนวน 1 นัด คาดว่าตายมานานกว่า 2 วัน

จากการสอบสวน นายประดิษฐ อายุ 41ปี อาชีพรับจ้าง ผู้พบศพคนแรก ได้การว่า ในช่วงค่ำได้ขี่รถจยย.ผ่านลำห้วย ก่อนจะสังเกตเห็นร่างศพลอยในน้ำ ที่ศีรษะมีเลือดแห้งติดอยู่รีบแจ้งตำรวจ สันนิษฐานว่านายไกรสร หรือ กล้า น่าจะถูกคนร้าย จ่อยิงด้วยปืนขนาด.38 ในสถานที่ไม่ไกลจากจุดที่พบศพ แล้วนำศพโยนทิ้งลำห้วย จนศพเริ่มขึ้นอืดลอยขึ้นมาจนมีผู้มาพบศพ

สอบถาม ด.ช.เกมส์ อายุ 14 ปี น้องชายของนายกล้า ได้การว่า บ้านของครอบครัวอยู่ห่างจากที่เกิดเหตุเพียง 1 กม. เท่านั้น มีพ่อแม่และ ลูก 3 คน นายไกรสร เป็นลูกคนกลาง เมื่อวันศุกร์ ที่ 18 ม.ค. 62 ที่ผ่านมาในช่วงเย็น หลังจากเลิกเรียนจากวิทยาลัยซึ่ง ห่างจากบ้าน 25 กม. ปกตินายกล้าจะกลับบ้านพร้อมพี่ชายที่เรียนที่เดียวกัน แต่วันนี้พี่ชายได้ขอแยกไปกินหมูกระทะในตลาดหลังสวน

นายกล้าจึงข้อความผ่านเฟซบุ๊กมาบอกตนว่าซ้อนจยย.เพื่อนมาลงที่สี่แยกเขาปีป อ.ทุ่งตะโก และได้ซ้อนรถจยย.เพื่อนอีกคนให้มารับ เพื่อจะไปลงหน้าวัดเขาปีป ทางเข้าบ้าน หลังจากนั้นก็เงียบหายไป และไม่สามารถติดต่อได้ ตนเองจึงประกาศลงในเฟซบุ๊กในเพจแจ้งเหตุชุมพร ตั้งแต่เมื่อช่วงเช้าวันเสาร์ จนกระทั่งมีผู้แจ้งว่าพบเป็นศพ ในช่วงกลางคืนวันอาทิตย์

สำหรับ นายไกรสร หรือ นายกล้า เป็นเด็กที่นิสัยดี ตั้งใจเรียนไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดหรือ เรื่องผิดกฎหมาย ไม่เคยมีเรื่องทะเลาะกับใคร เพียงแต่เป็นผู้ที่มีนิสัยไม่ยอมคน อีกทั้งรูปร่างค่อนข้างใหญ่ ผิดจากวัยรุ่นในอายุเดียวกัน

สันนิษฐานว่าคนร้ายน่าจะเป็นคนที่อยู่กับผู้ตายเป็นคนสุดท้าย คนร้ายกับผู้ตายน่าจะมีข้อขัดแย้งกันในบางประเด็นหลังจากที่พูดจาตกลงกันไม่ได้ คนร้ายได้ใช้ปืนจ่อยิงที่ศีรษะในระยะเผาขนจนผู้ตายจนเสียชีวิต แล้วนำศพไปโยนทิ้งไว้ในลำห้วยภายในสวนปาล์ม

สำหรับสาเหตุการฆ่ากันอย่าเหี้ยมโหดในครั้งนี้ ตั้งข้อสันนิษฐานไว้อยู่หลายประเด็นด้วยกัน 1 เรื่องความขัดแย้งที่ผู้ตายอาจจะไปรู้เห็นเรื่องผิดกฎหมายในพื้นที่ หรือข้อขัดแย้งทางด้านชู้สาวเนื่องจากผู้ตายเป็นเด็กวัยรุ่นที่มีรูปร่างหน้าตาดี อาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับหญิงสาวที่มีเจ้าของและตกลงกันไม่ได้ ซึ่งจะได้ติดตามคลี่คลายหาสาเหตุและจับกุมตัวคนร้ายต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

สีกากีฉาวอีก ! สาวแจ้งจับ “ดาบตำรวจ” อ้างหาข่าวยาเสพติด

สีกากีฉาวอีก ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.นิด (นามสมมติ) อายุ 31 ปี ชาวบ้านใน อ.หนองหาน ร้องเรียนกับผู้สื่อข่าวว่า ถูกนายดาบตำรวจนายหนึ่งสังกัด

สีกากีฉาวอีก สภ.หนองหาน จ.อุดรธานี หลอกล่อไปกระท่อมปลายนาในถนนเปลี่ยวทางลัดไปวัดกุศลไพบูลย์ ต.หนองเม็ก อ.หนองหาน เหตุเกิดเมื่อวันที่ 27 ธ.ค. 61 ที่ผ่านมา ก่อนทำการลวนลามและจะข่มขืน

น.ส.นิด ผู้เสียหายกล่าวว่า วันเกิดเหตุคือวันที่ 27 ธ.ค.ประมาณ 18.00 น.ขณะที่ตนเองเดินทางจะกลับบ้านหลังจากปิดร้านทำป้ายไวนิลที่บ้านหนองเม็ก หมู่ที่ 13 ต.หนองเม็ก อ.หนองหาน จ.อุดรธานี ขับรถจยย.ไปยังบ้านหนองแปลนประมาณ 2 กม.พอมาถึงครึ่งทางได้มีโทรศัพท์ของดาบตำรวจนายนี้โทรเข้าหาแล้วถามว่าอยู่ไหน

สีกากีฉาวอีก

ตนบอกว่ากำลังจะกลับบ้าน จากนั้นดาบตำรวจนายนี้ก็ขับรถมาหาแล้วบอกว่า จะสอบถามข้อมูลยาเสพติดหน่อยให้ตามมา และดาบตำรวจนายนี้ก็พาไปในถนนทางเปลี่ยวทางลัดไปวัดกุศลไพบูลย์ และมาจอดที่กระท่อมนาห่างจากหมู่บ้าน

น.ส.นิด กล่าวต่อไปว่า จากนั้นดาบตำรวจรายนี้ก็ถามว่าคนนั้นคนนี้ในบ้านหนองเม็กเกี่ยวข้องยาเสพติดไหม ตนก็บอกไปว่าไม่รู้ เพราะตนไม่ยุ่งกับยาเสพติด สักพักความหื่นของดาบตำรวจรายนี้ก็ออกลาย เมื่อเขาดึงแขนตนมานั่งที่กระท่อมนาและพยายามจะลวนลาม

ตนตกใจก็บอกว่า พี่เราไม่รู้จักสนิทชิดเชื้อกันพี่มาทำอย่างนี้ไม่ได้ หนูมีสามีแล้ว เขาก็บอกว่าไม่เป็นไรขอกอดหน่อยและพยายามจะถอดเสื้อและกางเกงตน แต่ตนก็ดึงเอาไว้และตั้งสติใช้ไหวพริบไม่ร้องเอะอะ เขาให้ทำอะไรก็พยายามตามใจเขาสักพัก

เขาก็ถอดเสื้อผ้าตัวเองออกและบอกให้ตนช่วยสำเร็จความใคร่ให้จนสำเร็จไป 1 ครั้ง ช่วงนั้นพอดีมีรถมอเตอร์ไซค์ของชาวบ้านผ่านเส้นทางนั้นพอดี เขาจึงรีบลุกขึ้นแล้วขับรถจยย.ไปอย่างรวดเร็ว ตนก็รีบขับรถจยย.กลับบ้านไปเล่าให้น้าและยายฟัง

ตอนแรกตนเองก็กลัวเพราะเห็นเป็นตำรวจไม่กล้าแจ้งความ แต่มาคิดอีกที หากปล่อยให้ตำรวจนายนี้ไป เขาอาจจะไปทำกับผู้หญิงคนอื่นอีกก็ได้ จึงตัดสินใจเดินทางไปแจ้งความกับพนักงานสอบสวนที่สภ.หนองหาน เมื่อวันที่ 13 ม.ค.ที่ผ่านมา

โดยตำรวจได้เรียกตนเองไปสอบปากคำและแจ้งว่าดาบตำรวจนายนี้รับสารภาพแล้ว พร้อมกับแจ้งข้อหาอนาจารเพียงข้อหาเดียว และทางตำรวจจะพาไปชี้จุดเกิดเหตุทำแผนประกอบคำรับสารภาพในวันนี้เวลา 14.30 น. แต่ต่อมาร้อยเวรเจ้าของคดีกลับมาบอกว่า

ตำรวจนายนี้ให้การปฏิเสธและเรียกตนเข้าไปสอบถามปากคำเพิ่มเติม ตนมองว่าข้อหาอนาจารอย่างเดียวคงไม่พอ อยากให้เพิ่มข้อหาพยายามข่มขืนด้วย

ผู้สื่อข่าวถามว่า เคยรู้จักหรือสนิทกับดาบตำรวจนายนี้แค่ไหน น.ส.นิด บอกว่าไม่สนิทเลย แค่รู้จักในกลุ่มเพื่อนเท่านั้น เคยนั่งทานข้าวด้วยกันไม่กี่ครั้ง แต่มีเพื่อนกลุ่มใหญ่อยู่ทุกครั้ง และเขาเอาเบอร์ตนจากกลุ่มเพื่อน เหมือนพยายามจะมาจีบ แต่ตนไม่เล่นด้วยเพราะมีสามีแล้ว

และเขาก็มีภรรยาอยู่แล้ว ตอนนี้ตนอยากให้ผู้บังคับบัญชาของดาบตำรวจนายนี้ลงมาดูคดีและดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เพราะหากปล่อยไว้เขาอาจจะไปทำกับผู้หญิงคนอื่นๆ อีกก็ได้ เพราะรู้ว่าเขามีประวัติแบบนี้มาหลายครั้งแล้วแต่ผู้หญิงไม่กล้าไปแจ้งความดำเนินคดี เพราะเขาเป็นตำรวจและบอกว่ามีคนรู้จักเยอะ

หลังจาก ร.ต.อ.อภิวุฒิ ลีโพนทอง รองสารวัตร (สอบสวน) ได้สอบสวนผู้เสียหายแล้ว ได้นำตัวผู้เสียไปชี้จุดที่เกิดเหตุ ผู้เสียหายบอกจะเอาเรื่องถึงที่สุด ถึงแม้ว่ามีการติดต่อไกลเกลี่ยก็ไม่ยอม

ทางด้าน พ.ต.อ.เชี่ยวชาญ มีชัย ผกก.สภ.หนองหาน บอกว่าจะให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย หากเป็นไปตามที่ถูกกล่าวหาก็จะเสนอให้ผู้บังคับบัญชาลงโทษทางวินัยด้วย

ขอบคุณแหล่งที่มา     https://www.sanook.com…

รวบหนุ่มใหญ่นามแฝง “ปกิต” ชำเราเด็กชายกว่า 70 ราย ถ่ายคลิปนับพัน

รวบหนุ่มใหญ่นามแฝง ที่กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (191) พล.ต.ต.สำราญ นวลมา ผู้บังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ

รวบหนุ่มใหญ่นามแฝง พ.ต.อ.สมบูรณ์ เทียนขาว ผกก.สายตรวจ บก.สปพ.ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุม นายปกิต สุนทรวราภาส อายุ 46 ปี พนักงานดูแลอพาทเมนต์ ที่ก่อเหตุล่อลวงเด็กชายกว่า 70 คน ไปข่มขืนอนาจาร และนำคลิปไปเผยแพร่ทางโซเชียลกลุ่มชายรักชาย

พล.ต.ต.สำราญ กล่าวว่า วันที่ 9 ม.ค.ที่ผ่านมา ได้มีผู้ร้องเรียนจากเพจเฟซบุ๊กชื่อว่า “ล่า” แจ้งข้อมูลร้องเรียนผ่านแฟนเพจ กองกำกับการสายตรวจแจ้งว่าได้มีผู้ใช้แอพพลิเคชั่นไลน์นามแฝงว่า “ปกิต” เผยแพร่ภาพลามกอนาจารเด็ก จึงมอบหมายให้ พ.ต.อ.สมบูรณ์ ผกก.สายตรวจ

รวบหนุ่มใหญ่นามแฝง

สปพ.สืบสวนหาข่าวร่วมกับ พ.ต.อ.อัครพล บุณโยปัษฎัมภ์ ผู้อำนวยการกองกิจการต่างประเทศและคดีอาชญากรรมระหว่างประเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ(DSI) กระทั่งทราบว่าบุคคลที่ใช้นามแฝงว่า “ปกิต” คือ นายปกิต (สงวนนามสกุล) พักอาศัยอยู่ที่อพาร์ทเมนต์แห่งหนึ่งย่านประชาชื่น

จากการเฝ้าดูพฤติกรรมพบ นายปกิต มักจะใช้ชีวิตอยู่กับเด็กชายในบริเวณที่พักอาศัยอยู่เป็นประจำ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องขออนุมัติศาลอาญา ออกหมายค้นที่ 49 /2562 ลงวันที่ 17 มกราคม 2562 เข้าค้นอพาร์ทเมนต์ที่นายปกิต

พักอาศัยอยู่ จากการตรวจค้นพบ นายปกิต แสดงตัวเป็นเจ้าของห้องห้องพักไม่ติดเลขที่ ตรงข้ามออฟฟิศ ภายในอพาร์ทเมนต์ไม่มีชื่อ ซอยเสริมสุข 2 แยก 3 ถนนประชาชื่น แขวงจตุจักร กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีตำหนิรูปพรรณตรงกันกับรูปที่ปรากฏในแอพพลิเคชั่นไลน์ที่ชื่อว่า “ปกิต”

จากการสอบสวนนายปกิต ให้การว่า เมื่อตนเองอายุประมาณ 23 ปี เริ่มมีความชื่นชอบเด็กชายที่ อายุประมาณ 13-17 ปี และรู้สึกมีอารมณ์อยากมีเพศสัมพันธ์ทางช่องทางทวารหนักหรือเป็นผู้ทำให้เด็กสำเร็จความใคร่ จึงได้เริ่มพฤติกรรมในการล่อลวงเด็กให้มามีเพศสัมพันธ์ด้วย

โดยมักจะชักชวนเหยื่อที่เป็นเด็กตามสถานที่สาธารณะต่างๆ เช่น สนามกีฬาไทยญี่ปุ่น-ดินแดง ,หอนาฬิกา ห้วยขวาง ,สวนรถไฟ และสวนจตุจักร

จากนั้นจะพาเหยื่อเข้าไปล่วงละเมิดทางเพศในห้องน้ำสาธารณะ มีวิธีการหลอกล่อให้เด็กมาร่วมเพศสัมพันธ์เพื่อแลกกับเงินในการเติมเงินเกมในโทรศัพท์ครั้งละ 100-200 บาท และรับว่ามีเพศสัมพันธ์กับเด็กมาแล้วกว่า 70 คน นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2552 โดยไม่เคยสวมใส่ถุงยางอนามัย

ผบก.สปพ. กล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบโทรศัพท์มือถือของนายปกิต พบว่า มีสื่อลามกอนาจารเพื่อใช้ในเผยแพร่ในสื่อออนไลน์จำนวน 2,816 ไฟล์ แยกเป็นภาพนิ่ง 1,848 ภาพ และคลิปวีดีโอกว่า 968 คลิป นายปกิต

ยังเป็นแอดมินกลุ่มไลน์ ของชายรักชายกว่า 10 กลุ่ม มีสมาชิกกว่า 500 คน เช่น กลุ่มเสือใบกลุ่ม,เกย์มัธยม ,กลุ่มเกย์ใต้,กลุ่มเด็กมอต้น,กลุ่มคนชอบเด็ก ,กลุ่มรักเด็กชาย ซึ่งจะมีเด็กที่ตกเป็นเหยื่อประมาณ 10 คน

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com…