บาห์เรนยื่นเรื่องส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน

บาห์เรนยื่นเรื่องส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน

บาห์เรนยื่นเรื่องส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน

บาห์เรนยื่นเรื่องส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน

บาห์เรนขอส่งตัว’ฮาคีม’ผู้ร้ายข้ามเเดน ยังรอผลพิจารณา
อธ.อัยการต่างประเทศ เผย บาห์เรนยื่นเรื่องขอส่งตัว “ฮาคีม” เป็นผู้ร้ายข้ามเเดนมาเเล้ว อยู่ระหว่างการพิจารณาของอัยการ เผยสุดท้ายเเล้วสิทธิส่งตัวหรือไม่ส่งอยู่ที่ “นายกฯตู่” ตัดสินใจ

เมื่อวันที่ 31 ม.ค. นายชัชชม อรรฆภิญญ์ อธิบดีอัยการสำนักงานต่างประเทศ ได้กล่าวถึงความคืบหน้า ในคดีที่พนักงานอัยการสำนักงานต่างประเทศ ยื่นคำร้องต่อศาลอาญาเมื่อวันที่ 11 ธ.ค.61 ขออนุญาตขัง นายฮาคีม อัล อาไรบี อายุ 25 ปี อดีตนักฟุตบอลทีมชาติบาห์เรน และผู้ลี้ภัยประเทศออสเตรเลียเป็นเวลา 60 วัน ตามหมายจับส่งผู้ร้ายข้ามแดนระหว่างรออัยการยื่นคำร้องขอศาลไต่สวนว่าจะส่งนายฮาคีมเป็นผู้ร้ายข้ามแดนกลับไปดำเนินคดีที่ประเทศบาร์เรนหรือไม่ว่า ขณะนี้ทางอัยการได้รับคำร้องจากประเทศบาห์เรนในการขอตัว นายฮาคีม เป็นผู้ร้ายข้ามเเดนกลับไปดำเนินคดีที่ประเทศบาห์เรน ซึ่งทางอัยการก็กำลังพิจารณาอยู่ว่าคำร้องจะเข้าหลักเกณฑ์ตาม พ.ร.บ.ส่งผู้ร้ายข้ามเเดนของประเทศไทยหรือไม่ ขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณา ซึ่งถ้าเราพิจารณาเเล้วว่าคดีเข้าหลักเกณฑ์ที่จะส่งผู้ร้ายข้ามเเดนได้ เราก็จะต้องยื่นคำร้องภายใน 60 วัน นับเเต่วันที่ศาลมีคำสั่งให้ฝากขังนายฮาคิมไว้ หากเราพิจารณาว่าเข้าหลักเกณฑ์ในการส่งผู้ร้ายข้ามเเดนเราก็จะต้องยื่นให้ทันใน 60 วัน ซึ่งจะครบกำหนดช่วงสัปดาห์หน้า เเต่ถ้าเราพิจารณาเเล้วว่า กรณีไม่เข้าหลักเกณฑ์ก็จะไม่ยื่นคำร้อง ซึ่งเมื่อครบกำหนดฝากขัง 60 วันแล้ว ศาลก็จะต้องปล่อยตัวนายฮาคีม หรือ ทางอัยการสำนักงานต่างประเทศอาจจะยื่นคำร้องต่อศาลว่า อัยการพิจารณาเเล้วกรณีไม่เข้าหลักเกณฑ์ศาลก็ปล่อยตัวนายฮาคิมเป็นอิสระ

เมื่อถามถึงกรณีที่นางนะคา เซไตฮ์ ภรรยานายฮาคิม ส่งผู้รับมอบอำนาจยื่นหนังสือต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลไทยพิจารณาส่งตัวนายฮาคิมไปยังประเทศออสเตรเลียในสถานะผู้ลี้ภัยโดยอ้างหลักมนุษยธรรม และตามกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งประเทศไทยมีพันธกรณีร่วมอยู่ด้วยจะสามารถทำได้หรือไม่หากอัยการมีการยื่นคำร้องต่อศาลไปเเล้ว

นายชัชชม กล่าวว่า หากนายกรัฐมนตรี โดยฝ่ายบริหารมีความเห็นว่าไม่ควรส่งนายฮาคิมเป็นผู้ร้ายข้ามเเดนตามคำร้องขอของประเทศบาห์เรน หากทางอัยการมีความเห็นว่าเข้าเกณฑ์ส่งผู้ร้ายข้ามเเดนเเละยื่นคำร้องต่อศาลไปเเล้ว ทางอัยการก็คงจะต้องถอนคำร้องขอส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามเเดนจากศาลตามที่บาห์เรนร้องขอที่เราได้ยื่นต่อศาลออกมา ส่วนกรณีที่หากเรายื่นไปเเละศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้ขังไว้เพื่อส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามเเดนต่อไปเเล้ว ฝ่ายบริหารก็ยังมีอำนาจที่จะไม่ส่งไปยังประเทศที่ร้องขอไว้ได้ เพราะเรื่องการส่งผู้ร้ายข้ามเเดนมีประเด็นเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอยู่ด้วย ฝ่ายบริหารจึงมีอำนาจตามกฎหมายตรงนี้… ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับนายฮาคีมนั้นมีหมายจับแดงของตำรวจสากล หรืออินเตอร์โพล ฐานทำลายทรัพย์สินของประเทศบาห์เรน ในความผิดตามกฎหมายของประเทศบาห์เรน ในความผิดฐาน 1.ลอบวางเพลิงสถานที่แห่งหนึ่ง ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดอันตรายแก่ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน 2.ชุมนุมโดยมิชอบด้วยกฎหมาย (มากกว่า 5 คน) ในสถานที่สาธารณะและใช้กำลังประทุษร้าย เพื่อวัตถุประสงค์ในการก่ออาชญากรรมและก่อกวนความสงบเรียบร้อยของประชาชน 3.ครอบครองวัตถุไวไฟ (ระเบิดขวด) เพื่อวัตถุประสงค์ในการก่ออันตรายแก่ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน 4.ทำให้รถยนต์ส่วนบุคคลของผู้อื่นเสียหาย ซึ่งนายฮาคิมมีสัญชาติบาห์เรน แต่ได้รับสถานะผู้ลี้ภัยของประเทศออสเตรเลีย ซึ่งตัวนายฮาคีมให้การปฏิเสธมาตลอดว่า ข้อกล่าวหาที่มีการกล่าวหานายฮาคิมในขณะวันเวลาที่เกิดเหตุเป็นช่วงที่ทำการแข่งฟุตบอลอยู่

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.dailynews.co.th

มือปืนระดับพระกาฬพรุนทั้งร่างดับอนาถ

มือปืนระดับพระกาฬพรุนทั้งร่างดับอนาถ

มือปืนระดับพระกาฬพรุนทั้งร่างดับอนาถ

มือปืนระดับพระกาฬพรุนทั้งร่างดับอนาถ

ออกจากคุกมาตาย “มือปืนระดับพระกาฬ” บุกยิงถล่ม “ขาใหญ่” พรุนทั้งร่างดับอนาถ

(30 ม.ค.62) ร.ต.อ.สรพิศ คงพุ่ม รอง สว.(สอบสวน) สภ.ลำทับ จ.กระบี่ รับแจ้งมีเหตุยิงกันที่บ้านเลขที่ 61 หมู่ 5 ต.ทุ่งไทรทอง อ.ลำทับ หลังรับแจ้งจึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับ แล้วพร้อมด้วย พ.ต.อ.พิษณุ อัชนะพรกุล ผกก.สภ.ลำทับ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ภ.จ.กระบี่ แพทย์เวร รพ.ลำทับ กู้ภัยมูลนิธิกระบี่พิทักษ์ประชา รุดไปยังที่เกิดเหตุ

บ้านที่เกิดเหตุ เป็นบ้านลักษณะห้องแถว เปิดเป็นร้านขายของชำ ลานปูนตรงประตูหน้าบ้านพบศพ นายพงศ์พิพัฒน์ อายุ 32 ปี เจ้าของบ้านถูกยิงเสียชีวิตนอนคว่ำหน้าจมกองเลือด สวมกางเกงขาสั้นสีแดง เสื้อยืดคอกลมสีเหลือง ตามตัวมีรอยสักเต็มตัว ถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกซองเข้ากลางหลัง 1 นัด มีบาดแผลจากกระสุนลูกปรายมากกว่า 20 แผล กกหูซ้ายมีรูกระสุน 1 นัด ที่เอวผู้ตายพกอาวุธมีด 1 เล่ม ที่เกิดเหตุพบทับกระสุนปืนลูกซองตกอยู่ 1 ชิ้น หัวกระสุนปืนขนาด 9 มม. 2 หัว จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน นอกจากนี้ยังพบคนเจ็บอีก 1 คน คือนายบอย (นามสมมุติ) อายุ 33 ปี ถูกเม็ดกระสุนลูกปรายจากปืนลูกซองเข้าที่ปลายคาง 1 แผล บาดเจ็บเล็กน้อย จนท.กู้ภัย เร่งนำตัวส่งรพ.

เบื้องต้นสอบสวนคนเจ็บ ทราบว่าก่อนเกิดเหตุ มีคนโทรมาตามให้ผู้ตายไปเอารถ จยย.ในพื้นที่ อ.คลองท่อม จึงชวนตนไปเป็นเพื่อ เพื่อไปเอารถกลับมาถึงหน้าบ้านที่เกิดเหตุ ระหว่างกำลังจอดรถ ก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด มาจากสวนปาล์มใกล้บ้าน ตนจึงรีบวิ่งหลบคมกระสุน กระทั่งเสียงปืนเงียบ ก็พบผู้ตายถูกยิงเสียชีวิตแล้ว

ทั้งนี้ตำรวจชุดสืบสวนตรวจสอบประวัติ พบผู้ตายเคยมีประวัติต้องโทษในคดียาเสพติดมาแล้วหลายครั้ง เพิ่งพ้นโทษออกมาได้ปีเศษ ซึ่งในช่วงที่ผู้ตายต้องโทษ ทราบว่าเป็นขาใหญ่คนหนึ่งในเรือนจำ โดยมุ่งปมสังหารไปที่เรื่องขัดแย้งปัญหายาเสพติดกับกลุ่มคนร้าย ซึ่งคาดว่าคนร้ายน่าจะมีไม่ต่ำกว่า 2 คน ใช้ปืนอย่างน้อย 2 กระบอก มาดักซุ่มรอผู้ตายอยู่ในสวนปาล์ม โดยตำรวจเชื่อว่ากลุ่มคนร้าย น่าจะเป็นมือปืนระดับพระกาฬที่วางแผนมาเป็นอย่างดี

ตำรวจเตรียมนำตัวคนเจ็บมาสอบปากคำอีกครั้ง เนื่องจากเป็นพยานสำคัญที่อยู่ในเหตุการณ์ รวมทั้งจะนำตัวภรรยา และญาติผู้ตายมาสอบสวน หาสาเหตุ นอกจากนี้จะเร่งติดตามตัวผู้ต้องสงสัยรายหนึ่งที่อาจจะโทรศัพท์มาลวงให้ผู้ตายออกไปเอารถ จยย.เพื่อเปิดโอกาสให้กลุ่มคนร้ายมาดักซุ่มรอสังหาร ซึ่งชุดสืบสวนจะเร่งติดตามตัวมาสอบสวนต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com

หนุ่มใหญ่หายในป่าสุดท้ายพบเป็นศพ

หนุ่มใหญ่หายในป่าสุดท้ายพบเป็นศพ

หนุ่มใหญ่หายในป่าสุดท้ายพบเป็นศพ

หนุ่มใหญ่หายในป่าสุดท้ายพบเป็นศพ

หนุ่มใหญ่หายในป่านานกว่า 10 วัน สุดท้ายพบศพถูกยิง

ตำรวจลำปางพบศพหนุ่มใหญ่ ตามหานานกว่า 10 วัน พบศพอยู่บนเขาสูงที่แท้ถูกยิง คาดกลุ่มเพื่อนเข้าป่าด้วยกันคิดว่าเป็นสัตว์ป่า
เมื่อวันที่ 28 ม.ค. 62 ที่ผ่านมา พ.ต.อ.รัฐการ สุรงคบพิตร ผกก.สภ.บ้านเอื้อม จ.ลำปาง ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.กิตติพงษ์ กังวาลไกล รองผกก.สส.สภ.บ้านเอื้อม พร้อมชุดสืบสวนเร่งหาหลักฐานสืบสวนสวนเพื่อเร่งคลี่คลายคดี

ภายหลังพนักงานสอบสวน และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านเอื้อม แพทย์เวรชันสูตรโรงพยาบาลศูนย์ลำปาง กำลังเจ้าหน้าที่อุทยานแจ้ซ้อน เจ้าหน้าที่ศูนย์ ปภ.เขต 10 ลำปาง เจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยพร้อมพระภิกษุจำนวน 4 รูป ได้เดินทางเข้าไปชันสูตรพลิกศพนายเสน่ห์ เหล็กดี อายุ 51 ปี ที่หายตัวไปจากบ้านไปหาของตั้งแต่วันที่ 12 ม.ค.62 ที่ผ่านมาบริเวณในป่าเขตติดต่อระหว่างตำบลบ้านค่า อ.เมืองลำปาง-ตำบลทุ่งกว๋าว อ.เมืองปาน ในเบื้องต้นแพทย์ได้ทำการชันสูตรพลิกศพ พบว่าผู้เสียชีวิตถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกซองยิงเข้าบริเวณลำคอ และขมับ

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เก็บหลักฐานที่เกิดเหตุรวมถึงตรวจสอบ และนำอาวุธปืนลูกซองยาวที่ตกอยู่ใกล้ศพ เพื่อไปพิสูจน์เก็บรอยนิ้วมือแฝง และหลังจากพบศพทางญาติได้นิมนต์พระภิกษุจำนวน 4 รูป ประกอบพิธีเชิญดวงวิญญาณนายเสน่ห์ ออกจากที่เกิดเหตุ เพื่อประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป

โดยมีการลำเลียงศพออกจากป่าทางเรือท้องแบนของศูนย์ ปภ.เขต 10 ลำปางมาตามลำน้ำเขื่อนแม่นึง ออกมายังสันเขื่อนโดยถึงบริเวณสันเขื่อน ใช้เวลานานกว่า 6 ชั่วโมง เนื่องจากจุดที่พบศพอยู่ในสันเขาลึกเข้าไปประมาณ 4 กม. เจ้าหน้าที่ต้องนำศพลงมาอย่างยากลำบาก

จากการสันนิษฐานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ คาดว่าก่อนเกิดเหตุนายเสน่ห์ เข้าป่าไปล่าสัตว์กับเพื่อนๆ ขณะดักซุ่มล่าสัตว์อยู่ในป่า เพื่อนที่ไปด้วยกันคิดว่านายเสน่ห์ เป็นสัตว์จึงใช้อาวุธปืนยิงใส่จนเสียชีวิตอยู่ในป่านานถึง 16 วัน จนกระทั่งเจ้าหน้าที่เจ้าหน้าที่หลายฝ่าย ออกตามหาพบว่าถูกยิงกลายเป็นศพดังกล่าว ขณะนี้ทางชุดสืบสวน สภ.บ้านเอื้อม นำโดย พ.ต.ท.กิตติพงษ์ กังวาลไกล รองผกก.สส.สภ.บ้านเอื้อม กำลังรวบรวมพยานหลักฐานและทำการสืบสวนผู้ต้องสงสัย 2 คน ซึ่งทราบว่าได้เข้าป่าไปล่าสัตว์ด้วยกันกับผู้ตาย ความคืบหน้าของคดี ผู้สื่อข่าวจะรายงานต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา https://news.mthai.com

พริตตี้-แคนดี้ รู้เห็นด้วยหรือไม่ปมฆ่าเสี่ยชูวงษ์

พริตตี้-แคนดี้

พริตตี้-แคนดี้

พริตตี้-แคนดี้

เล็งสอบ พริตตี้-แคดดี้ โยง บรรยิน ตั้งภากรณ์ รู้เห็นฆ่าเสี่ยชูวงษ์ ด้วยหรือไม่

วันที่ 30 มิถุนายน 2559 พ.ต.อ. จิรภพ ภูริเดช ผู้กำกับการ 1 กองปราบปราม (ผกก.1 บก.ป.) เปิดเผยว่า หลังจากที่ศาลจังหวัดพระโขนง มีคำสั่งให้ปล่อยตัวชั่วคราว พ.ต.ท. บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ผู้ต้องหาในคดีฆ่านายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง นั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่กังวลว่า พ.ต.ท. บรรยิน จะหลบหนีออกนอกประเทศ เนื่องจากศาลได้ใช้ดุลยพินิจและพิเคราะห์แล้ว และทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีมาตรการรองรับในส่วนนี้

ทั้งนี้ คาดว่าอีก 1 เดือน จะสามารถรวบรวมพยานหลักฐานส่งอัยการสั่งฟ้องได้ อย่างไรก็ตาม ในคดีนี้จะมีผู้ต้องหาที่ร่วมมือกับ พ.ต.ท. บรรยิน หรือไม่นั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน รวมไปถึง น.ส.อุรชา วชิรกุลฑล พริตตี้รถยนต์และโบรกเกอร์สาว และ น.ส.กัญฐณา ศิวาธนพล แคดดี้ที่สนามกอล์ฟ ว่ามีความเกี่ยวข้องกันหรือไม่

ขอบคุณแหล่งที่มา https://hilight.kapook.com

ดูบอลออนไลน์ ฟรี ได้เลย

ดูบอลออนไลน์ ฟรี แทงบอลออนไลน์ ดูบอลสด ดูบอลผ่านเน็ตฟรีๆ

ดูบอลออนไลน์ ฟรี ด้วยขั้นตอนง่ายๆเพียงแค่คลิ๊กที่ชื่อทีมที่ท่านต้องการรับชม ลิ้งค์ดูบอลก็จะโชว์ขึ้นมา แล้วให้ท่านเลือกรับชมตามลิ้งค์ต่างๆ ที่แสดง ดูบอลออนไลน์ พีพีทีวี ได้เลย
เว็บไซด์รายงานข่าวสาร ผลบอลสด ดูบอลสด และ ดูบอลออนไลน์แจกฟรีทีเด็ดบอล ทีเด็ดบอลวันนี้ ทีเด็ดฟุตบอลวันนี้ทีเด็ดฟุตบอลทีเด็ดบอลชุด ทีเด็ดบอลสเต็ประดับ VIP ที่แม่นที่สุดในทุกๆลีกทั่วโลก และยังมีทรรศนะวิเคราะห์บอล ดูบอลออนไลน์ พรีเมียร์
ทรรศนะบอล ทรรศนะเซียนบอล ทรรศนะบอลวันนี้ให้ท่านได้อ่าน วิเคราะห์บอล วิเคราะห์บอลวันนี้ วิเคราะห์บอลคืนนี้จากเหล่าเซียนดัง นอกเหนือจากนั้นยังมีข้อมูล ล้มโต๊ะ บ้านผลบอล เซียนสเต็ป สยามกีฬา สปอร์ตพูล ตลาดลูกหนัง สปอร์ตแมน ดูบอลออนไลน์ พรีเดเตอร์
อัพเดทตารางบอล ตารางบอลวันนี้ ตารางบอลคืนนี้ ตารางบอลพรุ่งนี้ โปรแกรมบอล โปรแกรมฟุตบอล ดู บอล คิง คั พ ออนไลน์ โปรแกรมฟุตบอลวันนี้ราคาบอลราคาบอลไหลเช็คราคาบอลราคาบอลวันนี้ราคาบอลสดราคาบอลพรีเมียร์ลีกแถมยังให้บริการ ดูผลบอลเมื่อคืนผลบอลล่าสุดผลบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษผลบอลวันนี้
ผลบอลบุนเดสลีกาเยอรมันผลบอลลาลีกาสเปนผลบอลลีกเอิงฝรั่งเศษผลบอลสดไทยพรีเมียร์ลีกผลบอลสดไทยดิวิชั่น1บอลไทยดิวิชั่น2ผลบอลสดยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีกผลบอลสดยูโรป้าลีกและผลบอลสดทั่วโลกอัพเดทตลอดเวลา24ชั่วโมง รับรองทีเด็ดฟุตบอลระเทพVIP
ให้เสพข้อมูลฟรีๆ และ ดู บอล พ รี เมีย ออนไลน์ ชมไฮไลท์ฟุตบอลความคมชัดระดับHD อัพเดททันทีแบบ Realtime ที่ฟุตบอลแข่งจบจากทุกๆลีกทั่วโลก ทำให้แฟนบอลทุกๆท่านจะไม่พลาดทุกช็อตสำคัญของการแข่งขัน ดูบอลผ่านเน็ตดูบอลออนไลน์ ดูบอลสดทุกลีกทั่วโลก
ดูฟุตบอลออนไลน์สามารถติดตาม ตารางคะแนนลาลิกาตารางคะแนนพรีเมียร์ลีกตารางคะแนนลีกเอิงตารางคะแนนบุนเดสลีกา…

ฆ่าหั่นศพหนุ่มเกาหลี ปิดคดีฆ่าหั่นศพหนุ่มเกาหลี นำ 2 เพื่อนร่วมชาติฝากขัง-ค้านประกันตัว

ฆ่าหั่นศพหนุ่มเกาหลี  

ปิดคดีฆ่าหั่นศพหนุ่มเกาหลี นำ 2 เพื่อนร่วมชาติฝากขัง-ค้านประกันตัว 

ฆ่าหั่นศพหนุ่มเกาหลี

 ฆ่าหั่นศพหนุ่มเกาหลี

เจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัว 2 หนุ่มเกาหลีฆ่าหั่นศพเพื่อนร่วมชาติ ปมขัดแย้งพนันออนไลน์ ฝากขังศาลระยองผัดแรก พร้อมค้านประกันตัว 

จากกรณีสะเทือนขวัญ นายโช มายฮูน ชาวเกาหลีใต้ ถูกเพื่อนร่วมชาติฆ่าหั่นศพ ก่อนแบ่งใส่ถุง-กระเป๋าเดินทางนำไปทิ้งในพื้นที่ป่าสงวนหนองสนม ซอยศาลเจ้า ต.เนินพระ อ.เมือง จ.ระยอง สาเหตุจากปมขัดแย้งเรื่องพนันออนไลน์ โดยผู้ต้องหารายที่ 1 ติดต่อสถานทูตเข้ามอบตัวกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ จากนั้น เจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหารายที่ 2 ได้ขณะกำลังผ่านแดนไปเขมร ก่อนจะนำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ

ความคืบหน้าสุด วันที่ 26 มกราคม 2562 เว็บไซต์เวิร์คพอยท์นิวส์ รายงานว่า พนักงานสอบสวน สภ.เมืองระยอง ได้นำตัว นายคิม ซาง ฮุน และ นายคิม ฮอน อุน 2 ผู้ต้องหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นและอำพรางศพ ไปฝากขังผัดแรกที่ศาล จ.ระยอง

นอกจากนี้ รายงานเผยว่า พนักงานสอบสวนยื่นคัดค้านการประกันตัวผู้ต้องหา เนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญของประชาชน อีกทั้ง ผู้ต้องหายังเป็นชาวต่างชาติ ไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่งในประเทศไทย จึงหวั่นเกรงว่าจะหลบหนีได้

โดยผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย อยู่ในสภาพอิดโรย และอ่อนเพลีย เนื่องจากถูกสอบปากคำทั้งคืน รวมทั้งถูกนำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพชี้ที่จุดเกิดเหตุ นอกจากนี้ นายคิม ฮอน อุน ผู้ต้องหาที่ 2 ยังพบว่ามีอาการไข้ตัวร้อน ทางเจ้าหน้าที่ได้ให้ยากินแล้ว คาดว่าสาเหตุจากสภาพอากาศและความเครียด 

ขอบคุณแหล่งที่มา https://hilight.kapook.com

 …

กองปราบรวบหนุ่มแค้นฝังใจ ใช้ปืนยิงแก๊งวงเหล้าดับ 1 ศพ ฉุนถูกมองหน้า

กองปราบรวบหนุ่มแค้นฝังใจ ตำรวจกองปราบปราบตามรวบหนุ่มสุโขทัย ร่วมมือกับพวกใช้อาวุธปืนยิงคนเสียชีวิต ฉุนเพราะถูกมองหน้าระหว่างนั่งดื่มเหล้า

กองปราบรวบหนุ่มแค้นฝังใจ เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม จับกุม นายสุวิทย์ อายุ 32 ปี ชาว จ.สุโขทัย ตามหมายจับศาลจังหวัดสมุทรปราการ โดยจับกุมได้ที่บริเวณหมู่บ้านสวัสดิการ กทม.ซอย 2 ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี

กองปราบรวบหนุ่มแค้นฝังใจ

การจับกุมดังกล่าว สืบเนื่องจาก นายสุวิทย์ กับพวกอีก 3 คน ได้นั่งดื่มเหล้ายาดองกันอยู่ภายในร้านยาดองใน อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ

หลังจากนั้นมีกลุ่มผู้ตายประมาณ 7-8 คน ได้เข้ามานั่งดื่มเหล้าอยู่บริเวณใกล้กันและได้เกิดการมองหน้ากัน ทำให้กลุ่มผู้ตายไม่พอใจและเดินเข้ามาหาเรื่องกลุ่มของนายสุวิทย์ แต่เนื่องจากมีพรรคพวกน้อยกว่า จึงรีบออกมาจากร้านยาดองดังกล่าว และกลับไปเอาอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ติดตัวมาด้วยเพื่อมาแก้แค้น

เมื่อกลุ่มพวกตนขี่รถมอเตอร์ไซค์ 2 คัน ซ้อนท้ายกันมาถึงบริเวณที่เกิดเหตุภายในซอยไม่มีชื่อใกล้โรงปูนนกอินทรี พบผู้ตายขี่รถมอเตอร์ไซค์สวนทางมาพอดีจึงได้ชักอาวุธปืนยิงไป 1 นัด ทำให้ผู้ตายเสียชีวิตในที่เกิดหลังจากนั้นกลุ่มพวกตนได้แยกย้ายกันหลบหนี ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมตัวพวกที่ก่อเหตุได้ 2 คน ซึ่งก็เหลือตนเองอีกคนและมาถูกจับดังกล่าวนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางพลี จว.สมุทรปราการ ดำเนินคดีต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com…

สุดเหี้ยม ยิงจ่อหัวเด็กหนุ่มหน้าตาดีวัย 16 ปี ศพโผล่ลำห้วย

สุดเหี้ยม คนร้ายจ่อยิงขมับ หนุ่มปวช. ปี 1 วัย 16 ปี ก่อนลากศพทิ้งลำห้วยกลางสวนปาล์ม ขณะที่ญาติแจ้งหายไปหลายวัน ตำรวจตั้งปมสังหาร 2 ประเด็น

สุดเหี้ยม เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ทุ่งตะโก รับแจ้งเหตุพบศพ ที่หมู่ที่ 7 ต.ทุ่งตะไคร อ.ทุ่งตะโก จ.ชุมพร ที่เกิดเหตุใจกลางสวนปาล์มขนาดใหญ่ ริมถนนสายเขาสวนทุเรียน – สถานีรถไฟเขาสวนทุเรียน เป็นถนนลูกรังเข้าไปในสวนปาล์ม

สุดเหี้ยม

ในลำห้วยกลางสวนปาล์มพบร่างของ นายไกรสร หรือ นายกล้า อายุ 16 ปี นักศึกษาสาขาช่างยนต์ ระดับปวช. ปี 1 วิทยาลัยแห่งหนึ่ง ลอยคว่ำหน้าในห้วย สภาพศพสวมชุดเสื้อช็อปกางเกงสีน้ำเงิน เป็นชุดช่างยนต์ของวิทยาลัย ศพยังสวมรองเท้าผ้าใบสีดำ จึงนำร่างขึ้นจากน้ำไปชันสูตรพลิกศพที่ รพ.ทุ่งตะโก พบบาดแผลถูกยิงที่ขมับด้านขวาด้วยกระสุนปืน ขนาด .38 จำนวน 1 นัด คาดว่าตายมานานกว่า 2 วัน

จากการสอบสวน นายประดิษฐ อายุ 41ปี อาชีพรับจ้าง ผู้พบศพคนแรก ได้การว่า ในช่วงค่ำได้ขี่รถจยย.ผ่านลำห้วย ก่อนจะสังเกตเห็นร่างศพลอยในน้ำ ที่ศีรษะมีเลือดแห้งติดอยู่รีบแจ้งตำรวจ สันนิษฐานว่านายไกรสร หรือ กล้า น่าจะถูกคนร้าย จ่อยิงด้วยปืนขนาด.38 ในสถานที่ไม่ไกลจากจุดที่พบศพ แล้วนำศพโยนทิ้งลำห้วย จนศพเริ่มขึ้นอืดลอยขึ้นมาจนมีผู้มาพบศพ

สอบถาม ด.ช.เกมส์ อายุ 14 ปี น้องชายของนายกล้า ได้การว่า บ้านของครอบครัวอยู่ห่างจากที่เกิดเหตุเพียง 1 กม. เท่านั้น มีพ่อแม่และ ลูก 3 คน นายไกรสร เป็นลูกคนกลาง เมื่อวันศุกร์ ที่ 18 ม.ค. 62 ที่ผ่านมาในช่วงเย็น หลังจากเลิกเรียนจากวิทยาลัยซึ่ง ห่างจากบ้าน 25 กม. ปกตินายกล้าจะกลับบ้านพร้อมพี่ชายที่เรียนที่เดียวกัน แต่วันนี้พี่ชายได้ขอแยกไปกินหมูกระทะในตลาดหลังสวน

นายกล้าจึงข้อความผ่านเฟซบุ๊กมาบอกตนว่าซ้อนจยย.เพื่อนมาลงที่สี่แยกเขาปีป อ.ทุ่งตะโก และได้ซ้อนรถจยย.เพื่อนอีกคนให้มารับ เพื่อจะไปลงหน้าวัดเขาปีป ทางเข้าบ้าน หลังจากนั้นก็เงียบหายไป และไม่สามารถติดต่อได้ ตนเองจึงประกาศลงในเฟซบุ๊กในเพจแจ้งเหตุชุมพร ตั้งแต่เมื่อช่วงเช้าวันเสาร์ จนกระทั่งมีผู้แจ้งว่าพบเป็นศพ ในช่วงกลางคืนวันอาทิตย์

สำหรับ นายไกรสร หรือ นายกล้า เป็นเด็กที่นิสัยดี ตั้งใจเรียนไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดหรือ เรื่องผิดกฎหมาย ไม่เคยมีเรื่องทะเลาะกับใคร เพียงแต่เป็นผู้ที่มีนิสัยไม่ยอมคน อีกทั้งรูปร่างค่อนข้างใหญ่ ผิดจากวัยรุ่นในอายุเดียวกัน

สันนิษฐานว่าคนร้ายน่าจะเป็นคนที่อยู่กับผู้ตายเป็นคนสุดท้าย คนร้ายกับผู้ตายน่าจะมีข้อขัดแย้งกันในบางประเด็นหลังจากที่พูดจาตกลงกันไม่ได้ คนร้ายได้ใช้ปืนจ่อยิงที่ศีรษะในระยะเผาขนจนผู้ตายจนเสียชีวิต แล้วนำศพไปโยนทิ้งไว้ในลำห้วยภายในสวนปาล์ม

สำหรับสาเหตุการฆ่ากันอย่าเหี้ยมโหดในครั้งนี้ ตั้งข้อสันนิษฐานไว้อยู่หลายประเด็นด้วยกัน 1 เรื่องความขัดแย้งที่ผู้ตายอาจจะไปรู้เห็นเรื่องผิดกฎหมายในพื้นที่ หรือข้อขัดแย้งทางด้านชู้สาวเนื่องจากผู้ตายเป็นเด็กวัยรุ่นที่มีรูปร่างหน้าตาดี อาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับหญิงสาวที่มีเจ้าของและตกลงกันไม่ได้ ซึ่งจะได้ติดตามคลี่คลายหาสาเหตุและจับกุมตัวคนร้ายต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

สีกากีฉาวอีก ! สาวแจ้งจับ “ดาบตำรวจ” อ้างหาข่าวยาเสพติด

สีกากีฉาวอีก ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.นิด (นามสมมติ) อายุ 31 ปี ชาวบ้านใน อ.หนองหาน ร้องเรียนกับผู้สื่อข่าวว่า ถูกนายดาบตำรวจนายหนึ่งสังกัด

สีกากีฉาวอีก สภ.หนองหาน จ.อุดรธานี หลอกล่อไปกระท่อมปลายนาในถนนเปลี่ยวทางลัดไปวัดกุศลไพบูลย์ ต.หนองเม็ก อ.หนองหาน เหตุเกิดเมื่อวันที่ 27 ธ.ค. 61 ที่ผ่านมา ก่อนทำการลวนลามและจะข่มขืน

น.ส.นิด ผู้เสียหายกล่าวว่า วันเกิดเหตุคือวันที่ 27 ธ.ค.ประมาณ 18.00 น.ขณะที่ตนเองเดินทางจะกลับบ้านหลังจากปิดร้านทำป้ายไวนิลที่บ้านหนองเม็ก หมู่ที่ 13 ต.หนองเม็ก อ.หนองหาน จ.อุดรธานี ขับรถจยย.ไปยังบ้านหนองแปลนประมาณ 2 กม.พอมาถึงครึ่งทางได้มีโทรศัพท์ของดาบตำรวจนายนี้โทรเข้าหาแล้วถามว่าอยู่ไหน

สีกากีฉาวอีก

ตนบอกว่ากำลังจะกลับบ้าน จากนั้นดาบตำรวจนายนี้ก็ขับรถมาหาแล้วบอกว่า จะสอบถามข้อมูลยาเสพติดหน่อยให้ตามมา และดาบตำรวจนายนี้ก็พาไปในถนนทางเปลี่ยวทางลัดไปวัดกุศลไพบูลย์ และมาจอดที่กระท่อมนาห่างจากหมู่บ้าน

น.ส.นิด กล่าวต่อไปว่า จากนั้นดาบตำรวจรายนี้ก็ถามว่าคนนั้นคนนี้ในบ้านหนองเม็กเกี่ยวข้องยาเสพติดไหม ตนก็บอกไปว่าไม่รู้ เพราะตนไม่ยุ่งกับยาเสพติด สักพักความหื่นของดาบตำรวจรายนี้ก็ออกลาย เมื่อเขาดึงแขนตนมานั่งที่กระท่อมนาและพยายามจะลวนลาม

ตนตกใจก็บอกว่า พี่เราไม่รู้จักสนิทชิดเชื้อกันพี่มาทำอย่างนี้ไม่ได้ หนูมีสามีแล้ว เขาก็บอกว่าไม่เป็นไรขอกอดหน่อยและพยายามจะถอดเสื้อและกางเกงตน แต่ตนก็ดึงเอาไว้และตั้งสติใช้ไหวพริบไม่ร้องเอะอะ เขาให้ทำอะไรก็พยายามตามใจเขาสักพัก

เขาก็ถอดเสื้อผ้าตัวเองออกและบอกให้ตนช่วยสำเร็จความใคร่ให้จนสำเร็จไป 1 ครั้ง ช่วงนั้นพอดีมีรถมอเตอร์ไซค์ของชาวบ้านผ่านเส้นทางนั้นพอดี เขาจึงรีบลุกขึ้นแล้วขับรถจยย.ไปอย่างรวดเร็ว ตนก็รีบขับรถจยย.กลับบ้านไปเล่าให้น้าและยายฟัง

ตอนแรกตนเองก็กลัวเพราะเห็นเป็นตำรวจไม่กล้าแจ้งความ แต่มาคิดอีกที หากปล่อยให้ตำรวจนายนี้ไป เขาอาจจะไปทำกับผู้หญิงคนอื่นอีกก็ได้ จึงตัดสินใจเดินทางไปแจ้งความกับพนักงานสอบสวนที่สภ.หนองหาน เมื่อวันที่ 13 ม.ค.ที่ผ่านมา

โดยตำรวจได้เรียกตนเองไปสอบปากคำและแจ้งว่าดาบตำรวจนายนี้รับสารภาพแล้ว พร้อมกับแจ้งข้อหาอนาจารเพียงข้อหาเดียว และทางตำรวจจะพาไปชี้จุดเกิดเหตุทำแผนประกอบคำรับสารภาพในวันนี้เวลา 14.30 น. แต่ต่อมาร้อยเวรเจ้าของคดีกลับมาบอกว่า

ตำรวจนายนี้ให้การปฏิเสธและเรียกตนเข้าไปสอบถามปากคำเพิ่มเติม ตนมองว่าข้อหาอนาจารอย่างเดียวคงไม่พอ อยากให้เพิ่มข้อหาพยายามข่มขืนด้วย

ผู้สื่อข่าวถามว่า เคยรู้จักหรือสนิทกับดาบตำรวจนายนี้แค่ไหน น.ส.นิด บอกว่าไม่สนิทเลย แค่รู้จักในกลุ่มเพื่อนเท่านั้น เคยนั่งทานข้าวด้วยกันไม่กี่ครั้ง แต่มีเพื่อนกลุ่มใหญ่อยู่ทุกครั้ง และเขาเอาเบอร์ตนจากกลุ่มเพื่อน เหมือนพยายามจะมาจีบ แต่ตนไม่เล่นด้วยเพราะมีสามีแล้ว

และเขาก็มีภรรยาอยู่แล้ว ตอนนี้ตนอยากให้ผู้บังคับบัญชาของดาบตำรวจนายนี้ลงมาดูคดีและดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เพราะหากปล่อยไว้เขาอาจจะไปทำกับผู้หญิงคนอื่นๆ อีกก็ได้ เพราะรู้ว่าเขามีประวัติแบบนี้มาหลายครั้งแล้วแต่ผู้หญิงไม่กล้าไปแจ้งความดำเนินคดี เพราะเขาเป็นตำรวจและบอกว่ามีคนรู้จักเยอะ

หลังจาก ร.ต.อ.อภิวุฒิ ลีโพนทอง รองสารวัตร (สอบสวน) ได้สอบสวนผู้เสียหายแล้ว ได้นำตัวผู้เสียไปชี้จุดที่เกิดเหตุ ผู้เสียหายบอกจะเอาเรื่องถึงที่สุด ถึงแม้ว่ามีการติดต่อไกลเกลี่ยก็ไม่ยอม

ทางด้าน พ.ต.อ.เชี่ยวชาญ มีชัย ผกก.สภ.หนองหาน บอกว่าจะให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย หากเป็นไปตามที่ถูกกล่าวหาก็จะเสนอให้ผู้บังคับบัญชาลงโทษทางวินัยด้วย

ขอบคุณแหล่งที่มา     https://www.sanook.com…

รวบหนุ่มใหญ่นามแฝง “ปกิต” ชำเราเด็กชายกว่า 70 ราย ถ่ายคลิปนับพัน

รวบหนุ่มใหญ่นามแฝง ที่กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (191) พล.ต.ต.สำราญ นวลมา ผู้บังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ

รวบหนุ่มใหญ่นามแฝง พ.ต.อ.สมบูรณ์ เทียนขาว ผกก.สายตรวจ บก.สปพ.ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุม นายปกิต สุนทรวราภาส อายุ 46 ปี พนักงานดูแลอพาทเมนต์ ที่ก่อเหตุล่อลวงเด็กชายกว่า 70 คน ไปข่มขืนอนาจาร และนำคลิปไปเผยแพร่ทางโซเชียลกลุ่มชายรักชาย

พล.ต.ต.สำราญ กล่าวว่า วันที่ 9 ม.ค.ที่ผ่านมา ได้มีผู้ร้องเรียนจากเพจเฟซบุ๊กชื่อว่า “ล่า” แจ้งข้อมูลร้องเรียนผ่านแฟนเพจ กองกำกับการสายตรวจแจ้งว่าได้มีผู้ใช้แอพพลิเคชั่นไลน์นามแฝงว่า “ปกิต” เผยแพร่ภาพลามกอนาจารเด็ก จึงมอบหมายให้ พ.ต.อ.สมบูรณ์ ผกก.สายตรวจ

รวบหนุ่มใหญ่นามแฝง

สปพ.สืบสวนหาข่าวร่วมกับ พ.ต.อ.อัครพล บุณโยปัษฎัมภ์ ผู้อำนวยการกองกิจการต่างประเทศและคดีอาชญากรรมระหว่างประเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ(DSI) กระทั่งทราบว่าบุคคลที่ใช้นามแฝงว่า “ปกิต” คือ นายปกิต (สงวนนามสกุล) พักอาศัยอยู่ที่อพาร์ทเมนต์แห่งหนึ่งย่านประชาชื่น

จากการเฝ้าดูพฤติกรรมพบ นายปกิต มักจะใช้ชีวิตอยู่กับเด็กชายในบริเวณที่พักอาศัยอยู่เป็นประจำ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องขออนุมัติศาลอาญา ออกหมายค้นที่ 49 /2562 ลงวันที่ 17 มกราคม 2562 เข้าค้นอพาร์ทเมนต์ที่นายปกิต

พักอาศัยอยู่ จากการตรวจค้นพบ นายปกิต แสดงตัวเป็นเจ้าของห้องห้องพักไม่ติดเลขที่ ตรงข้ามออฟฟิศ ภายในอพาร์ทเมนต์ไม่มีชื่อ ซอยเสริมสุข 2 แยก 3 ถนนประชาชื่น แขวงจตุจักร กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีตำหนิรูปพรรณตรงกันกับรูปที่ปรากฏในแอพพลิเคชั่นไลน์ที่ชื่อว่า “ปกิต”

จากการสอบสวนนายปกิต ให้การว่า เมื่อตนเองอายุประมาณ 23 ปี เริ่มมีความชื่นชอบเด็กชายที่ อายุประมาณ 13-17 ปี และรู้สึกมีอารมณ์อยากมีเพศสัมพันธ์ทางช่องทางทวารหนักหรือเป็นผู้ทำให้เด็กสำเร็จความใคร่ จึงได้เริ่มพฤติกรรมในการล่อลวงเด็กให้มามีเพศสัมพันธ์ด้วย

โดยมักจะชักชวนเหยื่อที่เป็นเด็กตามสถานที่สาธารณะต่างๆ เช่น สนามกีฬาไทยญี่ปุ่น-ดินแดง ,หอนาฬิกา ห้วยขวาง ,สวนรถไฟ และสวนจตุจักร

จากนั้นจะพาเหยื่อเข้าไปล่วงละเมิดทางเพศในห้องน้ำสาธารณะ มีวิธีการหลอกล่อให้เด็กมาร่วมเพศสัมพันธ์เพื่อแลกกับเงินในการเติมเงินเกมในโทรศัพท์ครั้งละ 100-200 บาท และรับว่ามีเพศสัมพันธ์กับเด็กมาแล้วกว่า 70 คน นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2552 โดยไม่เคยสวมใส่ถุงยางอนามัย

ผบก.สปพ. กล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบโทรศัพท์มือถือของนายปกิต พบว่า มีสื่อลามกอนาจารเพื่อใช้ในเผยแพร่ในสื่อออนไลน์จำนวน 2,816 ไฟล์ แยกเป็นภาพนิ่ง 1,848 ภาพ และคลิปวีดีโอกว่า 968 คลิป นายปกิต

ยังเป็นแอดมินกลุ่มไลน์ ของชายรักชายกว่า 10 กลุ่ม มีสมาชิกกว่า 500 คน เช่น กลุ่มเสือใบกลุ่ม,เกย์มัธยม ,กลุ่มเกย์ใต้,กลุ่มเด็กมอต้น,กลุ่มคนชอบเด็ก ,กลุ่มรักเด็กชาย ซึ่งจะมีเด็กที่ตกเป็นเหยื่อประมาณ 10 คน

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com…