ปส.แถลงจับ 2 คดีรวด แก๊งรถตู้ขนยาลอตใหญ่ ไอซ์ 200 กิโลฯ ยัดซองชาจีน

ปสแถลงจับ “เฉลิมเกียรติ” นำแถลงผลงานตำรวจ บช.ปส. จับ 2 คดียาเสพติดรายสำคัญ ทั้งขบวนการรถตู้ลักลอบขนยาบ้า 1.7 ล้านเม็ด และยาไอซ์ 200 กิโลฯ ยัดซองชาจีนตบตาเจ้าหน้าที่ส่งขายนายทุนกทม.

ปสแถลงจับ เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 12 มี.ค.62 ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร.(ปป)/ผอ.ศอ.ปส.ตร. พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผบช.ปส., พล.ต.ต.อาชวันต์ โชติกเสถียร รอง ผบช.ปส., พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ รอง ผบช.ปส., พล.ต.ต.ชาตรี ไพศาลศิลป์ รอง ผบช.ปส. เจ้าหน้าที่ป.ป.ส. และชุดหน่วยสยบไพรี ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญจำนวน 2 คดี

คดีที่ 1 พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 10 พ.ย.61 เวลาประมาณ 12.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ บช.ปส. ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 6, กำลังทหาร ป.พัน 4 และเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. จับกุมตัวนายณภัทรหรือ เอ็ม หรือมน ศรีเหรา อายุ 40 ปี พร้อมพวกรวม 17 คน พร้อมของกลางยาบ้า 1,792,000 เม็ด ยาไอซ์ 3 กก. เคตามีน 1 กก. รถตู้จำนวน 3 คัน รถยนต์ 1 คัน สมุดบัญชี 3 เล่ม โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง บ้านพร้อมที่ดินจำนวน 2 หลัง โดยสามารถจับกุมได้บริเวณด่านตรวจยานพาหนะพยุหะคีรี ต.ย่านมัทรี อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์

ปสแถลงจับ

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าวต่อว่า การจับกุมครั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้สืบทราบว่าจะมีการขนยาเสพติดจำนวนมากมาทางรถตู้ จึงได้ให้รถทุกคันเข้าเครื่องสแกนจนตรวจพบว่ายาเสพติดถูกซุกซ่อนอยู่ในรถตู้ยี่ห้อฮุนได รุ่นเอช 1 สีเทา หมายเลขทะเบียนป้ายฟ้า ฮล 7270 กรุงเทพมหานคร

รถตู้ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นคอมมิวเตอร์ สีดำ หมายเลขทะเบียนป้ายเหลือง 33-5969 กรุงเทพมหานคร โดยมีนายกฤษณะ หรือมอส ฉิมมิ อายุ 38 ปี

และนายชัยมงคล หรือเอส เสามั่น อายุ 40 ปี เป็นผู้ขับขี่รถตู้ตามลำดับ และมีนายณภัทร นั่งร่วมมาด้วย จึงได้ควบคุมตัวไว้

และทำการสืบทราบจนสามารถขยายผลจับกุมเครือข่ายได้ดังกล่าว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา ร่วมกับพวกที่หลบหนีมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน หรือ ไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต นำตัวส่งพนักงานสอบสวนบช.ปส. ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

คดีที่ 2 เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ขส.บช.ปส. ร่วมกับ กก.3 บก.สกส. บช.ปส. จับกุมตัวผู้ต้องหา 3 คน คือ 1. นายณัฐพล โพธิ์ศรีทอง อายุ 27 ปี 2. น.ส.ศิริพร จารุบูรณ์ อายุ 26 ปี 3. นายคมกริช เปี่ยมคลัง อายุ 26 ปี พร้อมของกลาง

ยาไอซ์แบบเกล็ดน้ำหนักประมาณ 200 กิโลกรัม รถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า สีขาว รุ่น REVO หมายเลขทะเบียน 2ฒง 6586 กรุงเทพ โทรศัพท์มือถือ จำนวน 3 เครื่อง บัตร VISA และ บัตร DEBIT …

รวบแล้วมือฆ่าพยาบาลสาว อ้างบันดาลโทสะขอยืมเงินไม่ให้ จับเชือดสยอง

รวบแล้วมือฆ่าพยาบาลสาว บุกจับกลางวัด “ไอ้อั๋น” หนุ่มโหด ฆ่าปาดคอพยาบาลสาวดับคารถเก๋ง อ้างขอยืมเงิน แต่ผู้ตายไม่ควักให้ จึงบันดาลโทสะลงมือก่อเหตุ ขณะที่ฝ่ายสามีเผย ภรรยาเป็นคนใจดี ชอบช่วยเหลือคน

รวบแล้วมือฆ่าพยาบาลสาว จากกรณีพบศพ นางศรีสุภางค์ สุวรรณศิลป์ อายุ 48 ปี พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ โรงพยาบาลภาชี ถูกฆ่าปาดคอและแทงหน้าอกหลายแผล นอนเสียชีวิตอยู่ภายในรถเก๋งโตโยต้า อัลติส สีขาว ทะเบียน ญฉ 5426 กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นรถของตัวเอง โดยตำรวจ สภ.ภาชี พบว่ามีคนร้ายเป็นชายขับรถมาจอดทิ้งไว้ก่อนจะหลบหนีไป ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 11 มี.ค.62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศีอยุธยา และตำรวจภูธรภาชี ร่วมกันจับตัว นายอั๋น ฟักศิริ อายุ 33 ปี ในความผิดฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา หลังก่อเหตุฆ่าปาดคอ นางศรีสุภางค์ สุวรรณศิลป์ อายุ 48 ปี พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ โรงพยาบาลภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา ภายในรถยนต์เก๋ง เมื่อวานนี้

รวบแล้วมือฆ่าพยาบาลสาว

โดยตำรวจได้เร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางการหลบหนี จึงพบว่านายอั๋นได้ขับรถกระบะสี่ประตู สีขาว ทะเบียน บล 3777 พระนครศรีอยุธยา หลบหนีไปพร้อมกับแฟนสาว ตำรวจจึงเข้าปิดล้อมจับกุมได้ที่วัดลาดชิด อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งในขณะนี้อยู่ระหว่างสอบสวนขยายผลและสืบหาอาวุธในการสังหาร

จากการสอบสวนเบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือทำจริง โดยรู้จักกับผู้ตายมานาน เนื่องจากเคยเป็นพนักงานเวรเปลที่โรงพยาบาลภาชี แต่ได้ลาออกมา 1 ปีแล้ว วันเกิดเหตุต้องการยืมเงินผู้ตาย แต่ผู้ตายไม่ให้ จึงบันดาลโทสะ ทำร้ายและปาดคอจนเสียชีวิต

ขณะที่ครอบครัวผู้เสียชีวิตได้เดินทางมารับศพนางศรีสุภางค์ ที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เพื่อนำกลับไปบำเพ็ญกุศลที่วัดมาบโพธิ์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ท่ามกลางความโศกเศร้า

นายพัฒนา อ่วมเทพ อายุ 53 ปี สามีผู้ตาย เปิดเผยหลังทราบข่าวจับตัวคนร้ายได้ ว่า ต้องการถามคนร้ายว่าทำแบบนี้กับภรรยาได้อย่างไร ทำไมถึงจิตใจโหดเหี้ยมอำมหิต หากต้องการทรัพย์สินก็ให้เอาไปไม่น่าจะมาฆ่าแกงกัน ซึ่งคาดว่าปมเหตุในครั้งนี้ก็น่าจะมาจากเรื่องเงิน เนื่องจากภรรยาเป็นคนใจดี ชอบให้คนยืมเงินและชอบช่วยเหลือ พร้อมยืนยันอยู่ด้วยกันมา 14 ปี ไม่มีเคยมีเรื่องชู้สาว สุดท้ายอยากให้ภรรยาหลับให้สบาย จะดูแลครอบครัวเอง

อย่างไรก็ตาม สำหรับงานศพจะมีการตั้งสวดอภิธรรมจำนวน 5 วัน และจะมีพิธีพระราชทานเพลิงศพในวันเสาร์ ที่ 16 มีนาคมนี้.

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.thairath.co.th/

พัทลุง ป่วนคนร้าย วางระเบิดรางรถไฟ เดชะบุญกู้ ได้ทัน ต้องหยุดชะงัก

พัทลุง ป่วนคนร้ายวางระเบิดรางรถไฟ เดชะบุญกู้ได้ทัน แต่ก็ทำให้การสัญจรบนเส้นทางรถไฟต้องหยุดชะงักไปกว่า 3 ชม. ขณะจนท.โฟกัสไปที่กลุ่มวัยรุ่นต้องสงสัย อายุ18-20 ปี พูดไทยไม่ได้ อาจอยู่เบื้องหลัง

พัทลุง ผู้สื่อข่าว จ.พัทลุง รายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 02.00 น. วันนี้ (10 มี.ค.) พ.ต.ท.สำเริง มาชู สว.(สอบสวน) สภ.ปากพะยูน จ.พัทลุง พร้อมด้วย พ.ต.อ.คณิต รัตนมณี ผกก.สภ.ปากพะยูน นายตำรวจที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุคนร้ายนำระเบิดแบบแสวงเครื่องมาวางทิ้งไว้จนเกิดระเบิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง โดยเหตุเกิดในท้องที่ ม.3, ม.4, ม.11 ต.ดอนประดู อ.ปากพะยูน และในเขตเทศบาลตำบลปากพะยูน ทำให้ร้านขายของชำได้รับความเสียหาย 3 แห่ง

โดยจุดแรก เป็นร้านขายของชำของ นางอนงค์ อ่อนน่วม อยู่บ้านเลขที่ 212 หมู่ที่ 3 ต.ดอนประดู อ.ปากพะยูน ซึ่งตั้งอยู่ริมถนนสายปากพะยูน–ห้วยลึก จุดที่ 2 เป็นร้านขายของชำของ นางเริ่ม ศิริวัฒน์ อยู่บ้านเลขที่ 272/1 หมู่ที่ 11 ต.ดอนประดู่ อ.ปากพะยูน

และจุดที่ 3 เป็นร้านขายของชำของ นายชูตินันท์ จันทภาโส อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 12 หมู่ที่ 4 ต.ดอนประดู่ อ.ปากพะยูน โดยร้านค้าทั้ง 3 แห่งนั้นสิ่งของในร้านได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก แต่ไม่มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตแต่อย่างใด

พัทลุง

ส่วนจุดที่ 4 ตร.ยังพบระเบิดแสวงเครื่องที่ระเบิดซึ่งถูกนำมาวางทิ้งในถังขยะหลังโรงเรียนอนุบาลปากพะยูน ในเขตเทศบาลตำบลปากพะยูน ส่วนจุดที่ 5 เกิดขึ้นภายในร้านขาย จยย.ในท้องที่ ม.5 ต.ปากพะยูน ในเขตเทศบาลปากพะยูน ทำให้ทรัพย์สินภายในร้านได้รับความเสียหายหลายรายการ ส่วนจุดที่ 6 เป็นระเบิดแสวงที่คนร้ายนำมาทิ้งไว้ในกอดอกไม้บริเวณหน้าสุสาน ริมถนนสายหารเทา–ปากพะยูน ในเขตเทศบาลปากพะยูน ซึ่งในขณะที่ระเบิดดังกล่าวระเบิดนั้น

ทำให้รถกระบะโตโยต้า รุ่นวีโก้ ทะเบียน ผด 2549 สงขลา ของนายสุริยา รอดทอง ที่ขับรถผ่านจุดเกิดเหตุจนกระจกด้านหลังแตกจนได้รับความเสียหาย

อย่างไรก็ตาม ในเวลาประมาณ 10.00 น. วันที่ 10 มี.ค. พ.ต.ท.ภัทรวิชญ์ คีตโมทนียกุล รอง ผบก.ภ.จว.พัทลุง พร้อมด้วย พ.ต.ท.สำเริง มาชู สว.(สอบสวน) สภ.ปากพะยูน นายตำรวจที่เกี่ยวข้อง จนท.เก็บกู้ระเบิดตำรวจภูธรจังหวัดพัทลุง และนายประชานิวัฒน์ ยังศรี รองสารวัตรรถไฟ ร่วมกันเข้าเก็บกู้ระเบิดซึ่งกลุ่มคนร้ายนำใส่ในกระเป๋าหิ้วสีดำ และนำมาวางทิ้งบนรางรถไฟ ช่วงสถานีรถไฟหารเทา–โคกทราย ตรงเสาโทรเลขที่ 892/1 ท่ามกลางชาวบ้านที่เข้าดูเหตุการณ์เป็นจำนวนมาก หลังจากที่ทาง จนท.ได้ตัดสัญญาณและนำระเบิดดังกล่าวไปทำลายในสวนยางพารา ริมเส้นทางรถไฟ พบว่าระเบิดดังกล่าวเป็นระเบิดแสวงเครื่อง ผลิตเอง

ใช้ท่อประปาเหล็ก มีเส้นผ่าศูนย์กลางขนาด 5 นิ้ว ยาว 17 นิ้ว โดยเชื่อมปิดหัวปิดท้าย ใช้ระบบต่อวงจรเวลา ข้างในมีวัตถุอันตรายที่มีอานุภาพต่อการทำลายล้างสูง ซึ่งจากการทำลายระเบิดในครั้งนี้มีต้นยางพาราตัดขาดถึง 3 ต้น หากระเบิดบนรางรถไฟจะส่งผลให้รางรถไฟถูกทำลายอย่างแน่นอน ส่วนเส้นทางรถไฟบนเส้นทางดังกล่าวต้องหยุดชะงักนานกว่า 3 ชม. ส่วนจุดสุดท้ายซึ่งเป็นจุดที่ 8 ในพื้นที่ อ.ปากพะยูน จนท.ตร.และ จนท.เก็บกู้ระเบิดฯ ได้ยิงทำลายระเบิดแสวงเครื่องอีก 1 จุด ณ บริเวณหน้าสำนักงานเทศบาลตำบลปากพะยูน

อย่างไรก็ตาม ในเขตเทศบาลเมืองพัทลุงนั้นได้เกิดเสียงระเบิดของระเบิดแสวงเครื่องในห้องน้ำของสวนสาธารณเฉลิมพระเกียรติฯ ร.9 ข้างสถานีรถไฟอีก 2 จุด แต่โชคดีไม่มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต จึงทำให้ในครั้งนี้มีการวางระเบิดในพื้นที่ จ.พัทลุง รวม 10 จุด

สำหรับการเกิดระเบิดในพื้นที่ อ.ปากพะยูน นั้น จากการสอบสวนในเบื้องต้นทราบว่า เมื่อเวลาประมาณ 14.00–15.00 น. เมื่อวานนี้ 9 มี.ค. ได้มีกลุ่มวัยรุ่นอายุประมาณ 18–20 ปี กลุ่มหนึ่ง มี จยย.ไม่ทราบยี่ห้อ ทะเบียน …

แวะมาหม่ำ หนุ่มไม่กล้าแกะ หลัง “งู” กินปลาติดตาข่ายเป็นฝูง

แวะมาหม่ำ ก็ปลามันอร่อย หนุ่มผวา ไม่กล้าแกะ หลังเจอของดีติดตาข่ายวางปลา ยกขึ้นจากน้ำสุดช็อก “งูสายรุ้ง” ติดมาเพียบ

แวะมาหม่ำ เฟซบุ๊ก Kittipan Stl โพสต์ภาพและข้อความระบุว่า “สงสัยต้องทิ้งละไม่กล้าแกะออก” ซึ่งชายคนดังกล่าวได้วางตาข่าย เมื่อยกขึ้นมาพบว่า นอกจากปลาที่ติดตาข่ายมาแล้ว ยังมีงูติดมาด้วย ซึ่งโพสต์ดังกล่าวมีชาวโซเชียล ได้แสดงความคิดเห็น และแชร์โพสต์ดังกล่าวเป็นจำนวนมาก งนี้

แวะมาหม่ำ

เฟซบุ๊ก ‎เม่า หนวดแมว‎ ได้โพสต์ถามไปยังกลุ่ม siamensis.org ว่างูที่ติดร่างแหนั้น เป็นงูประเภทใด ซึ่งได้คำตอบว่า เป็นงูสายรุ้ง มีพิษอ่อน และไม่อันตราย คาดว่าน่าจะมากินปลา

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.thairath.co.th/

ผงะ แอร์สาวสายการบินดัง รมควันฆ่าตัวคาคอนโด ตัดพ้อหมอหนุ่มไม่มีเวลาให้

ผงะ แอร์โฮสเตสสาวสายการบินชื่อดัง รมควันตัวเองเสียชีวิต ในห้องพักคอนโดกลางกรุง ตำรวจพบกระดาษเขียนข้อความตัดพ้อแฟนหนุ่มที่คบกับมา 7 ปี

ผงะ เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 7 มี.ค.62 พ.ต.ท.เทวา บุญชาเวียง สารวัตร (สอบสวน) สน.ดินแดง รับแจ้งเหตุหญิงสาว รมควันตัวเองเสียชีวิตภายในห้องพักคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กทม. ใกล้สามเหลี่ยมดินแดง จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนรุดตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมฝ่ายสืบสวน สน.ดินแดง กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์ รพ.รามาธิบดี และเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ที่เกิดเหตุเป็นคอนโด ความสูง 26 ชั้น ติดกันโรงแรมชื่อดังอีกแห่ง ภายในห้องพักเลขชั้น 11 พบศพ น.ส.ปลา (นามสมมติ) อายุ 31 ปี ชาวบุรีรัมย์ สวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวลายทางสีดำ กางเกงขายาวสีดำ สภาพนอนหงายเสียชีวิตอยู่ที่พื้นห้องปลายเตียง เบื้องต้นพบหลักฐานและอุปกรณณ์ ที่เชื่อได้ว่า ผู้ตายใช้วิธีรมควันเพื่อฆ่าตัวตาย

ทั้งนี้ ยังพบกระดาษระบุข้อความตัดพ้อแฟนหนุ่มที่คบกับมา 7 ปี เวลาจะไปเที่ยวไปกินข้าวด้วยกันยังไม่มี และจากการตรวจสอบในห้องไม่มีร่องรอยการต่อสู้หรือการรื้อค้นทรัพย์สินแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้อง รวมถึงสื่อมวลชนเข้าไปด้านในตัวอาคารเนื่องจากเป็นพื้นที่ส่วนบุคคล

ผงะ

จากการสอบถามอาสาสมัครกู้ภัยคนหนึ่งที่เข้าตรวจสอบคนแรก ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุเวลาประมาณ 09.00 น. ได้รับแจ้งเหตุหญิงหมดสติในห้องพักจึงเดินทางมาตรวจสอบ เมื่อขึ้นไปถึงจุดเกิดเหตุพบ ชาย 1 หญิง 1 ซึ่งระบุว่าเป็นแพทย์กำลังทำการปั๊มหัวใจ จากนั้นตนจึงเข้าไปให้การช่วยเหลือ แต่ไม่เป็นผล เนื่องจากน่าจะเสียชีวิตไปก่อนหน้านี้แล้ว

มีรายงานข่าวว่าสำหรับ น.ส.ปลา เป็นแอร์โฮสเตส สายการบินชื่อดังแห่งหนึ่ง และเป็นบุตรสาวของ ผู้บริหารระดับสูงของ กระทรวงสาธารณสุข โดยพักอาศัยกับน้องสาวซึ่งเป็นแพทย์ รพ.สงฆ์ โดยก่อนเกิดเหตุน้องสาวได้ออกไปทำงานตอน 2 ทุ่ม จนกระทั่งช่วงเช้า เพื่อนที่ทำงานผู้ตายโทรมาสอบถามน้องสาวผู้ตายว่า ทำไมพี่สาวไม่ได้ไปทำงาน

ก่อนที่แฟนผู้ตายที่ทำงานเป็นนายแพทย์อยู่สถาบันประสาทวิทยา จะพบข้อความในโทรศัพท์ โดยมีใจความว่าจะทำร้ายตัวเอง แฟนหนุ่มและน้องสาวผู้ตายจึงเดินทางมาตรวจสอบที่ห้องพัก แต่เข้าห้องนอนไม่ได้ จึงให้เจ้าหน้าที่อาคารมาช่วยเปิด จนพบผู้ตายนอนแน่นิ่งอยู่ที่พื้นห้องไปแล้ว

ด้าน พ.ต.ท.เทวา กล่าวว่า เบื้องต้นจากการตรวจสอบคาดเป็นการฆ่าตัวตาย เนื่องจากไม่พบร่องรอยการต่อสู้ อีกทั้งทางญาติไม่ได้ติดใจการเสียชีวิต ซึ่งทางกองพิสูจน์หลักฐานได้เก็บวัตถุพยานในจุดเกิดเหตุไว้แล้ว ในส่วนรายละเอียดไม่สามารถเปิดเผยได้

อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้จะนำร่างผู้เสียชีวิตไปตรวจหาสาเหตุการเสียชีวิต ก่อนส่งมอบญาตินำร่างไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาต่อไป.

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.thairath.co.th/

ฆ่าโหด “ทอมหล่อ” จ่อยิงอกทะลุหลัง ตายลอยในสระน้ำหมู่บ้าน

ฆ่าโหด สาวทอมหน้าตาดี ไปหาปลาในสระน้ำเพียงลำพัง พบอีกทีกลายเป็นศพลอยในสระ มีบาดแผลถูกยิงศีรษะ กลางอกทะลุหลังรวม 3 รู ตำรวจยังมืด ไม่รู้สาเหตุ

ฆ่าโหด เวลา 17.00 น. วันที่ 6 มี.ค.62 ร.ต.อ.สากล พลเวียง รอง สว.(สอบสวน) สภ.หนองหญ้าปล้อง จ.เลย ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า พบผู้เสียชีวิตในสระน้ำท้ายหมู่บ้านป่าไม้งาม หมู่ 11 ต.โตกขมิ้น อ.วังสะพุง เมื่อได้รับแจ้งจึงประสานไปยังแพทย์ รพ.วังสะพุง กู้ภัยสว่างคีรีธรรม จุดโคกขมิ้น เดินทางไปพลิกศพ

ฆ่าโหด

พบผู้เสียชีวิตเป็นหญิง สภาพนอนคว่ำหน้าในสระน้ำ สวมเสื้อแขนยาวสีม่วง กางเกงบอลสีน้ำเงิน ทราบชื่อ นางสาวดวงจันทร์ ทองดี เป็นสาวทอม อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 85 หมู่ 11 บ้านป่าไม้งาม หมู่ 11 ต.โตกขมิ้น อ.วังสะพุง จ.เลย กู้ภัยฯ ช่วยกันนำศพขึ้นมาจากสระน้ำ พบถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบชนิดเข้าที่หน้าอกทะลุหลัง 2 รู และศีรษะ 1 รู ที่เกิดเหตุไม่พบปลอกกระสุน หรือหัวกระสุนปืน ไม่มีร่องรอยการต่อสู้ เสียชีวิตมาแล้ว 2-3 ชั่วโมง กู้ภัยฯ นำศพส่ง รพ.วังสะพุง ชันสูตรอีกครั้ง

จากการสอบสวนทราบว่า ผู้ตายเป็นสาวทอมหน้าตาดี ได้มาหาปลาที่บริเวณสระน้ำคนเดียว จนบ่ายโมงชาวบ้านละแวกดังกล่าวได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 3 นัดจากบริเวณสระน้ำ แต่ไม่ได้สนใจ จนกระทั่ง 4 โมงเย็นเพื่อนผู้ตายมาหาที่สระน้ำพบเป็นศพถูกยิงลอยคว่ำหน้าในสระน้ำ จึงรีบแจ้งตำรวจ ส่วนสาเหตุยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเกิดจากเรื่องอะไร ตำรวจอยู่ระหว่างสอบสวนและลงพื้นที่หาข่าวเพื่อติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป.

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.thairath.co.th/

ตร.ฟัน 3 ข้อหามือยิงคู่อริ ตาย 1 เจ็บ 5 กลางตลาดหาดใหญ่

ตร.ฟัน 3 ความคืบหน้าเหตุยิงกันกลางตลาดสดหาดใหญ่ ตาย 1 เจ็บ 5 ตร.หาดใหญ่แจ้ง 3 ข้อหากับมือปืนและถูกควบคุมตัว

ตร.ฟัน 3 เพื่อรอส่งฟ้องศาล ในขณะที่พยานแวดล้อมระบุ ผู้ตายเมาหนัก คุมตัวรอส่งฟ้องศาล…

คืบหน้าเหตุทะเลาะวิวาทและยิงกันกลางตลาดสดพลาซ่าหาดใหญ่ เมื่อช่วงตี 3 ที่ผ่านมา จนมีผู้เสียชีวิต 1 รายคือ นายธง แซ่แต้ อายุ 38 ปี และบาดเจ็บอีก 5 คน ส่วนผู้ก่อเหตุคือ นายไพริญ นาดเกลี้ยง อายุ 39 ปี ได้เข้ามอบตัวกับตำรวจแล้ว โดยเรื่องนี้มีสาเหตุมาจากผู้ตายซึ่งอยู่ในอาการเมาหนักและเพื่อนได้ขับรถกระบะไล่ตามคู่อริที่มีปัญหาเรื่องแย่งผู้หญิงกัน และวิ่งหนีเข้ามาในตลาดและเกิดไปเฉี่ยวชนกับรถจักรยานยนต์สามล้อพ่วงข้างที่จอดอยู่ริมถนน และลงมามีเรื่องชกต่อยกับเจ้าของรถจนชุลมุนและบานปลายยิงกันขึ้น

ล่าสุด เมื่อวันที่ 5 มี.ค.2562 ในส่วนของผู้บาดเจ็บทั้ง 5 คนมีทั้งกลุ่มของผู้ตายพ่อค้าในตลาดและประชาชนที่มาซื้อของในตลาดและถูกลูกหลง ประกอบด้วย เยาวชนอายุ 16 ปี 1 คน ซึ่งถูกยิงเข้าที่แขนและนิ้วเท้าซึ่งเป็นพวกเดียวกับผู้ตาย นายณรงค์ กาญจนวงศ์

ชาวบ้านที่มาจ่ายตลาดถูกยิงเข้าที่ขา นางต้อย แก้วหริบ แม่ค้าในตลาดถูกยิงที่หัวเข่าจนทะลุ นายอนันต์ วรรณะ คนที่เข้าไปช่วยถูกมีดบาดที่คอ และนายสุชาติ สุขทร เป็น อบต.และคนที่เข้าไปช่วย โดยทั้งหมดอาการปลอดภัยแล้ว

ตร.ฟัน 3

พยานชายอายุ 52 ปี (ไม่ขอเผยชื่อ) ระบุว่า ในขณะที่เจ้าของรถจักรยานยนต์สามล้อพ่วงข้าง ขณะเกิดเหตุกลุ่มผู้ตายราว 4 คน ได้ขับรถยนต์กระบะเข้ามาในตลาด และเฉี่ยวชนกับรถของตน และตนก็ได้พูดไปให้ขับรถระวัง ผู้ตายจึงลงจากรถจงใจจะมาหาเรื่อง และถามว่าตนเจ็บหรือไม่ ซึ่งตนก็บอกไปไม่ได้เจ็บ ผู้ตายก็ถามกลับว่าถ้าไม่เจ็บแล้วจะเอาอะไรอีก

จากนั้นจึงชกหน้าตนทันที เหตุการณ์จึงชุลมุนเพื่อนที่เข้ามาห้ามก็ถูกฟันบาดเจ็บไป 2 คน ต่อมา นายไพริญคนยิงที่เป็นหลานของนายอนันท์ที่ถูกแทงที่คอมาดูเหตุการณ์ และเผชิญหน้ากับผู้ตายและพวก โดยผู้ตายได้ถือมีดสปาต้าจะเข้ามาฟันจึงถูกยิงสวนกลับไปจนเสียชีวิต

ส่วนในทางคดีทางพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหากับ นายไพริญ คนยิง รวม 3 ข้อหา คือ ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา, มีอาวุธปืนครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, และพกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต ขณะนี้ถูกควบคุมตัวอยู่ในห้องขังสภ.หาดใหญ่สภ.หาดใหญ่ เพื่อรอส่งฟ้องศาลสำหรับเหตุการณ์นี้จากการสอบสวนพยานแวดล้อมที่เป็นสาวเสิร์ฟของร้านอาหารแห่งหนึ่ง ที่ผู้ตายกับเพื่อนเข้าไปนั่งดื่มกิน บอกว่า

ผู้ตายได้เข้ามาในร้านในลักษณะที่เมาอยู่ก่อนแล้ว และพูดอวดกันในกลุ่มว่ากินเหล้าเพียวๆ คนเดียวมา 1 ขวด และมานั่งดื่มต่อที่ร้านนี้ เพราะมาติดพันสาวเสิร์ฟคนหนึ่งพร้อมกับให้ทิปไป 500 บาท แต่หลังร้านปิดช่วงตี 2 แฟนของสาวเสิร์ฟคนนี้มารับ ผู้ตายเห็นจึงไม่พอใจขับรถตามมา โดยมาทันที่หน้าร้านสะดวกซื้อที่หน้าโรงพยาบาลหาดใหญ่ และเกิดการชกต่อยกันขึ้น แต่เพื่อนแฟนสู้ไม่ได้จึงวิ่งหนีไปทางตลาดสด และถูกกลุ่มผู้ตายขับรถกระบะตามไป กระทั่งไปมีเรื่องกับคนในตลาดและเกิดทะเลาะวิวาทจนเกิดการยิงกันขึ้นตามมา.

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.thairath.co.th/

ประกันภัยโจร กรรมข้อมูล ประกันภัยไซเบอร์ ล็อกความเสี่ยงโจรกรรมข้อมูล”

ประกันภัยโจร ผมอ่านวารสาร “การเงินธนาคาร” ฉบับสิงหาคม เรื่อง “ประกันภัยไซเบอร์ ล็อกความเสี่ยงโจรกรรมข้อมูล”

ประกันภัยโจร  มาหลายวันแล้ว อ่านแล้วก็อดนำมาเล่าสู่กันฟังไม่ได้ วันนี้ การโจรกรรมข้อมูลในโลกไซเบอร์ โจรเรียกค่าไถ่อินเตอร์เน็ต กำลังทวีความรุนแรงขึ้นทุกวัน วันเสาร์สบายๆวันนี้ ผมเลยขอชวนท่านผู้อ่านไปคุยเรื่อง การประกันภัยไซเบอร์ เพื่อป้องกันข้อมูลของบริษัทและข้อมูลส่วนตัวกันสักวันนะครับ

ไม่ว่าจะรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวก็ตาม ทุกคนที่ใช้โทรศัพท์สมาร์ทโฟน ข้อมูลส่วนตัวจะไปอยู่ในโลกไซเบอร์ บริษัทที่มีการติดต่อทางอินเตอร์เน็ต มีการใช้ระบบอีเพย์เมนต์ทุกชนิด ข้อมูลก็ไปอยู่ในโลกไซเบอร์เช่นเดียวกัน มีโอกาสตกเป็นเหยื่อได้ทุกเมื่อ

วารสาร “การเงินธนาคาร” รายงานว่า จากข้อมูลของ Hakmagaeddon ซึ่งรวบรวมสถิติอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ ระบุว่า มีนาคม 2560 ที่ผ่านมา มีเป้าหมายที่ถูกโจมตีอันดับ 1 คือ ภาคอุตสาหกรรม 21.5% รองมาคือ ภาครัฐบาล และ บุคคลธรรมดา 16.9% เท่ากัน ภาคอุตสาหกรรมที่ถูกโจมตีมากที่สุดคือ กลุ่มซอฟต์แวร์ การเงิน การธนาคาร การขายตั๋วออนไลน์ บริการทางธุรกิจ ร้านอาหาร ร้านค้าปลีก เป็นต้น แถมยังมี มัลแวร์เรียกค่าไถ่ (Ransomware) ระบาดไปทั่วโลกอีกด้วย

ทำให้ โลกไซเบอร์ ในวันนี้ มีความไม่ปลอดภัย พอๆกับ โลกจริง เลยทีเดียว

ผมไปดูสถิติข้อมูลในโลกไซเบอร์ พบว่าเพิ่มขึ้นรวดเร็วมาก ผลจากอินเตอร์เน็ตแห่งสรรพสิ่ง Internet of Things ปี 2016 ที่ผ่านมา มีข้อมูลโลดแล่นอยู่ในโลกไซเบอร์ถึง 16.1 ZB หรือ 16,100 ล้านล้านล้านไบท์ (ล้าน 3 ตัวนะครับ) และทำนายว่า ปี 2025 ข้อมูลในโลกไซเบอร์จะเพิ่มขึ้นเป็น 163 ZB หรือ 163 เซตตาไบท์ เท่ากับ 163,000 ล้านล้านล้านไบท์ เขียนเป็นตัวเลขไม่ถูก จินตนาการไม่ออกว่ามากมายขนาดไหน

ประกันภัยโจร

ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ให้สัมภาษณ์กับ “การเงินธนาคาร” ว่า คปภ.ตระหนักถึงผลกระทบจากภัยคุกคามของโลกไซเบอร์ จึงได้ออกมาตรการรับมือไว้ทั้งในองค์กรและอุตสาหกรรม

นอกจากนี้ คปภ.ยังส่งเสริมและสนับสนุนให้บริษัทประกันภัยพัฒนา กรมธรรม์ประกันภัยไซเบอร์ (Cyber Insurance) เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ที่ต้องการคุ้มครองความเสียหายจากการโจรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์

คปภ. ได้กำหนดมาตรฐานการคุ้มครองเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกเป็นความคุ้มครองต่อผู้เอาประกันภัย เช่น ความคุ้มครองจากการหยุดชะงักของธุรกิจ ความเสียหายจากการถูกโจรกรรม การถ่ายโอนข้อมูลที่เป็นการฉ้อฉล หรือผ่านเครือข่ายในระบบคอมพิวเตอร์ รวมถึงต้นทุนต่างๆ ส่วนที่สองเป็นความคุ้มครองความรับผิดชอบต่อบุคคลภายนอก เช่น ความรับผิดชอบในการเปิดเผยข้อมูล รวมถึงคดีที่ลูกค้าเรียกร้อง เนื่องมาจากความล้มเหลวของระบบความปลอดภัย และการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา เป็นต้น

ปัจจุบัน มีบริษัทประกันภัยที่มีกรมธรรม์ประกันภัยไซเบอร์ 7 แห่ง เช่น ทิพยประกันภัย ให้ความคุ้มครองความเสียหายทางการเงินของผู้เอาประกันภัยที่เกิดจากการถูกโจมตีระบบ การถูกแอบเข้าระบบ ข้อมูลรั่วไหลสู่บุคคลภายนอก และคุ้มครองถึงบุคคลภายนอกที่ได้รับผลกระทบจากข้อมูลที่รั่วไหลด้วย

กรุงเทพประกันภัย ให้ความคุ้มครองความเสี่ยงของผู้ประกอบการธุรกิจ กรณีเกิดข้อมูลรั่วไหล เช่น ข้อมูลส่วนบุคคล การคุ้มครองความเสียหายจะครอบคลุมตั้งแต่ค่าเสียหาย ค่าใช้จ่ายในการต่อสู้คดี ไปจนถึงการกอบกู้วิกฤติ หรือการกอบกู้ชื่อเสียง เป็นต้น

โลกวันนี้ ยิ่งมีภัยมากขึ้น การประกันภัยก็ยิ่งสำคัญมากขึ้นไม่แพ้การประกันชีวิต เพื่อสร้างความมั่นคงในอนาคตของชีวิตและครอบครัว ผมก็เอามาแชร์เล่าสู่กันฟัง เพื่อเตรียมรับมือกับโลกยุค Internet of Things ที่ไม่มีใครหลีกเลี่ยงได้.

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.thairath.co.th/

โต้โซเชียล “เปรมชัย” หลุดคดีฆ่าเสือดำ ศรีวราห์มั่นใจหลักฐานมัดแน่น

โต้โซเชียล “ศรีวราห์” มั่นใจในพยานหลักฐานคดีเปรมชัยล่าเสือดำ และคดีหมีขอ ยืนยันโซเชียลไม่สามารถชี้นำให้เกิดคำตัดสินในชั้นศาลได้

โต้โซเชียล เมื่อวันที่ 4 มี.ค.62 พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงกรณีที่ศาลจังหวัดกาญจนบุรี และศาลจังหวัดทองผาภูมิ จะพิพากษาคดีล่าเสือดำและคดีหมีขอ ว่า ประเด็นนี้เป็นประเด็นที่ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของศาล ตำรวจไม่สามารถไปก้าวล่วงได้ ไม่ว่าผลการพิจารณาคดีเป็นอย่างไรก็เป็นดุลยพินิจของศาล

โต้โซเชียล

สำหรับคดีล่าเสือดำ ที่มีนายเปรมชัย กรรณสูต เป็นจำเลยนั้น ซึ่งขณะนี้ที่มีการตั้งข้อสังเกตจากในโซเชียลมีเดียว่า นายเปรมชัยจะหลุดคดี ตนเองมองว่าเรื่องนี้ตนเองพูดมาหลายครั้งแล้ว ซึ่งตำรวจก็มั่นใจในพยานหลักฐานที่ส่งฟ้องไป โซเชียลไม่มีผลต่อกฎหมาย พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานตามข้อเท็จจริงและสั่งฟ้องให้พนักงานอัยการไปแล้ว และพนักงานอัยการก็ส่งฟ้องให้ศาลแล้ว ขั้นตอนอยู่ในชั้นศาลทั้งหมด ไม่สามารถไปก้าวล่วงได้เพราะอาจจะเข้าข่ายละเมิดอำนาจศาล

“ยืนยันว่ากระแสโซเชียลไม่มีผลทางกฎหมาย เพราะศาลไม่ได้ตัดสินคดีตามกระแสโซเชียลแต่ตัดสินตามพยานหลักฐาน” พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบ.ตร.กล่าวทิ้งท้าย.

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.thairath.co.th/

เก๋งเสียหลักพุ่งชนห้อง เด็ก1ขวบดับคนขับก็ไม่รอด อึ้งคนตายชื่อเหมือนกัน

เก๋งเสียหลักพุ่งชนห้อง หนุ่มขับเก๋งเสียหลักพุ่งชนห้องนอนเจ้าของอู่ซ่อมเครื่องยนต์ เด็กน้อยในห้องดับสลด คนขับก็ไม่รอด

เก๋งเสียหลักพุ่งชนห้อง ญาติอึ้งคนตายทั้งคู่ชื่อเดียวกัน เกิดเดือนเดียวกัน เล็งมอบดวงตาให้สภากาชาดไทย…

จากกรณีที่เมื่อช่วงก่อนเช้ามืดวันที่ 2 มีนาคม 2562 นายจิรวัฒน์ ช่างศักดิ์ อายุ 33 ปี ขับรถเก๋งและเกิดอุบัติเหตุ รถยนต์เสียหลักพุ่งชนห้องนอนของนายสนั่น สุทธิประภา อายุ 45 ปี จนได้รับบาดเจ็บพร้อมครอบครัว มี น.ส.สุพิศ บุตรพรม อายุ 37 ปี ภรรยา ด.ญ.สุกัญญา สุทธิประภา อายุ 3 ขวบ ลูกสาว ส่วนด.ช.จิรวัฒน์ สุทธิประภา หรือ “น้องสกาย” วัย 1 ขวบเศษ เสียชีวิต เหตุเกิดภายในอู่ซ่อมเครื่องยนต์ชื่อ “วัฒนะ การช่าง” เลขที่ 58/1 ม.4 ต.บ้านใหม่ อ.เมือง จ.ปทุมธานี ส่วน นายจิรวัฒฯ คนขับรถเก๋ง แขนขาหัก ได้รับบาดเจ็บสาหัส

ต่อมาในเวลา 14.00 น. วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.ต.สัญชัย เมธีวิวัฒน์ สว.(สอบสวน) สภ.เมืองปทุมธานี ได้รับแจ้งจาก รพ.ปทุมธานี ว่า นายจิรวัฒน์ ช่างศักดิ์ เสียชีวิตแล้ว จึงขอให้เดินทางมาร่วมชันสูตร พร้อมทั้งได้ประสานติดต่อไปทางญาติผู้เสียชีวิต

ต่อมานายคณิน ช่างศักดิ์ และ น.ส.ทองเจือ พึ่งมา พ่อและแม่ของนายจิรวัฒน์ พร้อมญาติพี่น้อง i99bet เดินทางไปขอรับศพที่ รพ.ปทุมธานี เพื่อจะนำไปบำเพ็ญกุศลที่วัดหงส์ปทุมาวาส ต.บางปรอก อ.เมือง จ.ปทุมธานี

เก๋งเสียหลักพุ่งชนห้อง

นายคณิน ช่างศักดิ์ ผู้เป็นพ่อ กล่าวเพียงว่าตนเพิ่งทราบข่าวว่าลูกชายขับรถไปเกิดอุบัติเหตุ จนทำให้มีเด็กน้อยเสียชีวิตและพ่อแม่ลูกอีก 3 คนได้รับบาดเจ็บ ซึ่งตนและครอบครัวขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวน้องสกาย ด้วย และพอมาทราบจากทาง รพ. ว่าลูกตนก็เสียชีวิตในเวลาต่อมา จึงไม่รู้จะพูดยังไง เพราะลูกชายตนเองก็เสียชีวิตเหมือนกัน แต่สิ่งที่ทำให้ตนและครอบครัวถึงกับอึ้งเมื่อทราบว่าทั้งน้องสกาย กับลูกชายตนนั้นชื่อเหมือนกันคือ “จิรวัฒน์”

เขียนเหมือนกันทุกตัวอักษร และยังเกิดเดือนเดียวกันคือเดือน ตุลาคม อีกด้วย แม้แต่ทะเบียนรถลูกชายตนคือทะเบียน 837 ซึ่งตรงกับเลขทะเบียนของพ่อน้องสกาย ซึ่งก็เป็นเรื่องที่บังเอิญมาตรงกันอย่างไม่น่าเชื่อ

ส่วนเรื่องของคดีนั้นตอนนี้ ก็ต้องรอว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากคลองรังสิต จะดำเนินการอย่างไร และวันนี้ตนก็มอบหมายให้นายบุญสิน พึ่งมา น้องชายภรรยา ไปร่วมรดน้ำศพน้องสกาย และนำพวงหรีด ไปแสดงความเสียใจกับพ่อแม่น้องสกาย ที่วัดเทียนถวาย ต.บ้านใหม่ อ.เมือง จ.ปทุมธานี ส่วนตนเองและครอบครัวก็ต้องจัดงานศพลูกชายเช่นเดียวกัน

นอกจากนี้ตนและทางครอบครัว ได้เซ็นหนังสือยินยอมพร้อมบริจาคดวงตาของนายจิรวัฒน์ ลูกชาย ให้กับทางสภากาชาดไทย ผ่านทาง รพ.ปทุมธานี เพื่อถือว่าเป็นการช่วยเหลือให้กับผู้พิการหรือผู้ป่วยที่มีปัญหาเกี่ยวกับดวงตา ถือว่าเป็นกุศลที่ยิ่งใหญ่แม้ว่าลูกชายจะเสียชีวิตแล้วก็ตาม

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.thairath.co.th/…