7 โจ๋ทรชนคอตก ไร้แววญาติยื่นประกันตัว สิ้นท่าคดีรุมโทรมเด็กวัย 13 คาโรงเรียน

7 โจ๋ทรชนคอตก หลังล่อลวงเด็กหญิงวัย 13 ปีไปรุมโทรม ตำรวจเตรียมนำตัวส่งฝากขังที่ศาล พร้อมสอบปากคำทั้งผู้เสียหายและผู้ต้องหาที่เป็นเยาวชน

7 โจ๋ทรชนคอตก ความคืบหน้ากรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ได้จับกุมเยาวชนและวัยรุ่นชาย ช่วงอายุตั้งแต่ 14-22 ปี จำนวน 7 คน หลังผู้ปกครองของ ด.ญ.เอม (นามสมมติ) อายุ 13 ปี

ได้เข้าแจ้งความว่า ทั้ง 7 คนได้ร่วมกันล่อลวงบุตรสาวไปรุมโทรมในห้องน้ำโรงเรียนแห่งหนึ่ง เมื่อช่วงกลางดึกวันที่ 28 ธันวาคมที่ผ่านมา โดยผู้ต้องหาที่เป็นเยาวชน 4 คน และผู้ต้องหาอีก 3 คน อายุเกิน 18 ปี

7 โจ๋ทรชนคอตก

โดยล่าสุดในขณะนี้ยังไม่มีญาติติดต่อยื่นขอประกันตัวกับผู้ต้องหาทั้ง 7 คนแต่อย่างใด ขณะที่ ร.ต.อ.ธงรัฐฐ์ เขียวสนาม รองสารวัตรสอบสวน สภ.บ้านกรวด เจ้าของคดี เตรียมนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ที่มีอายุเกิน 18 ปี ส่งฝากขังที่ศาลจังหวัดนางรอง ในวันพรุ่งนี้ (31 ธ.ค.)

พร้อมทั้งเตรียมประสานทีมสหวิชาชีพร่วมสอบปากคำ ทั้งเด็กหญิงที่เป็นผู้เสียหายและผู้ต้องหาที่ยังเป็นเยาวชนอีก 4 คนด้วย ที่สำนักงานอัยการจังหวัดนางรอง ซึ่งคาดว่าน่าจะได้นัดหมายเป็นวันที่ 4 มกราคมที่จะถึงนี้

ทั้งนี้ หลังหลังจากสอบปากคำเด็กหญิงผู้เสียหายและผู้ต้องหาแล้ว ได้ทำการสอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม เพื่อเป็นพยานหลักฐาน รวมทั้งรอผลตรวจร่องรอยการล่วงละเมิดจากทางโรงพยาบาบเพื่อประกอบสำนวนคดีด้วย อย่างไรก็ตามเบื้องต้นผู้ต้องหาทั้ง 7 คนถูกแจ้งข้อหาร่วมกันกระทำชำเราหญิงอื่นอันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิง ไว้ในเบื้องต้น

ขอบคุณแหล่งที่มา     https://www.sanook.com

คุณยกปืนใส่ผมทำไม เผยคลิปนาทีการ์ดรปภ.ถูกยิงดับโศกนาฏกรรมหน้าผับ 3 ศพ

คุณยกปืนใส่ผมทำไม ความคืบหน้ากรณียิงโหดเสียชีวิต 3 ศพ บาดเจ็บ 3 คน บริเวณด้านหน้าสถานบันเทิงกลางเมืองลำปาง

คุณยกปืนใส่ผมทำไม จากกรณีนายดำรงชัย วัย 39 ปี ชาวอำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง เกิดอาการหึงโหด ได้ใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม. กราดยิง นางสาวบุณยาพร อายุ 20 ปี

เหตุเกิดใกล้ผับชื่อดังแห่งหนึ่ง ในเขต ต.ชมพู อ. เมือง จ.ลำปาง โดยที่เกิดเหตุยังพบกับ การ์ด รปภ. ของผับดังกล่าว คือ นายวีระพงษ์ หรือ เจมส์ อายุ 39 ปี ถูกยิงเสียชีวิต บริเวณจุดเกิดเหตุ ก่อนฆ่าตัวตายรวม 3 ศพ และมีผู้บาดเจ็บ 3 คน ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

คุณยกปืนใส่ผมทำไม

ล่าสุด มีการเปิดเผยคลิปวิดีโอจากโทรศัพท์มือถือของการ์ดคนหนึ่งที่อยู่ในเหตุการณ์ บันทึกภาพตั้งแต่เดินออกจากผับผ่านถนนหมู่บ้านเวียงบัว ก่อนที่จะมาพบเห็นชายหญิงทั้งสองคนกำลังทะเลาะวิวาทกัน

บริเวณถนนฝั่งตรงข้าม หน้าร้านสะดวกซื้อ การ์ด รปภ. ได้ตะโกนถามว่า “คุณยกปืนใส่ผมทำไม” ก่อนที่นายดำรงชัยจะยกมือห้ามไม่ให้กลุ่มการ์ดเดินเข้ามา แล้วพูดว่าให้หยุด หลังจากนั้นเพียงเสี้ยวนาที นายดำรงชัยก็ได้ชักปืนออกมาปลดเซฟแล้วยิงไปยังกลุ่มการ์ดหลายนัด

จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ชุลมุน การ์ดบางส่วนวิ่งหนีตาย หลังจากนั้นยังมีเสียงตะโกนจากหลายคนบอกว่า เจมส์ถูกยิง จากนั้นก็มีเสียงกรีดร้องโหยหวน หลังจากพบว่ามีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต

ขอบคุณแหล่งที่มา     https://www.sanook.com

ตำรวจปูพรมล่า เร่งลากคอโจรควงปืนปล้นแบงก์ศูนย์ราชการบุรีรัมย์

ตำรวจปูพรมล่า พ.ต.อ.ชาญชัย พงษ์พิชิตกุล รองผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.บุรีรัมย์ รักษาราชการแทนผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด

ตำรวจปูพรมล่า ได้เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อวางแผนในการติดตามจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุบุกเดี่ยวเข้าไปใช้อาวุธปืนพกสั้น

จี้ชิงเงินพนักงานธนาคารกรุงไทยสาขาย่อยศูนย์ราชการจังหวัด เมื่อเวลา 13.01 น. วานนี้ (24 ธ.ค.61) กวาดเงินสดไปกว่า 1 ล้านบาท โดยใช้เวลาก่อเหตุไม่ถึง 1 นาทีก่อนจะหลบหนีไปอย่างลอยนวล

ตำรวจปูพรมล่า

โดยจากการตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดประตูทางเข้า-ออกศูนย์ราชการจังหวัด พบรถต้องสงสัย 3 คัน คือ รถเก๋ง ยี่ห้อ ยาริส รถกระบะฟอร์ด และรถกระบะมาสด้า ที่วิ่งเข้า-ออกศูนย์ราชการช่วงเวลาใกล้เคียงกับเวลาที่เกิดเหตุ

แต่จากการตรวจสอบผู้ครอบครองรถยาริส และฟอร์ดแล้ว ก็ให้การกับเจ้าหน้าที่ว่า มาติดต่อราชการยืนยันว่า ไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ยังเหลือรถกระบะมาสด้าอีก 1 คัน ที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่า มีส่วนเกี่ยวข้องในการก่อเหตุหรือไม่

ส่วนเงินที่คนร้ายจี้ชิงไปนั้นเป็นเงินที่พนักงานร้านสะดวกซื้อนำมาฝากที่ธนาคารสาขาดังกล่าวประมาณ 800,000 บาท ที่เหลืออีกประมาณ 200,000 บาท เป็นเงินที่ลูกค้ารายอื่นนำมาฝากที่ธนาคาร และเจ้าหน้าที่นำขึ้นมาตรวจนับเพื่อมัดรวมกันเตรียมไปเก็บใส่ตู้เซฟ

ส่วนบรรยากาศที่ธนาคารกรุงไทยสาขาย่อยที่เกิดเหตุ วันนี้ ( 25 ธ.ค. ) ยังเปิดทำการตามปกติ แต่ไม่มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเหมือนเดิม มีเพียงเจ้าหน้าที่ อส.ที่ดูแลรักษาความเรียบร้อยบริเวณประตูทางขึ้นลงด้านหน้าและด้านหลังศาลากลางเท่านั้น

ด้าน พ.ต.อ.ชาญชัย พงษ์พิชิตกุล รองผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.บุรีรัมย์ กล่าวว่า ขณะนี้ได้จัดชุดเจ้าหน้าที่ออกติดตามไล่ล่าตัวคนร้ายตามเส้นทางและพื้นที่ต่างๆ ที่คาดว่า คนร้ายจะใช้เป็นเส้นทางหลบหนีแล้ว

ซึ่งเบื้องต้นคาดว่ าคนร้ายน่าจะก่อเหตุคนเดียวตามภาพที่ปรากฎในกล้องวงจรปิด แต่ก็ต้องมีการสอบสวนและหาข้อมูลเพิ่มเติมว่ามีใครเกี่ยวข้องในการก่อเหตุครั้งนี้อีกหรือไม่

ส่วนมาตรการในการดูแลรักษาความปลอดภัยที่ศูนย์ราชการ ก็จะได้หารือกับทางจังหวัดอีกครั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำอีก

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

ฆ่าชิงทรัพย์สุดโหด 2 โจรลวงซ้อนท้ายลุงวิน จับแทงไม่ยั้งตายคาซอยเปลี่ยว

ฆ่าชิงทรัพย์สุดโหด 2 คนโจรย่านรังสิต ลวงลุงจักรยานยนต์รับจ้างให้ไปส่ง ก่อนพาเลี้ยวเข้าซอยเปลี่ยว

ฆ่าชิงทรัพย์สุดโหด เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา พ.ต.ท.สุวัฒน์ โพธิ์รี สว.สอบสวน สภ.ปากคลองรังสิต ได้รับแจ้งมีเหตุฆ่าชิงทรัพย์ บริเวณใต้สะพานทางด่วน ภายในซอยร่วมสุข ต.บ้านใหม่ อ.เมืองปทุมธานี จ.ปทุมธานี

ฆ่าชิงทรัพย์สุดโหด

หลังรับแจ้งจึงรุดไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.อ.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผกก.กก.สส.ภ.จว.ปทุมธานี พ.ต.อ.สรัลพัฒน์ ยศสมบัติ ผกก.สภ.ปากคลองรังสิต กำลังชุดสืบสวน แพทย์สถาบันนิติวิทยาศาสตร์กระทรวงยุติธรรม อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ในที่เกิดเหตุเป็นซอยตันและทางมืดเปลี่ยว มีป่าหญ้าคาขึ้นรกสองฝั่งถนน บริเวณพื้นถนนลูกรังพบร่างผู้เสียชีวิตเป็นชาย อยู่ในลักษณะนอนคว่ำ สวมเสื้อวินจักรยานยนต์รับจ้างสีส้ม เบอร์ 33 วินสะพานลอยวัดดอนเมือง สวมกางเกงยีนส์ขายาว ทราบชื่อต่อมาคือ นายนพดล หรือ ลุงหม่อง อายุ 54 ปี

จากการตรวจสอบสภาพศพมีบาดแผลถูกแทงด้วยอาวุธมีดเข้าที่หน้าอก 3 แผล ชายโครงซ้าย 1 แผล ชายโครงขวา 1 แผล เหนืออวัยวะเพศ 1 แผล และแผ่นหลังอีก 8 แผล เป็นเหตุให้เสียชีวิตทันที ภายในตัวยังพบเงินสดจำนวนหนึ่ง และข้างกันยังพบร่องรอยการต่อสู้และมีรอยเลือดหยดเป็นกอง ส่วนรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ สีน้ำเงิน-เทาของผู้ตายถูกคนร้ายขโมยไป

พยานที่อยู่ใกล้กับจุดเกิดเหตุ เปิดเผยว่า ตนได้ยินเสียงเอะอะโวยวาย คล้ายคนทะเลาะวิวาทกัน จึงส่องมองออกมาจากหน้าต่างก็พบว่า มีชาย 2 คน คนหนึ่งสวมใส่เสื้อสีดำแขนสั้น ส่วนอีกคนสวมใส่เสื้อคลุมสีดำแขนยาว ซ้อนท้ายรถวินจักรยานยนต์รับจ้างมา ก่อนที่จะจอดตรงที่เกิดเหตุ

โดยที่ชายที่นั่งซ้อนตรงกลางลงมาเพื่อปัสสาวะ ก่อนที่คนซ้อนท้ายจะเข้าล็อกคาลุงจักรยานยนต์รับจ้าง โดยที่เหยื่อพยายามร้องขอชีวิต “อย่าทำผมเลย!” กระทั่งเกิดการต่อสู้ทำร้ายกัน แล้วใช้อาวุธมีดจ้วงแทงเหยื่อไม่ยั้ง ทำให้ร่างล้มฟุบลงไปนอนกองกับพื้น

ต่อมาคนร้ายทั้ง 2 คน จึงชิงเอารถจักรยานยนต์ของเหยื่อ ขี่มุ่งหน้าปากซอยร่วมสุขอย่างรวดเร็ว โดยใช้เวลาก่อเหตุเพียงไม่นาน

ซึ่งจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียงกับจุดเกิดเหตุ สามารถจับภาพรถจักรยานยนต์ของผู้ตาย ขับขี่ซ้อนท้ายกันมา 3 คน โดยขี่เข้าไปในซอยตัน ประมาณไม่เกิน 2 นาที ก่อนที่รถจักรยานยนต์คันเดิมจะเสียหลักล้ม และคนร้ายทั้ง 2 คน จะขี่กลับออกมาอย่างรวดเร็ว

ขณะที่พยานอีกราย เปิดเผยว่า เมื่อเวลาประมาณ 21.10 น. ก่อนเกิดเหตุ พบเห็นผู้ตายขี่รถสวนทางกันไป บริเวณแยกสัญญาณไฟแดงหน้าวัดสีกันพุทธสยาม โดยมีผู้โดยสารซ้อนท้ายอีก 2 คน โดยสังเกตเห็นว่าคนซ้อนท้ายมีลักษณะตัวสูง แล้วเพิ่งมาทราบว่าเพื่อนถูกฆ่าชิงทรัพย์

ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าคนร้ายทั้ง 2 คนนั้น ได้มีการมาแวะรับขึ้นโดยสารระหว่างทาง เพราะที่วินจักรยานยนต์รับจ้างไม่มีเพื่อนร่วมอาชีพคนไหนพบว่ารับผู้โดยสารทั้ง 2 คนนี้มาจากท่า สำหรับผู้ตายนั้นมีนิสัยใจดี ชอบช่วยเหลือคนอื่น และมักจะออกมาวิ่งรถรับจ้างช่วงกลางคืน สำหรับค่าโดยสารหากมาจากเส้นดอนเมือง ก็ตกราคาประมาณคนละ 60 บาท

พ.ต.อ.สรัลพัฒน์ ยศสมบัติ ผกก.สภ.ปากคลองรังสิต เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ให้แพทย์สถาบันนิติวิทยาศาสตร์กระทรวงยุติธรรมตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียด ให้ชุดสืบสวนเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางเพื่อเร่งหาเบาะแสของคนร้ายเพื่อจับกุมตัว พร้อมให้อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งนำร่างผู้เสียชีวิตส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ร.พ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา     https://www.sanook.com

พี่สาวสุดทนคว้ามีดพร้า ปักอกน้องชาย เมาหยำเป-จอมหาเรื่อง

พี่สาวสุดทนคว้ามีดพร้า ปักอกน้องชาย ตัวคนเดียวขายไร่นาเงินได้มาซื้อเหล้ากินเมาหยำเปทุกวัน พ่ออายุ 90 กว่าก็ไม่สนใจดูแล

พี่สาวสุดทนคว้ามีดพร้า แทงสวนปักคาอกนอนตายลานดินหน้าบ้าน รับผิดหน้าตำรวจบอกไม่เสียใจเลยที่มันตายไป

เวลาประมาณ 18.00 น. พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ จันทรกานตานนท์ ผกก.สภ.ด่านขุนทด ได้รับแจ้งว่ามีเหตุบุคคลใช้มีดแทงกันตาย จึงได้สั่งการให้ พ.ต.ท.อรุณศักดิ์ วรรณโกษิตย์ รอง ผกก.สส. สภ.ด่านขุนทด พร้อมด้วย พ.ต.ท.สุชาติ จันทร์สังข์ สว.สอบสวน สภ.ด่านขุนทด และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยปริสุทโธ ฮุก 31 จุด อ.ด่านขุนทด รุดเข้าพื้นที่บริเวณบ้านหลังหนึ่ง ใน ต.สระจระเข้ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา

พี่สาวสุดทนคว้ามีดพร้า

พบมีชาวบ้านต่างมุงดูชายนอนหงายนิ่งเสียชีวิตอยู่บริเวณลานดินหน้าบ้านดังกล่าว โดยที่มีมีดพร้ายาวปลายแหลม ปักคาอยู่ที่อก และข้างๆ ยังพบร่องรอยกองเลือด จึงได้กันพื้นที่เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้มีส่วนเข้าใกล้ และเมื่อสอบถามเบื้องต้นทราบว่าผู้ตายนั้นชื่อนายสนิท อายุ 45 ปี ถูกนางสมหมาย พี่สาวแท้ๆ แทงเสียชีวิต

โดยผู้ต้องหาในการก่อเหตุครั้งนี้นั่งนิ่งด้วยอาการช็อกรอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่โดยไม่หนีไปไหน จากนั้นแพทย์จาก รพ.ด่านขุนทด ได้มาชันสูตรพลิกศพเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่เกิดเหตุ ก่อนที่จะให้เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัย นำร่างผู้เสียชีวิตไปพักไว้ยัง รพ.ด่านขุนทดต่อไป

พ.ต.ท.อรุณศักดิ์ วรรณโกษิตย์ รอง ผกก.สส.สภ.ด่านขุนทด ได้นำตัวนางสมหมาย มาสอบสวนเพิ่มเติมถึงสาเหตุของการก่อเหตุครั้งนี้ ซึ่งผู้ต้องหาได้สารภาพยอมรับผิดกล่าวว่าตนเองเป็นพี่สาวที่แท้จริงของนายสนิทผู้ตาย

โดยอาศัยอยู่บ้านหลังเดียวกันกับน้องชาย และตนเองยังต้องทำไร่ทำนาประกอบอาชีพอย่างหนักเพื่อจะได้มีเงินมาดูแลพ่อซึ่งอายุประมาณ 90 ปี ที่สุขภาพร่างกายไม่ค่อยดีดวงตาฝ้าฟางมองไม่เห็น ส่วนแม่ได้เสียชีวิตไปนานแล้ว

ก่อนหน้านี้พ่อแม่ได้แบ่งแยกที่ดินให้พี่น้องกันเรียบร้อยแล้ว แต่นายสนิทผู้ตายก็ได้ขายที่ดินนั้นเสียแล้วนำเงินมาใช้จ่ายส่วนตัวแถมยังชอบดื่มเหล้าเมาหยำเปประจำ

และบ่อยครั้งที่เมามาก็จะมาตบตีทำร้ายตนเองและยังพูดฟุ้งเสียใจที่ตนเองไม่มีที่ไร่นาเหมือนพี่ตน และยังจะมาขอที่ดินบ้านหลังดังกล่าวให้ได้ ตนเองนั้นอดทนกล้ำกลืนมานานนับหลายปีโดนตบตีประจำแจ้งความตำรวจก็บ่อย แต่น้องชายก็ไม่เคยหยุดหรือเปลี่ยนนิสัย

วันนี้ตนเองก็สุดทนเมื่อนายสนิทน้องชายดื่มเหล้าเมามาทั้งวันวิ่งเข้ามาตบหัวตน ด้วยความโมโหตนจึงวิ่งเข้าห้องไปคว้ามีดพร้าปลายแหลมยาวออกมาและวิ่งเสียบใส่เข้าหน้าอกของผู้ตายทันทีที่บริเวณลานดินหน้าบ้าน ขณะให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่บอกว่าไม่เสียใจเลยที่น้องชายเสียชีวิต

ขอบคุณแหล่งที่มา     https://www.sanook.com

ครูโหดบุกบ้าน สาวใหญ่โน้มน้าวทำสัญญากู้เงิน คว้าอีเหน็บฟันเจ็บ 2 ราย

ครูโหดบุกบ้าน จากกรณีที่เกิดเหตุครูในชัยนาทบุกใช้มีดทำร้ายร่างกาย เจ้าของร้านขายวัสดุอุปกรณ์เคมีเกษตร

ครูโหดบุกบ้าน ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านที่เกิดเหตุเพื่อพบกับนางสุภาภรณ์ กลิ่นชะเอม เจ้าของร้านที่ถูกบุกใช้อาวุธมีดทำร้ายร่างกาย มีบาดแผลที่ใบหน้า ปาก ศีรษะ มือ และอีกหลายแห่ง ยังคงมีอาการเจ็บแผลที่ถูกเย็บจากการฟันและหวาดระแวงวิตกกังวลกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ด้านโดยนางสุภาภรณ์ กลิ่นชะเอม อายุ 44 ปี เปิดเผยว่า ชนวนเหตุที่ทำให้ครูรายนี้ก่อเหตุ คาดว่าน่าจะไม่พอใจ หลังจากที่มาขอให้ตนเองนั้นทำสัญญากู้เงินจำนวน 200,000 บาทกับตน แต่ตนปฏิเสธไป

ครูโหดบุกบ้าน

ซึ่งก่อนหน้านี้ตนเองได้กู้เงินจากธนาคารออมสินมา 100,000 บาท เพื่อมาลงทุนค้าขาย และได้ปรับสภาพหนี้ที่ศาลเหลือเงินที่ต้องใช้หนี้กับธนาคารอีก 80,000 บาท โดยมีนายบุญส่ง เป็นครูอยู่โรงเรียนแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ต.ห้วยกรด เป็นผู้ค้ำประกัน

โดยวันเกิดเหตุนายบุญส่งได้เดินทางมาที่บ้านเพื่อพูดคุย และขอร้องให้ตนเองทำสัญญากู้ยืมเงินกับนายบุญส่ง แต่ไม่บอกว่าเพื่ออะไร จากนั้นตนเองจึงเดินไปหยิบสัญญาเงินกู้ของธนาคารออมสินเพื่อมาให้นายบุญส่งดู แต่นายบุญส่งเดินตามเข้ามาในห้อง ตนเองจึงหันกลับไปถามว่าเดินตามมาทำไม

จากนั้นนายบุญส่งก็หยิบมีดอีเหน็บที่วางอยู่บนตู้กระจกขึ้นมาฟันเข้าที่หัว และพยายามฟันอีกหลายครั้ง ต่อสู้กันจนตนเองล้ม นายบุญส่งก็ใช้มีมาแทงที่ท้องแต่โชคดีแทงไม่เข้า

หลังจากนั้นพ่อของตนได้เดินเข้ามาเพื่อช่วยเหลือ แต่นายบุญส่งก็ใช้มีดฟันเข้าไปที่แขนด้านขวา 1 ครั้ง และขึ้นรถหลบหนีไป จากนั้นทางเจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิร่วมกตัญญูจังหวัดชัยนาท ได้นำตนเองและพ่อส่งยังโรงพยาบาลสรรคบุรี และแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สรรคบุรีไว้เรียบร้อยแล้ว

ล่าสุดเวลา 16.00 น. วันที่ 18 ธ.ค. 2561 นางสุภาภรณ์เดินทางมายัง สภ.สรรคบุรี พร้อมญาติ เพื่อสอบปากคำเพิ่มเติม และหลังจากนั้นจะเรียกนายบุญส่ง ผู้ก่อเหตุมาสอบปากคำ และรับทราบข้อกล่าวหา หากไม่มาพบทางเจ้าหน้าที่ก็จะดำเนินการออกหมายจับต่อไป

ด้านนายบุญส่ง ครูผู้ก่อเหตุขณะนี้ยังคงนิ่งเฉย ไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ ทางผู้สื่อข่าวพยายามติดต่อไปแต่ก็ไม่ได้รับการตอบกลับ

โดยทางคนสนิทบอกว่าทางครูยังไม่พร้อมที่จะให้การใดๆ ขอไปให้การกับตำรวจทีเดียวที่ สภ.สรรคบุรี โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการออกหมายเรียกมาสอบปากคำ ถ้าไม่มาตามหมายเรียกจะทำการออกหมายจับเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

ผลชันสูตร “หงส์ขาว” เสียชีวิตจากแขวนคอ พี่สาวติดใจไอแพดหาย

ผลชันสูตร “หงส์ขาว” ยันเสียชีวิตจากการแขวนคอ ญาติยังติดใจ เตรียมขอรื้อคดีใหม่ ด้านแฟนหนุ่มเชื่อฆ่าตัวตายเอง

ผลชันสูตร นายสุริยันต์ และ นางกิ่งแก้ว พ่อแม่ของนางสาวนิติยาภรณ์ หรือ น้องแนน นักมวยหญิง ฉายา “หงส์ขาว ม.ราชภัฎจอมบึง” เดินทางไปที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อรับศพลูกสาวที่ผูกคอเสียชีวิตอยู่กับประตูห้องพักภายในห้องเช่า ที่อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี เมื่อกลางดึกคืนวันที่ 17 ธันวาคมที่ผ่านมา หลังครอบครัวติดใจว่าน่าจะเป็นการถูกฆาตกรรม

ผลชันสูตร

สำหรับ ผลชันสูตรจากสถาบันนิติเวชวิทยา ระบุสาเหตุการเสียชีวิตว่าเกิดจากสมองขาดอากาศจากการแขวนคอ แต่ทางครอบครัวก็ยังคงติดใจสาเหตุการเสียชีวิตอยู่ ซึ่งหลังจากการรับศพของน้องแนน ไปบำเพ็ญกุศลที่วัดป่าอัมพวัน บ้านแมด ตำบลสะอาดสมบูรณ์ อำเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นเวลา 3 วัน จากนั้นจะเดินทางไปยัง สภ.เมืองราชบุรี เพื่อขอให้ช่วยตามหาภาพจากกล้องวงจรปิด และเบาะแสอื่นๆ เพื่อดำเนินการสอบสวนใหม่

โดย นายสุริยันต์ บิดาของ “น้องแนน” เปิดเผยว่า หลังจากที่ตนเองเห็นรูปถ่ายสภาพศพของลูกสาว และเห็นบาดแผลที่คอลูกสาวคล้ายถูกลวดรัดคอในจุดที่อยู่ต่ำกว่ากว่าปกติ คล้ายกับคนนอนหลับแล้วเอาเชือกมาดึงรัดคอด้านหลังให้ขาดใจตาย ไม่เหมือนคนผูกคอเสียชีวิต ที่รอยเชือกจะรัดบริเวณใต้คางและรั้งขึ้นไป อีกทั้งเชือกที่ตำรวจเก็บไว้ก็เป็นเชือกร่ม ไม่ตรงกับรอยแผล จึงคิดว่าลูกสาวอาจถูกฆาตกรรม

ขณะที่ นางกิ่งแก้ว มารดา เล่าว่า ลูกสาวเคยมีชายอายุมากกว่า ทำทีเป็นหมอดูมาทักว่าลูกสาวดวงไม่ดีมีเคราะห์ จะพาไปหาพระกันสองต่อสอง แต่ไม่ให้บอกใคร และพยายามจะสัมผัสร่างกายลูกสาว อีกทั้งผู้ชายคนนี้ยังรู้จักเพื่อนลูกสาวหลายคน และทราบที่อยู่ของลูกสาวด้วย ทำให้ลูกสาวกลัวมากและโทรมาปรึกษา ซึ่งก็ไม่ทราบว่าชายคนดังกล่าวจะเกี่ยวข้องกับคดีนี้หรือไม่

ขณะที่ พี่สาวของน้องแนน เล่าว่า คืนก่อนที่น้องสาวจะเสียชีวิต น้องได้ไลน์คุยกันปรึกษาปัญหาหัวใจ ว่าทะเลาะกับแฟน เพราะไปเจอรูปผู้หญิงในไลน์ของแฟนหนุ่ม มีการแคปภาพหน้าจอไอแพดที่มีบทสนทนาทะเลาะกันมาให้ดู ก่อนจะขาดการติดต่อไป อีกทั้งหลังเกิดเหตุครอบครัวไม่พบไอแพดเครื่องดังกล่าวอยู่ในห้องที่เกิดเหตุ จึงอยากตามหา เพราะเชื่อว่าไอแพดเครื่องนี้น่าจะมีเบาะแสสำคัญ

อย่างไรก็ตาม นายปชัญญะ หรือ ซุปเปอร์แบงค์ ม.รัตนบัณฑิต แฟนหนุ่มผู้ตายเล่าว่า ในคืนก่อนหน้าที่น้องแนนจะเสียชีวิต ตนเองอยู่ที่ค่ายมวยย่านพระราม 9 และได้คุยไลน์วิดีโอคอลกับน้องแนนที่จังหวัดราชบุรี แต่ทะเลาะกันเพราะหึงหวงรูปของแฟนเก่า และน้องแนนขู่จะฆ่าตัวตาย

แต่ตนเองไม่ได้สนใจ เพราะทุกครั้งที่ทะเลาะกัน น้องแนนขู่ที่จะทำร้ายตัวเองบ่อยครั้ง รวมทั้งเคยกินยาฆ่าตัวตายมาแล้ว แต่ญาติช่วยเหลือได้ทัน ส่วนตัวเชื่อว่าสาเหตุการเสียชีวิตเกิดจากน้อยใจตนเอง แต่ก็ไม่ได้ตัดประเด็นฆาตกรรมทิ้ง ต้องรอตำรวจสืบสวนสาเหตุการตายที่แท้จริง

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

เข้าทรงกันจะจะ “พ่อปู่นารายณ์” นั่งให้สัมภาษณ์นักข่าว ปมฉาวพิธีสวิงแก้เคล็ด

เข้าทรงกันจะจะ จากกรณีนักธุรกิจสาวใหญ่อ้างถูกชายที่เป็นร่างทรงหลวงลวงทรัพย์สิน

เข้าทรงกันจะจะ สื่อมวลชนในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้พากันเดินทางไปทำข่าวที่บ้านของ นายวิษณุ อายุ 57 ปี บริเวณพื้นที่บ้านห้วยป๊อกจ่าน โดยขณะเดินทางไปถึงพบนายวิษณุ อยู่กับบุตรชายอายุขวบเศษ ส่วนภรรยาคือนางอัฐชรภรณ์ ไม่อยู่ ไปทำงานนอกบ้าน

ขณะที่ผู้สื่อข่าวขออนุญาตทำข่าว เพื่อนำเสนอข้อมูลที่เกิดขึ้นทั้งสองด้าน พบว่า นายวิษณุ ได้อ้างว่า พ่อปู่นารายณ์ ไม่อนุญาตให้เปิดเผยข่าวแก่สื่อมวลชน และจะสามารถให้ข่าวได้ต่อเมื่อเวลาผ่านไปจนครบ 7 วัน โดยนับเริ่มต้นตั้งแต่วันนี้ (17 ธ.ค.) เป็นต้นไป

เข้าทรงกันจะจะ

อย่างไรก็ตามทางผู้สื่อข่าว ได้พยายามที่จะขอสัมภาษณ์ ถึงแม้ว่าจะไม่ยอมเปิดเผยข้อมูลก็ขอให้ยอมออกมาเปิดปากว่า ไม่สามารถให้สัมภาษณ์ได้ ต่อมา นายวิษณุ ได้ถูกพ่อปู่นารายณ์เข้าทรงเพื่อตอบคำถามสื่อมวลชน โดยทางพ่อปู่ในร่างทรงระบุว่า ข่าวทำให้เสียหายหนัก จึงต้องการให้หยุดการนำเสนอข่าวไว้ก่อน แถมยังได้มีการสั่งสอนให้ทำแต่ความดี

ละเว้นความชั่ว ซึ่งในระหว่างการให้สัมภาษณ์ผ่านร่างทรงนั้น บุตรชายของนายวิษณุ ได้วิ่งเข้ามาหาบิดา บ่อยครั้งทำให้การให้สัมภาษณ์ต้องหยุดชะงัก และเป็นที่ที่น่าสังเกตว่าทันทีที่เด็กวิ่งเข้าไปหา พ่อปู่จะออกจากร่างทรงทันทีและเมื่อกันเด็กออกไปไปพ่อปู่ก็เข้าสิงร่างทันทีโดยเด็กได้มีการวิ่งเข้าไปหานายวิษณุ ไม่ต่ำกว่า 3 ครั้ง

ก่อนหน้าที่จะให้สัมภาษณ์ต่อสื่อ นายวิษณุ ได้พูดคุยกับสื่อมวลชนและระบุว่า ก่อนหน้านี้ได้มีนายตำรวจระดับสูงใน จังหวัดแม่ฮ่องสอน มาพบและขอให้ยุติการให้ข่าว เนื่องจากจะทำให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงของจังหวัดได้ อย่างไรก็ตามก่อนหน้านั้น นายวิษณุ ยังได้กล่าวว่า เรื่องที่เกิดขึ้นน่าจะมาจากความอิจฉาริษยาของเจ้าทุกข์ ที่เห็นว่าตัวเองมาซื้อที่ดินและสร้างบ้านพักขึ้นมา ซึ่งได้มีการสร้างเสร็จไปไม่ถึงเดือน ซึ่งก่อนหน้านั้นตนเคยไปอาศัยอยู่ที่บ้านของเจ้าทุกข์จริง

ด้านเจ้าทุกข์ ที่เข้าแจ้งความระบุต่อสื่อมวลชนว่า มีผู้หญิงที่ถูกลวนลามและกระทำในรูปแบบที่ตนเองประสบอีกเป็นจำนวนมาก มีทั้งแม่ค้าในตลาดสดเทศบาลเมือง ภรรยาข้าราชการ ภรรยาของพ่อค้านักธุรกิจ ซึ่งตนเองมีรายชื่อในมือ แต่ยังไม่ยอมเปิดเผย

เพียงแต่อย่างให้คนที่โดนแบบตน ให้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวต่อต่อผู้ถูกกล่าวหาโดยเร็ว เพื่อที่จะได้ช่วยกันสกัดกั้นไม่ให้มีการกระทำผิดแบบนั้นเกิดขึ้นอีกในสังคมไทย และตนยอมที่จะถูกเยาะเย้ยถากถางจากสังคม เพียงเพื่อให้กระบวนการบัดสีดังกล่าวหยุดลงอย่างสิ้นเชิง

พ.ต.อ.ธนพล บินทะปัญญา ผกก.สภ.เมืองแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางสถานีตำรวจภูธรเมืองแม่ฮ่องสอน ได้ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปสังเกตการณ์บ้านเป้าหมายอย่างใกล้ชิด หากทางตำรวจภูธรจังหวัดอุตรดิตถ์ แจ้งขอความร่วมมือมายังแม่ฮ่องสอนก็พร้อมที่จะปฏิบัติหน้าที่ในทันที อย่างไรก็ตามเรื่องดังกล่าว

กรณีที่มีการให้ข้อมูลว่ามีผู้หญิงอีกเป็นจำนวนมากที่ตกเป็นเหยื่อ และส่วนใหญ่อยู่ในตัวเมืองแม่ฮ่องสอน ซึ่งเรื่องดังกล่าว อยู่ที่ผู้เสียหายจะเดินทางเข้ามาร้องทุกข์กล่าวโทษต่อ สภ.เมืองแม่ฮ่องสอน ซึ่งหากมีการเข้าร้องทุกข์ ทางเจ้าหน้าที่จะรับรองความปลอดภัยและรักษาความลับไม่ให้แพร่งพรายไปยังที่อื่นอย่างเด็ดขาด

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

รวบสจ๊วต สายการบินดัง ตุ๋นขายแบรนด์เนมหรู เอาเงินไปซื้อที่กว่า 80 ไร่

รวบสจ๊วต สายการบินดัง ตำรวจ ปอท. รวบอดีตสจ๊วตสายการบินดัง หลอกขายสินค้าแบรนด์เนมทางออนไลน์ นำเงินกว่า 7 ล้านซื้อที่ดินเกือบ 100 ไร่

รวบสจ๊วต สายการบินดัง พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ร่วมกับตำรวจ ปอท.แถลงจับกุม นายอุเทน อดีตสจ๊วตสายการบินโลว์คอสต์แห่งหนึ่ง

ซึ่งมีพฤติการณ์หลอกลวงขายสินค้าแบรนด์เนมทางออนไลน์ ไปขออำนาจศาลอาญาฝากขัง ในข้อหาฉ้อโกงประชาชน โดยทุจริต หลอกลวง และนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์

รวบสจ๊วต

ผู้เสียหายเล่าว่านายอุเทน มีพฤติกรรมเป็นพ่อค้าขายของทางออนไลน์ผ่านทางเฟสบุ๊ก และอินสตราแกรมส่วนตัว ซึ่งทั้งหมดเป็นสินค้าแบรนด์เนม โดยมีทั้งรับฝากขายและสั่งซื้อ หรือสั่งพรีออเดอร์ ซึ่งผู้เสียจะต้องจ่ายเงินล่วงหน้า แต่กลับไม่ได้รับสินค้าตามที่สั่ง เมื่อทวงถามนายอุเทน ก็จะบ่ายเบี่ยงอ้างเหตุผลต่างๆ นานา ก่อนจะไม่สามารถติดต่อได้

ส่วนสาเหตุที่หลงเชื่อนายอุเทน เนื่องจากนายอุเทนมีอาชีพเป็นสจ๊วตสายการบินที่น่าเชื่อถือ มีการรีวิวรูปภาพสินค้าที่ส่งให้กับลูกค้ามาอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 4-5 ปี

อีกทั้งมีคนใกล้ชิดที่เคยได้รับสินค้าแนะนำให้ฝากขายและสั่งซื้อกับนายอุเทน เนื่องจากมีหน้าร้านเป็นร้านสักคิ้วของคนใกล้ชิดนายอุเทน เปิดรับชำระเงินด้วยบัตรเครดิต อยู่ภายในซอยสามัคคี กรุงเทพมหานคร

ผู้บัญชาการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ระบุว่า คดีนี้ตำรวจนำหมายศาลเข้าจับกุมตัวได้ที่ศูนย์ปฏิบัติธรรมแห่งหนึ่ง ในอำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย เมื่อวันที่ 13 ธันวาคมที่ผ่านมา

จากการสอบสวน นายอุเทน รับสารภาพว่า นำเงินที่ได้จากการหลอกลวงผู้เสียหายรวมกว่า 7 ล้านบาท ไปซื้อที่ดิน เนื้อที่ 80 ไร่ ในจังหวัดเชียงราย

โดยหลังจากนี้ตำรวจจะเร่งขยายผลสืบทรัพย์สินและผู้เกี่ยวข้อง เพื่อให้ ปปง. ติดตามยืดทรัพย์เพื่อนำเงินมาใช้คืนให้กับผู้เสียหาย

ทั้งนี้ ยังฝากเตือนไปยังวัดหรือศูนย์ปฏิบัติธรรม ขอให้ช่วยสอดส่องและตรวจสอบข้อมูลของประชาชนที่อาจหนีการกระทำความผิด แอบแฝงตัวเข้ามาพักอาศัยในสถานปฏิบัติธรรม

ขอบคุณแหล่งที่มา     https://www.sanook.com

ตำรวจเร่งคลี่คลายคดี “หนุ่มก่อสร้าง” ถูกฆ่าแขวนคอ ด้านญาติไม่เชื่อฆ่าตัวตาย

ตำรวจเร่งคลี่คลายคดี “หนุ่มก่อสร้าง” ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์เรียกประชุมด่วนชุดสืบสวนและพนักงานสอบสวนเร่งคลี่คลายคดีหนุ่มก่อสร้างถูกฆ่าแขวนคอ

ตำรวจเร่งคลี่คลายคดี พร้อมคุมตัวสองโจ๋ผู้ต้องสงสัยสอบเครียด ซึ่งเป็นกลุ่มเพื่อนที่นั่งดื่มเหล้าก่อนที่ผู้ตายจะกลายเป็นศพ ตั้ง 2 ปม ถูกฆาตกรรมอำพราง และอาจฆ่าตัวตาย หลังพบผู้ตายจับกลุ่มกับเพื่อนดมกาว ขณะที่ญาติไม่เชื่อฆ่าตัวตาย

ความคืบหน้ากรณีเจ้าหน้าที่พบศพนายศรัณย์ อายุ 23 ปี ซึ่งถูกฆ่าอย่างโหดเหี้ยมด้วยการใช้มีดปลายแหลมแทงเข้าที่หน้าท้อง ก่อนที่จะนำศพไปจับแขวนคอเอาไว้บนต้นจามจุรีหน้าบ้านของผู้ตาย สร้างความสยดสยองให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก

ตำรวจเร่งคลี่คลายคดี

ล่าสุดเมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 12 ธันวาคม 2561 พล.ต.ต.ทินณะรัตน์ เพ็ชรพันธ์ศรี ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ พ.ต.อ.ธีรพัฒน์ ธารีไทย ผกก.สืบสวน ภ.จว.กาฬสินธุ์ พ.ต.ท.สุเทพ ภูกัณหา รองผกก. (สอบสวน) สภ.เมืองกาฬสินธุ์

พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนและพนักงานสอบสวนลงพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อสอบถามพยานและเก็บหลักฐานเพิ่มเติมที่บ้านเลขที่ 72/60 ซอยสุขสบาย เทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ จ.กาฬสินธุ์

รวมทั้งการจำลองเหตุการณ์ความเป็นไปได้ในการปืนต้นไม้ขึ้นไปผูกคอ จากนั้นพล.ต.ต.ทินณะรัตน์ เพ็ชรพันธ์ศรี ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ ได้เรียกประชุมชุดสืบสวน และพนักงานสอบสอนเพื่อเร่งคลี่คลายคดีดังกล่าว

พล.ต.ต.ทินณะรัตน์ เพ็ชรพันธ์ศรี ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า จากการลงพื้นที่เก็บหลักฐานและสอบถามพยาน โดยเฉพาะญาติผู้ตายเพิ่มเติมพบว่ารอบบริเวณที่เกิดเหตุมีกระป๋องกาวถูกทิ้งอยู่เป็นจำนวนมาก

อีกทั้งจากการตรวจสอบก็พบว่าก่อนเกิดเหตุผู้ตาย และเพื่อนอีก 2 คน ได้นั่งดื่มสุราและดมกาวอยู่ที่ใต้ถุนบ้าน เจ้าหน้าที่จึงได้คุมตัวเพื่อนของผู้ตายทั้งสองคนสอบปากคำแล้ว

เบื้องต้นทั้งสองให้การไม่เป็นประโยชน์มากนักและปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของนายศรัณย์ แต่ยอมรับว่าไปนั่งดื่มเหล้าและดมกาวกับผู้ตายจริง แต่กลับบ้านก่อน

ซึ่งมารู้ข่าวอีกครั้งว่าเพื่อนเสียชีวิตแล้ว อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อในคำให้การของทั้งสองคน จึงได้ขอความร่วมมือในการตรวจร่างกายและตรวจดีเอ็นเอ

พล.ต.ต.ทินณะรัตน์ กล่าวต่อว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ และเก็บรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ รวมทั้งกันสอบถามพยานแวดล้อม เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตั้งปมสาเหตุเสียชีวิตครั้งนี้ไว้ 2 ประเด็นคือการฆ่าตัวตาย เนื่องจากสอบถามญาติแล้วพบว่าผู้ตายเคยเสพยาเสพติด

แต่ระยะหลังมาเปลี่ยนมาดมกาว จึงอาจทำให้เกิดอาการประสาทหลอน และประเด็นการถูกฆาตกรรมอำพราง ชนวนเหตุอาจมาจากเรื่องยาเสพติดและชู้สาว ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังคงให้น้ำหนักทั้งสองประเด็นเป็นหลัก เพราะเป็นไปได้ทั้งสองอย่าง

แต่สาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงนั้นจะต้องรอผลตรวจสอบหลักฐานด้านนิติวิทยาศาสตร์ และผลจากการชันสูตรของแพทย์อย่างละเอียดจึงจะสามารถสรุปได้ว่าสาเหตุการเสียชีวิตเกิดจากอะไร อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังคงส่งชุดสืบสวนลงพื้นที่สืบหาข่าวอย่างต่อเนื่อง และเชิญตัวพ่อแม่ของผู้ตายมาสอบปากคำต่อไป

ทั้งนี้มีรายงานว่าเนื่องจากเป็นคดีดังกล่าวสะเทือนขวัญประชาชน โดยเฉพาะพฤติกรรมของคนร้ายที่ก่อเหตุที่มีความโหดเหี้ยม ทำให้บรรดาญาติและเพื่อนบ้านของผู้เสียชีวิตต่างจับกลุ่มวิพากษ์ วิจารณ์เกี่ยวกับสาเหตุการณ์เสียชีวิตของนายศรัณย์ ซึ่งส่วนใหญ่ไม่เชื่อว่าจะเป็นการฆ่าตัวตาย

จึงต้องการให้ตำรวจ สภ.เมืองกาฬสินธุ์ และชุดสืบสวนเร่งคลี่คลายคดีโดยเร็ว โดยมุ่งปมในเรื่องชู้สาวและยาเสพติด เพราะการฆาตกรรม เหมือนกับกลุ่มคนที่ลงมือมีความแค้นในตัวผู้ตายเป็นอย่างมาก

จึงเป็นไปได้ว่าผู้ตายแอบไปเป็นกิ๊กกับเมียชาวบ้าน หรือผู้ตายไปพบเห็นหรือไปมีส่วนพัวพันในเรื่องของยาเสพติดคนร้ายจึงตามมาฆ่าปิดปากอย่างโหดเหี้ยมเพื่อประกาศศักดา หรือไม่หากเป็นการฆ่าตัวตายก็จะต้องทำความกระจ่างให้กับญาติและสังคมได้รับทราบ

ด้านนายสุเมธี อายุ 20 ปี น้องชายผู้เสียชีวิตกล่าวว่า เท่าที่ดูในที่เกิดเหตุและสภาพศพแล้วตนและญาติไม่เชื่อเด็ดขาดว่าพี่ชายจะฆ่าตัวตาย เนื่องจากก่อนเกิดเหตุพี่ชายบอกว่าอยากไปทำงานที่กรุงเทพฯ เพื่อหาเงินช่วยพ่อแม่และไม่มีอาการหรือท่าทีที่จะฆ่าตัวตาย

แต่ยอมรับว่าพี่ชายนั้นดมกาวจริง แต่ที่ผ่านมาก็ไม่มีท่าที่จะฆ่าตัวตาย อีกทั้งในที่เกิดเหตุ โดยเฉพาะต้นจามจุรี ที่อยู่หน้าบ้านที่พี่ชายถูกผูกคอนั้น ยิ่งทำให้น่าสงสัย เพราะต้นไม้นั้นมีลำต้นขนาดใหญ่ คนปกติไม่สามารถปีนขึ้นไปได้ง่ายๆ และจุดที่ผูกคอสูงจากพื้นกว่า 3 เมตร

เป็นไปไม่ได้เลยว่าพี่ชายจะใช้มีดแทงตัวเองแล้วปีนขึ้นไปใช้เชือกผูกคอตาย เพราะฉะนั้นทางญาติไม่เชื่อว่าจะฆ่าตัวตาย และให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีโดยเร็วที่สุด

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com