เงินเดือน ออกแต่ใช้ไม่ได้ ลูกค้าโอด โมบาย แบงก์กิ้ง หลายธนาคารขัดข้อง

เงินเดือน มนุษย์เงินเดือนกุมขมับ โมบาย แบงก์กิ้ง หลายธนาคาร

เงินเดือน ดข้องตั้งแต่ช่วงเช้า ทำธุรกรรมผ่านมือถือไม่ได้…

วันที่ 28 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา ลูกค้าที่ใช้ระบบโมบาย แบงก์กิ้ง หลายธนาคาร ประสบปัญหา ไม่สามารถทำธุรกรรมทางการเงินผ่านแอปได้ โดยแอปฯ บัวหลวง ไอแบงก์กิ้ง ของธนาคารกรุงเทพ i99betก็ไม่สามารถเข้าใช้งานได้ช่วงระยะเวลาหนึ่ง ก่อนจะกลับมาทำธุรกรรมผ่านแอปได้ตามปกติแล้ว

เงินเดือน

นอกจากนี้ ธนาคารไทยพาณิชย์ ได้ทวีตข้อความผ่านทวิตเตอร์ SCB Thailand ถึงลูกค้า แจ้งว่า เนื่องจากขณะนี้ระบบ SCB EASY App ขัดข้องชั่วคราว ทำให้ไม่สามารถใช้งานได้ อย่างไรก็ตาม สามารถใช้งานผ่านช่องทางอื่นๆ ของธนาคารได้ตามปกติ

ทั้งนี้ ธนาคารขออภัยเป็นอย่างสูงในความไม่สะดวกครั้งนี้ และกำลังแก้ไขอย่างเร่งด่วน เพื่อให้ระบบกลับมาใช้งานได้ตามปกติ

ในส่วนของธนาคารกรุงไทย ได้ทวีตข้อความผ่านทวิตเตอร์ Krungthai_Care ระบุขณะนี้แอปพลิเคชัน กรุงไทย NEXT ขัดข้องชั่วคราว ธนาคารฯ อยู่ระหว่างการแก้ไข ให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติ ธนาคารขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ ที่นี้

ขณะที่ ธนาคารกสิกรไทย ได้โพสต์ข้อความผ่านหน้าเฟซบุ๊ก ชี้แจงลูกค้าที่ไม่สามารถเข้าแอป K PLUS ได้ ว่า แอป K PLUS สามารถใช้งานได้ตามปกติ พร้อมทั้งแนะนำลูกค้าที่ไม่สามารถเข้าใช้งานได้ ให้เว้นช่วงในการทำรายการใหม่อีกครั้ง.

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.thairath.co.th/…

สาวโรงงาน เสียท่าแก๊งตกทอง สูญสร้อย-แหวนทอง มูลค่าร่วม 3 หมื่นบาท

สาวโรงงาน แก๊งตกทองระบาด สาวโรงงานตกเป็นเหยื่อกลางตลาดนัดไทยทนุ

สาวโรงงาน สูญทอง 1 บาท แหวน 2 สลึงเงินสด 740 บาท มูลค่ารวมกว่า 3 หมื่นบาท…

พ.ต.ต.สุพจน์ สวนสอน รอง สว.(สอบสวน) สภ.บ้านฉางรับแจ้งจาก นส.ศิริพร ธิจร อายุ 24 ปี บ้านเดิมเป็นชาว จ.อุตรดิตถ์ ทำงานอยู่นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ พักอยู่ห้องเช่าใน อ.บ้านฉาง ว่า ตนเองถูกกลุ่มมิจฉาชีพ 3 คนหลอกเอาทรัพย์สินมีค่าในตัวเป็นเงินสด 740 บาท สร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท แหวนทองหนักสองสลึง

สาวโรงงาน

เหตุเกิดที่ตลาดนัดไทยทนุ ขณะตนเองไปจ่ายตลาดกับแฟนโดยที่แฟนนั่งรอในร้านขนมจีนส่วนตนได้แยกไปซื้อปีกไก่ทอด ระหว่างทางพบกับหญิงสาวอายุประมาณ 22 ปีรูปร่างเตี้ยผมยาวมัดผมสวมเสื้อสีดำ กางเกงยีนพับขาใส่รองเท้าแตะธรรมดาเข้ามาท่าทางลุกลี้ลุกลนหากระเป๋าเงินที่ตกหล่น ต่อมามีหญิงสาววัยกลางคนอายุประมาณ 40 ปีi99bet เข้ามาหาตนแล้วบอกว่าสงสารน้องเขาเห็นหามาพักหนึ่งแล้วขอให้ตนไปช่วยกันหาหน่อยตนจึงใจอ่อนไปช่วยหา ต่อมามีหญิงสาวอายุประมาณ 40-45 ปี เพิ่มมาอีกคนบอกว่าเจอของมีค่าในกระเป๋าใบเล็กแต่ยังไม่เปิดให้ดู

จนกระทั่งหญิงคนที่ 1 และคนที่ 2 เดินเข้ามาดูพร้อมกันจากนั้นจึงชวนตนไปในที่ลับตาคนพร้อมเปิดกระเป๋าใบเล็กดูพบว่ามีสร้อยทอง 1 เส้นซึ่งตนก็ไม่ทราบว่าราคาเท่าไหร่ ต่อมา หญิงคนที่ 2 จึงบอกกับตนว่าจะเอาสร้อยไปขายจะได้ราคาประมาณ 9 หมื่นบาท พร้อมออกอุบายว่าจะเอาเงินมาแบ่งกันแต่ต้องให้ตนถอดสร้อยที่คอ แหวน และเงินสดอีก 740 บาทใส่ไว้ในถุงเท้าดำพร้อมกันทั้งสามคน แล้วตนก็ทำตามทั้งหมด จากนั้นหญิงคนที่ 2 ยื่นถุงเท้าดำให้ตนถือ แล้วทั้งสามคนก็บอกว่าให้คอยอยู่ที่นี่จะนำสร้อยไปขายก่อนแล้วจะนำเงินมาแบ่งกัน แล้วหญิงทั้ง 3 ก็แยกย้ายหายไปในที่สุดแต่ตนไม่เอะใจว่ามีอะไรอยู่ในถุงเท้า

ต่อมาแฟนเดินมาพบตนจึงแกะถุงเท้าออกมาพบว่ามีเศษเหรียญบาทประมาณ 20 บาทอยู่ในถุงเท้าจนรู้ว่าสูญทรัพย์สินมีค่าให้กับมิจฉาชีพไปแล้วจึงแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับแกงค์ตกทองเบื้องต้นร้อยเวร สภ.บ้านฉางสอบปากคำผู้เสียหายอย่างละเอียดเพื่อหารูปพรรณคนร้ายจากผู้เสียหาย เพื่อติดตามตัวมาดำเนินคดีต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.thairath.co.th/…

กระบะแหกโค้งชนต้นไม้สาหัส

กระบะแหกโค้งชนต้นไม้สาหัส

กระบะแหกโค้งชนต้นไม้สาหัส

กระบะแหกโค้งชนต้นไม้สาหัส

พบรถกระบะ สีดำ เสียหลักพุ่งชนป้ายบอกทางและต้นไม้ริมถนนบริเวณถนนสาย ฉางเกลือ-ด่านชุมพล หน้าโรงเรียนบ้านฉางเกลือ ต.ห้วยแร้ง อ.เมือง จ.ตราด

จากการตรวจสอบ พบว่าหน้ารถพังยับ และมีผู้บาดเจ็บ 5 คน ซึ่งในจำนวนนี้มี 3 คนได้รับบาดเจ็บสาหัส และถูกนำส่งรักษาที่โรงพยาบาลกรุงเทพตราด เบื้องต้น ทราบชื่อคนขับ คือนายสราวุธ เครือวิเศษ อายุ 26 ปี บาดเจ็บสาหัส ส่วนอีก 4 คนยังไม่ทราบชื่อ

ด้านตำรวจภูธรเมืองตราด สันนิษฐานว่า รถกระบะน่าจะเสียหลัก จากฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก และบริเวณดังกล่าวเป็นทางโค้ง ทำให้รถลื่นไถลเสียหลักชนต้นไม้และป้ายบอกทาง i99bet

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com…

คนเช่าคอนโดแสบเบี้ยวค่าเช่าขโมยของเกลี้ยง

คนเช่าคอนโดแสบเบี้ยวค่าเช่าขโมยของเกลี้ยง

คนเช่าคอนโดแสบเบี้ยวค่าเช่าขโมยของเกลี้ยง

คนเช่าคอนโดแสบเบี้ยวค่าเช่าขโมยของเกลี้ยง

แฟนรายการส่งเรื่องขอความช่วยเหลือมาที่เพจเที่ยงวันทันเหตุการณ์บอกว่า เปิดคอนโดมิเนียมย่านเมืองธานีให้เช่า แต่กลับถูกผู้เช่าเบี้ยวค่าห้อง แถมขโมยเฟอร์นิเจอร์ในห้อง หายไป 16 รายการ คิดเป็นค่าเสียหายร่วมแสนบาท i99bet

ทีมข่าวเที่ยงวันทันเหตุการณ์ ลงพื้นที่ไปสอบถามเรื่องที่เกิดขึ้นกับนายสิงห์ชัย คำภู เจ้าของห้องพัก เล่าว่า ตนเองซื้อคอนโดแห่งนี้เพื่ออยู่อาศัยเอง ต่อมามีความจำเป็นต้องย้ายไปอยู่ต่างจังหวัด จึงให้นายหน้าหาผู้เช่าห้องให้และได้ทำสัญญากับผู้เช่าซึ่งเป็นเด็กนักศึกษา เมื่อเดือนกันยายน 2561 ในทีแรกน้องผู้เช่า เป็นคนอัธยาศัยดี พูดจาดี และได้คุยไลน์ติดต่อกันเป็นประจำ จนกระทั่งเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2561 ผู้เช่าแจ้งว่า เครื่องทำน้ำอุ่นเสีย ภรรยาของตนจึงพาช่างเข้าไปตรวจสอบในวันที่ 19 ธันวาคม

เมื่อเข้าไปในห้อง พบเพื่อนผู้หญิงของผู้เช่าอยู่ด้วย 1 คน และพบว่าสภาพห้องทรุดโทรมจากการเลี้ยงสุนัข ขณะที่ฝาผนังมีรอยเจาะผนังหลายจุด ภรรยาของตนจึงตักเตือนไปว่า นิติบุคคลไม่อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ในคอนโด หากจะเลี้ยงจริงๆ ก็อย่าให้นิติบุคคลเห็น ส่วนการเจาะผนังห้อง หากเลิกเช่าจะต้องคิดค่าเสียหายในส่วนนี้ด้วย

ทางผู้เช่าก็รับทราบและยังคุยไลน์กันตามปกติ ไม่มีท่าทีว่าโกรธ หรือไม่พอใจอะไร กระทั่งต้นเดือนมกราคม ผู้เช่าไม่จ่ายค่าเช่าห้อง และค่าไฟ จึงติดต่อสอบถามไป อ้างว่า ไปต่างประเทศจึงยังไม่สะดวกจ่าย และขอเลื่อนไปก่อน จากนั้นก็ติดต่อผู้เช่าไม่ได้ เรื่องมาแดงเมื่อวันที่ 30 มกราคม ซึ่งตนได้เช็คการใช้ไฟของห้องพัก ผ่านแอปพลิเคชันการไฟฟ้านครหลวง กลับพบว่าที่ห้องยังมีการใช้ไฟอยู่ ทั้งที่ผู้เช่าบอกว่าไปต่างประเทศ จึงรีบเข้าไปที่คอนโดเพื่อตรวจสอบ โดยให้นิติบุคคลนำคีย์การ์ดขึ้นไปเปิดห้อง

เมื่อเห็นสภาห้องเข่าแทบทรุด เมื่อพบว่าผู้เช่าได้ขนทรัพย์สินที่มีค่าออกไปหมด แถมยังทำห้องเลอะเทอะมีมูลสุนัขทั่วห้อง มีคราบอาเจียนในห้องน้ำ เปิดแอร์เปิดไฟทิ้งไว้ เปิดน้ำทิ้งไว้จนเอ่อนองเต็มห้องครัว ทำให้พื้นชำรุดเสียหาย จึงไปแจ้งความที่ สภ.ปากเกร็ด เมื่อวันที่ 31 มกราคม ในข้อหายักยอกทรัพย์ แต่จนถึงขณะนี้คดียังไม่มีความคืบหน้า

ต่อมาพี่สาวและพี่เขยของผู้เช่านัดมาเจรจา โดยพาผู้เช่ามาด้วย ตนเรียกร้องให้จ่ายค่าเสียหายที่เกิดขึ้นเป็นจำนวน 3 แสนบาท แต่เขาบอกว่า มันแพงเกินไป จริง ๆ ตนก็สงสารเพราะเป็นเพียงนักศึกษา แต่ท่าทีของน้องเขาไม่ยอมรับผิด ไม่สำนึก แถมยังบอกว่า ตนไปดูห้อง โดยไม่ได้รับอนุญาตจากน้องเขา ในวันที่เข้าไปซ่อมเครื่องทำน้ำอุ่น ซึ่งตนก็ขอโทษ หรือถ้าจะโกรธที่ไปเตือนเรื่องเลี้ยงสุนัขและเจาะผนัง ก็โกรธได้ แต่ไม่ใช่เหตุผลที่จะมาขโมยของหรือทำให้ห้องเสียหาย สุดท้ายยังท้าทายให้ดำเนินคดี จึงตัดสินใจดำเนินคดี

ทีมข่าวของเรา ติดต่อไปยังผู้เช่ารายนี้ ได้ข้อมูลจากอีกฝั่งว่า วันที่เจ้าของห้องเข้ามาซ่อมเครื่องทำน้ำอุ่น ไม่ได้แจ้งตนล่วงหน้า ต่อมาพบว่า นาฬิกาแบรนด์เนมของตน ราคาหลักแสนบาทที่อยู่ในห้องน้ำหายไป ตนจึงรู้สึกไม่พอใจ แถมยังถ่ายรูปตามจุดต่างๆ ในห้องโดยไม่ได้รับอนุญาตอีก ส่วนเรื่องที่ตนขนทรัพย์สินออกไปจากห้องเพื่อเอาคืนที่นาฬิกาของตนที่หายไป และอยากเรียกร้องขอค่าประกันห้องคืนด้วย เพราะเมื่อตนขอเลิกเช่าห้อง เจ้าของห้องไม่ยอมคืนเงินประกันให้

หลังเกิดเรื่องได้นัดพูดคุยกัน ก็เห็นว่า คู่กรณีเรียกค่าชดใช้แพงเกินจริง จึงให้คู่กรณีดำเนินการทางกฎหมาย เพราะวันที่นัดเจรจากัน มันชัดเจนแล้วว่า จะไม่ได้เงินประกันห้องคืน จึงขอชดใช้ด้วยการคืนของที่ตนเอามา แต่คู่กรณีไม่รับแล้ว บอกว่าต้องการของใหม่ พูดง่ายๆ คือ อยากได้เงิน จึงขอให้เขาไปตกลงที่สถานีตำรวจ เพื่อให้มีหลักฐานว่าจะชดใช้กันเท่าไหร่ แต่เขาไม่ไป

ด้านพ่อของน้องคนเช่าห้อง บอกว่า ยอมรับว่าลูกทำผิด ที่ไปขนของให้ห้องออกมา แต่คู่กรณีก็ทำไม่ถูก ที่ให้เพื่อนที่อ้างว่าเป็นผู้กำกับใหญ่โทรมาคุย บอกให้จ่ายค่าเสียหาย โดยบอกว่ารู้จักนักข่าว ถ้าไม่อยากให้เป็นข่าวก็ชดใช้มา แต่ตนเห็นว่า คู่กรณีเรียกร้องมา 3 แสนกว่านั้น แพงเกินไป เข้าข่ายกรรโชกทรัพย์หรือไม่ ส่วนเรื่องที่บอกว่า ลูกของตนไปเจาะผนังห้องเป็นรูนั้น ลูกตนบอกว่า มีการเจาะไว้แล้ว ตั้งแต่เข้าไปอยู่ เรื่องนี้จึงขอให้ดำเนินคดี ให้ตำรวจเข้าไปตรวจสอบ ซึ่งการขนของออกจากห้อง เป็นคดียักยอกทรัพย์ ยอมความกันได้

ทั้งนี้หลังจากวันที่นัดเจรจากันแล้วตกลงกันไม่ได้ ตนได้พาลูกไปลงบันทึกประจำวัน ที่ สภ.ปากเกร็ด ระบุว่า ไม่มีเจตนาลักทรัพย์หรือยักยอกทรัพย์ เพียงแค่เอาไปเพื่อเจรจาคืนค่ามัดจำห้อง เบื้องต้นสอบถามไปที่ สภ.ปากเกร็ดแล้ว ยังไม่พบว่ามีการแจ้งความเป็นคดีความใดๆ

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com…

หลอกเด็กทำพิธีปัดเคราะห์แล้วขืนใจ

หลอกเด็กทำพิธีปัดเคราะห์แล้วขืนใจ

หลอกเด็กทำพิธีปัดเคราะห์แล้วขืนใจ

หลอกเด็กทำพิธีปัดเคราะห์แล้วขืนใจ พ่อค้ารับซื้อของเก่า หลอกว่ามีวิชาหมอดูทักเหยื่อสาววัย 16 ปี ว่ามีเคราะห์ต้องทำพิธีปัดเป่าที่อวัยวะเพศ จากนั้นก็ลงมือข่มขืน

นายบุญธรรม เจริญศิริ หรือ เงาะ อายุ 54 ปี ถูกตำรวจภูธรเมืองฉะเชิงเทราจับได้ที่โรงแรมแห่งหนึ่งในพื้นที่หมู่ 7 ต.บางวัว อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา หลังแม่ของเด็กสาววัย 16 ปี พาลูกสาวเข้าแจ้งความจับเพราะเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมาได้ล่อลวงลูกสาวไปข่มขืนที่โรงแรม

โดย นายบุญธรรม อ้างว่ามีวิชาอาคมและมองเห็นลูกสาวดวงไม่ดี หัวขาดเหมือนถูกมนต์ดำของเขมรต้องทำพิธีเอาออกโดยการปัดเป่า แรกๆลูกสาวไม่เชื่อพอโดนทักผ่านไลน์บ่อยๆ จึงหลงเชื่อจนยอมไปทำพิธีที่โรงแรม นายบุญธรรม ให้ถอดเสื้อผ้าและแกล้งทำพิธีเป่าสิ่งไม่ดีที่บริเวณอวัยวะเพศของลูกสาวและลงมือข่มขืน

กระทั่งวันที่ 22 กุมภาพันธ์ นายบุญธรรม ได้ล่อลวงเหยื่อสาววัย 18 ปี อีก 1 คน เข้าไปกระทำอนาจารภายในห้องพักของโรงแรมเดียวกัน ซึ่งตอนที่เจ้าหน้าที่ไปเจอ พบว่า นายบุญธรรม ใส่ผ้าขนหนูผืนเดียว อยู่กับหญิงสาววัย 18 ปี อยู่ในสภาพนุ่งผ้าขนหนูเหมือนกัน สาววัย 18 ปี อ้างว่า นายบุญธรรม อ้างว่าให้เปลี่ยนชุดเพื่อทำพิธีไล่ของออกจากตัวแต่กับพยายามกระทำอนาจาร ตำรวจจึงควบคุมตัว นายบุญธรรม ทันที พร้อมรถกระบะ อีซูซุ ดีแม็ก สีน้ำตาลทะเบียน ผษ 3195 ชลบุรี ที่ใช้รับเด็กสาวๆมากระทำอนาจาร

ขณะที่ นายบุญธรรม รับสารภาพว่ามีวิชาดูดวงแก้ไขชะตากรรมอยู่บ้างระหว่างที่ขี่รถไปซื้อของเก่าตามบ้าน หากเจอเหยื่อที่เป็นเด็กสาวหน้าตาดีก็จะออกอุบายว่ามีเคราะห์ต้องทำพิธีปัดเป่าสะเดาะเคราะห์ถึงจะหาย หากไม่ทำอาจจะเสียชีวิตภายใน 7 วัน ก่อนแลกไลน์พูดคุยกับเด็กหลอกให้เชื่อแล้วนัดมาเปิดโรงแรมม่านรูดเพื่อทำพิธีแล้วล่วงละเมิดทางเพศ

ตำรวจเปิดเผยว่า จากการตรวจสอบการสนทนา พบว่ามีหญิงสาวหลายคนตกเป็นเหยื่อโดนหลอกลวงว่าโดนคุณไสย อาคม หรือมนต์ดำเจ้าหน้าที่ได้ฝากประชาสัมพันธ์หากผู้เสียหายรายใดเคยตกเป็นเหยื่อให้มาแจ้งความร้องทุกข์เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป i99bet

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com…

ล่าเด๋อฆ่าข่มขืนเมียเพื่อน ปิดล้อมไล่ล่าโจ๋ขืนใจหญิง

ล่าเด๋อฆ่าข่มขืนเมียเพื่อน เจ้าหน้าที่ตำรวจ  ปิดล้อม 3 ตำบลไล่ล่า”เด๋อ”ขืนใจหญิงวัย 54 ปี ก่อนฆ่าทิ้งกลางไร่มันสำปะหลัง

ล่าเด๋อฆ่าข่มขืนเมียเพื่อน

ล่าเด๋อฆ่าข่มขืนเมียเพื่อน ตำรวจได้สนธิกำลังร่วมกับประชาชนในพื้นที่

ความคืบหน้าการติดตามจับกุมตัวนายมนตรี หรือ เด๋อ อายุ 32 ปี ผู้ต้องหาฆ่าข่มขืนหญิงวัย 54 ปี ซึ่งจากวันที่เกิดเหตุจนถึงวันนี้ 5 วันแล้ว ยังไม่สามารถติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สนธิกำลังร่วมกับประชาชนในพื้นที่อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี พร้อมกับสุนัขตำรวจ ได้เดินเท้าปิดล้อมในพื้นที่ 3 ตำบล ที่สงสัยว่าคนร้ายจะใช้เป็นพื้นที่หลบซ่อนตัว คือ ตำบลคลองเกตุ ตำบลวังขอนขว้าง ตำบลห้วยโป่ง โดยเฉพาะบริเวณสวนไผ่หลังบ้าน ที่ชาวบ้านได้แจ้งเบาะแสว่ามีการนำใบไม้มาทำเป็นที่นอนพัก ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำสุนัขตำรวจเข้าตรวจสอบ ซึ่งสุนัขไม่ยอมไปไหนจะเดินอยู่แต่บริเวณที่มีการนำใบไม้ปูเป็นที่นอนตลอดเวลา ทางเจ้าหน้าที่ได้เก็บรวบรวมหลักฐานจากจุดดังกล่าวเพิ่มเติม พร้อมบอกว่าจุดนี้น่าจะเป็นจุดที่คนร้ายเคยมาใช้เป็นที่พักหลบซ่อนตัว

จากการตรวจค้นในวันนี้ มีทั้งทางพื้นดินและทางอากาศที่ใช้โดรนบิน แต่ก็ยังไร้วี่แววของนายมนตรี หรือ เด๋อ เนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่เขาและป่าและทั้ง 3 ตำบลมีแหล่งน้ำ สวนผลไม้ จำนวนมาก ทางเจ้าหน้าที่ได้มีการเดินทางแจกหมายจับของคนร้ายทุกวัน คาดว่าคนร้ายยังไม่หลบหนีออกนอกพื้นที่ น่าจะได้ตัวในเร็วๆ นี้

ด้านพันตำรวจเอก อุกฤษ ภู่กลั่น รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรี เผยว่า ยังไม่พบตัวนายเด๋อ แต่ได้สอบปากคำ นายหยวก อยู่คง อายุ 55 ปี สามีผู้ตาย พบมีรอยบาดแผลขีดข่วนที่หน้าท้อง เป็นบาดแผลจากถูกต้นมันสำปะหลังบาด และยังไม่พบพิรุธอื่น i99bet

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com…

จับแล้วหญิงปริศนาตีหัวคนบนถนนสุขุมวิท

จับแล้วหญิงปริศนาตีหัวคนบนถนนสุขุมวิท

จับแล้วหญิงปริศนาตีหัวคนบนถนนสุขุมวิท

จับแล้วหญิงปริศนาตีหัวคนบนถนนสุขุมวิท จากกรณีที่มีการโพสต์คลิปและภาพผู้หญิงคนหนึ่งถือท่อพีวีซี และทำร้ายหญิงสาวคนหนึ่งที่เดินริมถนนสุขุมวิท จนได้รับบาดเจ็บที่ศรีษะ

ความคคืบหน้าล่าสุด พ.ต.อ.อัครวุฒ ธานีรัตน์ ผู้กำกับการ สน.ลุมพีนี เปิดเผยว่าเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา(21ก.พ.62) ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่าพบเห็นหญิงสาวรูปพรรณสันฐานคล้ายกับหญิงแปลกหน้าที่ใช้ท่อพีวีซี ตีศรีษะประชาชนที่เดินริมถนนสุขุมวิท ซอย7/1 จึงสั่งการให้นำกำลังสายตรวจเข้าตรวจสอบพร้อมเชิญตัวหญิงคนดังกล่าวมาสอบปากคำที่ สน.ลุมพินี ทราบชื่อคือ น.ส.สมฤดี (ไม่เปิดเผยนามสกุล) อายุ 29 ปี

โดย น.ส.สมฤดี อยู่ในอาการตกใจและให้การวกวน จับใจความได้ว่าอาศัยหลับนอนตามข้างทางโดยจะมีท่อพีวีซีไว้ป้องกันตัวจากชาวต่างชาติที่เดินผ่านไปมาเบื้องต้น ตำรวจแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นได้รับบาดเจ็บแก่กาย ก่อนเปรียบเทียบค่าปรับเป็นเงิน 500 บาท พร้อมประสานญาติ เพื่อตรวจสอบประวัติ การรักษาตัว เนื่องจากหญิงคนดังกล่าวอยู่ในอาการเครียดและมีความหวาดระแวง

ขณะที่หญิงสาวผู้เสียหาย ระบุว่า จากการพูดคุย น.ส.สมฤดี ผู้ก่อเหตุ เมื่อคืนที่ผ่านมา ได้กล่าวคำขอโทษและยอมรับผิดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ส่วนสาเหตุที่ทำร้ายทราบว่าทำเพราะป้องกันตัวเนื่องจากเข้าใจว่าเป็นชาวต่างชาติและเกรงว่าจะมาทำร้าย จึงได้ชิงลงมือก่อน

จากการพูดคุยกับ น.ส.สมฤดี พบว่ามีอาการไม่ปกติ อีกทั้งดูเคร่งเครียดและกังวลอยู่ตลอดเวลา จึงได้หารือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจก่อนจะถอนแจ้งความ เพื่อให้ น.ส.สมฤดี ไปรักษาตัวและกลับมาใช้ชีวิตในสังคมได้ตามปกติ

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com

ยิงยาสลบสุนัขกักไว้ที่ปศุสัตว์หลังรุมกัดเด็กชาวฟินแลนด์

ยิงยาสลบสุนัขกักไว้ที่ปศุสัตว์หลังรุมกัดเด็กชาวฟินแลนด์

ยิงยาสลบสุนัขกักไว้ที่ปศุสัตว์หลังรุมกัดเด็กชาวฟินแลนด์

ยิงยาสลบสุนัขกักไว้ที่ปศุสัตว์หลังรุมกัดเด็กชาวฟินแลนด์

ความคืบหน้า กรณีสุนัขรุมกัดเด็กชาวฟินแลนด์ ล่าสุดปศุสัตว์จังหวัดกระบี่ ลงพื้นที่ยิงยาสลบสุนัขจรจัดทั้งหมด เพื่อนำสุนัขทั้งไปหมดกักไว้ที่สำนักงานปศุสัตว์ ส่วนอาการเด็กชายชาวฟินแลนด์พ้นขีดอันตรายแล้ว หลังค่ำวานนี้เกิดเหตุการณ์ฝูงสุนัขจรจัด รุมกัดเด็กชายชาวฟินแลนด์ วัย 5 ขวบ บริเวณหาดอ่าวนาง จนได้รับบาดเจ็บ ล่าสุดวันนี้ ทางเจ้าหน้าที่สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดได้นำปืนยิงยาสลบยิงสุนัขจรจัดที่หน้าหาดอ่าวนาง โดยมีเป้าหมายเพื่อนำสุนัขจรจัดทั้งหมด ไปกักไว้ที่สำนักงานปศุสัตว์ เพื่อตรวจสุขภาพ หาเชื้อว่ามีการติดเชื้อพิษสุนัขบ้าหรือไม่ จากนั้นจะทำการย้ายสุนัขไปเลี้ยงในที่เหมาะสมต่อไป พันตำรวจโท หม่อมหลวง กิติบดี ประวิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ได้เดินทางไปที่โรงพยาบาลกระบี่นครรินทร์ เยี่ยมอาการของเด็กชายชาวฟินแลนด์ ได้รับแจ้งจากนายแพทย์ที่ทำการรักษาว่า อาการของเด็กนั้น แรกเริ่มค่อนข้างสาหัส เนื่องจากมีรอยถูกกัดหลายแห่ง คณะแพทย์ได้ทำการล้างแผล เย็บ และฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า,เชื้อแบคทีเรีย และเชื้อบาดทะยัก ขณะนี้อาการโดยรวมพ้นขีดอันตรายแล้ว แต่ยังต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com

ปิดไร่มันไล่ล่าผู้ต้องสงสัยฆ่าขืนใจเมียเพื่อน

ปิดไร่มันไล่ล่าผู้ต้องสงสัยฆ่าขืนใจเมียเพื่อน

ปิดไร่มันไล่ล่าผู้ต้องสงสัยฆ่าขืนใจเมียเพื่อน

ปิดไร่มันไล่ล่าผู้ต้องสงสัยฆ่าขืนใจเมียเพื่อน

จากกรณีพบศพ นางหวน อยู่คง อายุ54 ปี บริเวณเชิงกลางไร่มันสำปะหลัง หมู่8 ต.ตลองเกตุ อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี สภาพท่อนล่างเปลือยไม่สวมใส่เสื้อผ้า และชุดชั้นในมีบาดแผลที่ใบหน้า และลำคอ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุด พ.ต.อ.ภูการวิก โชติกเสถียร ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรโคกสำโรง เปิดเผยว่าตลอดทั้งคืนที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.โคกสำโรงพร้อมด้วยสุนัขตำรวจ 191 ได้ลงพื้นที่เกิดเหตุบริเวณไร่มันสำปะหลัง เพื่อตามหาตัวนายมนตรี หรือ เต๋อ อายุ 32 ปีบุคคลต้องสงสัย ว่าอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของนางหวน เนื่องจากพบกางเกงและรองเท้าของนายเต๋อ เพื่อนคนงานที่รับจ้างขุดมันสำปะหลังอยู่ในที่เกิดเหตุ และหายตัวไป

เจ้าหน้าที่ใช้เวลาในการค้นหาอยู่หลายชั่วโมง แต่ก็ยังไม่พบตัวนายมนตรี กรือ เต๋อ เจ้าหน้าที่ต้องยุติการค้นหา และช่วงเช้าที่ผ่านมาได้ส่งเจ้าหน้าที่ออกหาข่าวอีกครั้งโดยส่งชุดหาข่าวใน 2ตำบล คือตำบลคลองเกตุ ในหมู่บ้านเขาดิน เขาแร่ คลองมะนาว และขยายไปในพื้นที่ของตำบลวังขอนกว้าง

โดยจะสืบเสาะหาว่าผู้ต้องสงสัยไปขอข้าวชาวบ้านกินหรือขอเสื้อผ้าสวมใส่หรือไม่ เนื่องจากขณะที่หลบหนีผู้ต้องสงสัย ไม่มีเสื้อผ้าเพราะตกอยู่ในที่เกิดเหตุทั้งหมด

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com

แก๊งวัยรุ่นทุบรถพบมีพฤติกรรมตบทรัพย์

แก๊งวัยรุ่นทุบรถพบมีพฤติกรรมตบทรัพย์

แก๊งวัยรุ่นทุบรถพบมีพฤติกรรมตบทรัพย์

แก๊งวัยรุ่นทุบรถพบมีพฤติกรรมตบทรัพย์ กรณีกลุ่มวัยรุ่นนับสิบคน ขี่มอเตอร์ไซค์ไล่ล่าทุบรถส่งของสองสามีภรรยา ขณะไปส่งของร้านสะดวกซื้อ ย่านประชานิเวศน์ 3 ไม่พอใจที่เข้าไปยุ่งเรื่องกลุ่มวัยรุ่นขี่รถเฉี่ยวชนกับรถส่งของอีกคัน หลังเป็นข่าวไปมีคนมาชี้เบาะแสว่าวัยรุ่นกลุ่มนี้มีพฤติกรรมตบทรัพย์

โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 12 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ผู้เสียหายเจ้าของคลิปนี้ไม่ใช่คู่กรณีกับกลุ่มวัยรุ่นโดยตรง แต่มาส่งของแล้วเห็นเพื่อนร่วมอาชีพที่เป็นลุงกับป้ารถเฉี่ยวชนกับมอเตอร์ไซค์ของกลุ่มวัยรุ่น แต่เหมือนตกลงกันไม่ได้ ผู้เสียหายจึงบอกไปว่า ถ้าตกลงกันไม่ได้ ก็ให้แจ้งตำรวจ ทำให้กลุ่มวัยรุ่นไม่พอใจ และเริ่มมีปากเสียงกัน นำไปสู่การไล่ล่าตามคลิป โดยในรถส่งของมีเด็กหญิงวัย 4 ขวบ นั่งมาด้วยตกใจร้องไห้อย่างเสียขวัญ ซึ่งเหตุการณ์จบลงหลังผู้เสียหายขับรถเข้าไปในค่ายทหาร ถนนแจ้งวัฒนะ โดยมีทหารช่วยมาเจรจากลับกลุ่มวัยรุ่นให้

เมื่อวานนี้นายชัชวาลย์ และนางนงเยาว์ ทรงเยาวศรี สองสามีภรรยารถส่งของ ได้เดินทางไปพบพนักงานสอบสวน สภ.รัตนาธิเบศร์ เพื่อให้ปากคำเพิ่ม หลังมีวัยรุ่น 3 คน เข้ามอบตัวเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยตำรวจแจ้งข้อหาทำให้เสียทรัพย์ ทั้งนี้นายชัชวาลย์ ระบุว่ากลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุมีมากกว่า 3 คน จากคลิปเหตุการณ์ที่ตนถ่ายไว้ รวมกับคลิปที่พลเมืองดีส่งมาให้ ยืนยันได้ว่ามีวัยรุ่นที่ร่วมก่อเหตุ 6 คน หนึ่งในนั้นมีคนถือมีดดาบมาไล่ฟันรถด้วย จึงขอแจ้งความเพิ่มอีก 3 คน โดยแจ้งความคนที่ถือมีดดาบข้อหาพยายามฆ่า ซึ่งตำรวจทำได้เพียงลงบันทึกประจำไว้ ทั้งนี้ตนได้ไปขอกล้องวงจรปิดหน้าร้านสะดวกซื้อไว้เป็นหลักฐาน แต่ผู้จัดการบอกว่าต้องมีใบมอบอำนาจจากตำรวจ ตนจึงมาขอใบมอบอำนาจจากตำรวจ แต่ทางร้านก็ยังไม่ให้ โดยบอกว่าต้องให้ตำรวจมาขอเอง ทำให้ตนรู้สึกว่า คดีนี้ตนอาจไม่ได้รับความเป็นธรรม และกังวลเรื่องความปลอดภัยของครอบครัวอีกด้วย

ขณะที่ในเพจรายการเที่ยงวันทันเหตุการณ์ มีแฟนเพจแจ้งเบาะแสมาว่า ก่อนเกิดเหตุการณ์นี้ นายแบงก์หนึ่งในกลุ่มวัยรุ่นมีอุบัติเหตุรถเฉี่ยวชนแถวซอยสามัคคี โดยนายแบงก์ถูกคู่กรณีขี่ชนท้าย ซึ่งคู่กรณีได้รับบาดเจ็บ พร้อมยอมรับว่าประมาทเอง ซึ่งนายแบงก์เรียกค่าเสียหาย 12,000 บาท เมื่อเห็นข่าวเคสล่าสุด ทำให้ตั้งข้อสังเกตุว่า วัยรุ่นกลุ่มนี้มีพฤติกรรมตบทรัพย์หรือไม่

นอกจากนี้เรายังได้ข้อมูลจากคนในพื้นที่ว่า วัยรุ่นกลุ่มนี้มักจับกลุ่มรวมตัวกันในเวลากลางคืน และมีพฤติกรรมข้องเกี่ยวกับยาเสพติดด้วย ทำให้มีอารมณ์ที่ฉุนเฉียวรุนแรง และมีความเป็นไปได้ที่จะทำพฤติกรรมแบบในคลิปที่เป็นข่าว ทั้งนี้อยากให้มีหน่วยงานพาเด็ก ๆ กลุ่มนี้ไปปรับพฤติกรรม แต่ที่ผ่านมาตำรวจบอกว่า เป็นคดีลหุโทษ

ล่าสุด นายรีฟ วัยรุ่นที่ขี่มอเตอร์ไซค์เฉี่ยวชนรถส่งของลุงกับป้า เปิดใจกับทีมข่าวเที่ยงวันทันเหตุการณ์ ว่าวันเกิดเหตุตนยอมรับผิดตั้งแต่ต้นว่าเฉี่ยวชนรถลุงกับป้า และไม่ได้เรียกค่าเสียหาย สิ่งที่คู่กรณีพูดไม่เป็นความจริง ยืนยันคู่กรณีตั้งใจถือท่อนเหล็กมาตีตนเอง สังเกตในคลิปที่เขาถ่ายจะเห็นท่อนเหล็กอยู่ตรงขาเขา ตอนนี้พวกตนเหมือนถูกสังคมโจมตีฝ่ายเดียว ส่วนคดีความตำรวจเตรียมเรียกไปเจรจาค่าเสียหายกับคู่กรณี เรื่องจะได้จบไป แต่ตอนนี้ยังไม่ได้นัดวัน ทั้งนี้ตนขี่รถไปกลับกลุ่มเพื่อน แต่ตนไม่ได้ทุบรถ และไม่รู้จริง ๆ ว่าในรถมีเด็ก ทั้งนี้ที่คู่กรณีบอกว่า มีคนถือมีดดาบไปไล่ฟันเขานั้น ตนไม่รู้ว่ามีใครถือมีดไปด้วย ไม่เห็นจริง ๆ แต่คนที่ขี่รถไล่ตามกันไป ไม่ได้มีแต่พวกตน เพราะรถคู่กรณีก็ไปเฉี่ยวชนอีกหลายคัน อาจมีคนอื่นขี่ตามไปด้วย

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com