แม่พิการเห็นคาตา ลูกสาวสมองช้าวัย 13 ปีถูกพ่อเลี้ยงข่มขืน ซ้ำชีวิตสุดแร้นแค้น

แม่พิการเห็นคาตา ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านหาดล้า บ้านเลขที่ 75 หมู่ที่ 9 ต.หาดล้า อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์ สภาพบ้านไม้ชั้นเดียวยกสูงจากพื้นประมาณ 1 เมตรเศษ

แม่พิการเห็นคาตา น.ส.ลวน อายุ 53 ปี ผู้เป็นแม่เล่าให้ฟังว่า ตนพิการที่แขนและพูดไม่ชัด มีอาชีพรับจ้างทั่วไปรับจ้างดายหญ้าในหมู่บ้าน แล้วแต่คนจ้างจะให้ และรายได้อีกทางมาจากเงินคนพิการทั้งสองคน คนละ 800 บาทต่อเดือน จำนวน 1,600 บาท เพราะลูกก็พิการด้านสมอง

พัฒนาการช้า มักเรียนไม่ค่อยทันเพื่อน พร้อมด้วยเงินสวัสดิการแห่งรัฐอีก 300 บาท รวม 1,900 บาท บางวันก็ไม่มีข้าวจะกินได้รับเงินเพื่อนบ้านไปซื้อข้าวสาร ซึ่งมีตำรวจนายหนึ่งในพื้นที่ สภ.ท่าปลาได้นำเงินมามอบให้ และก็ได้จากเพื่อนบ้านเป็นบางครั้ง

แม่พิการเห็นคาตา

เมื่อวันที่ 7 พ.ย.ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 20.00 น. ตนเองได้เห็นพ่อเลี้ยง คือ นายผ่าน อายุ 52 ปี ข่มขืนและรุ่งขึ้นลูกสาวบอกว่าเจ็บอวัยวะเพศ จึงตัดสินใจพาลูกสาวไปตรวจที่โรงพยาบาลท่าปลาแล้วตัดสินใจไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าปลา เพื่อดำเนินคดีกับพ่อเลี้ยง

ทางด้าน นายทวีศิลป์ ถาติ๊บ อายุ 56 ปี ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 9 ต.หาดล้า อ.ท่าปลา กล่าวว่า ในฐานะทั้งสองคนเป็นลูกบ้านตน อดที่จะสงสารไม่ได้ ปัจจุบันตนและชาวบ้านและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รวมเงินบางส่วนสร้างบ้านให้ตามสภาพที่เห็น เพราะเมื่อก่อนตอนมาอยู่ใหม่ๆ นั้น

เป็นบ้านอยู่กันแบบเพิงเก่าๆ ซึ่ง น.ส.ลวน เดิมเป็นคนอยู่แถวบ้านวังสีสูบ ต.งิ้วงาม อ.เมืองมาก่อน หลังจากได้มาอยู่กินกับ นายผ่าน สามีใหม่ พร้อมนำลูกสาวมาอยู่ด้วย เวลาพ่อเลี้ยงดื่มเหล้ามักจะทะเลาะชอบทำร้ายเมีย ล่าสุดได้ใช้มีดฟันแขนเลือดออกพร้อมขู่ห้ามไปบอกใคร ตนเคยแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าปลา มาระงับเหตุทุกครั้ง

เมื่อสองปีก่อนทางบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดอุตรดิตถ์เคยพาเด็กไปอยู่ด้วยเพื่อความปลอดภัยของเด็กเพราะสภาพบ้านไม่มิดชิด แต่แม่ได้ขอลูกกับมาอยู่บ้านเหมือนเดิมบอกเป็นห่วงและคิดถึงลูก

ล่าสุด สนง.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดอุตรดิตถ์และมีผู้เกี่ยวข้องในระดับตำบลและอำเภอได้ไปตรวจสอบเพื่อช่วยเหลือแล้วครั้งหนึ่ง และประมาณเดือนธันวาคมนี้ก็จะมาเยี่ยมครอบครัวนี้อีก เพื่อหาทางช่วยเหลือ ซึ่งวันนี้ทางตัวแทนจากแอดมินเพจอุตรดิตถ์ 24 ชั่วโมง ได้เดินทางมอบเงินช่วยเหลือจำนวน 3,000 บาทจากการจำหน่ายเสื้อเพื่อหารายได้ทำกิจกรรมการกุศล

สำหรับในกรณีคดีข่มขืนกระทำชำเรา ลูกเลี้ยงของนายผ่าน ยศต๊ะสา ทาง ร.ต.อ.ณัฐพงศ์ พรมมีเดช รอง สว.(สอบสวน) สภ.ท่าปลา เจ้าของคดี กล่าวว่า หลังจากแพทย์ รพ.ท่าปลา น.พ.นาวิน ศักดาเดช ได้ทำการตรวจภายใน พบรอยฉีกขาดบริเวณช่องคลอดและอาจจะผ่านการร่วมประเวณีแต่ยังไม่สามารถสรุปที่แน่นชัดได้ ต่อมาได้ส่งสถาบันนิติเวชวิทยา จ.พิษณุโลก เพื่อตรวจอีกครั้ง รอผลตรวจ จะใช้เวลา 1 เดือน

ในเบื้องต้นทางเจ้าที่ตำรวจ ได้จับกุมตัวไปเมื่อวันที่ 12 พ.ย.ที่บ้านหลังดังกล่าว ในข้อหา ข่มขืนกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 13 ปี ซึ่งอยู่ระหว่างฝากขังผลัดแรก 12 วัน ที่เรือนจำจังหวัดอุตรดิตถ์ เพื่อรอผลการตรวจจากสถาบันนิติเวชวิทยา จ.พิษณุโลกและจะได้รวบร่วมหลักฐานดำเนินคดีต่อไป ส่วนผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธ

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://www.sanook.com

ขอร่วมวงเป็นพยาน ! อดีตคนไข้สาวเห็นข่าวฉาวหมอสูติฯ เพิ่งรู้ตัวถูกล่วงละเมิด

ขอร่วมวงเป็นพยาน ความคืบหน้ากรณีหมอสูติฯ คนดังเมืองปากน้ำโพ ที่ตกเป็นผู้ต้องหาคดีข่มขืนคนไข้ภายในคลินิก เขตเทศบาลนครนครสวรรค์

ขอร่วมวงเป็นพยาน นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม พร้อมแพทย์หญิงของขวัญ ฟูจินิรันทร์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเรื่องสูตินรีเวช ได้ติดตามความคืบหน้าคดีและตรวจสอบคลินิกที่เกิดเหตุ เพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติม เนื่องจากไม่เชื่อว่าหมอคนดังจะเป็นผู้ก่อเหตุตามคำร้องทุกข์

ขอร่วมวงเป็นพยาน

ซึ่งหลังจากเหตุการณ์เมื่อวานทำให้ น.ส.ฟ้า (นามสมมติ) อดีตคนไข้รายหนึ่งเห็นข่าวแล้วติดต่อมายังทีมข่าว พร้อมเล่าถึงเหตุการณ์ว่าเมื่อ 2 ปีก่อน ได้เดินทางไปให้หมอรายนี้ตรวจภายใน โดยการตรวจในครั้งนั้นหมอได้ใช้นิ้วล้วงเข้าไปที่อวัยวะเพศนานร่วม 20 นาที พร้อมกับคลึงเต้านมตนไปด้วย ซึ่งยอมรับว่าตอนที่หมอกำลังทำอยู่นั้นทำให้ตนเกือบถึงจุดสุดยอดทางเพศ

แต่ตอนนั้นตนก็ไม่ได้คิดอะไร เนื่องจากคิดว่าเป็นเทคนิคการตรวจรักษาของหมอ จนกระทั่งมาเกิดเป็นข่าว พร้อมกับมีเพื่อนๆ โทรมาพูดคุยเกี่ยวกับข่าวเรื่องดังกล่าว เพราะเคยไปตรวจรักษากับนายแพทย์คนนี้เช่นเดียวกัน แล้วปรากฏว่าทุกคนต่างโดยตรวจแบบเดียวเหมือนกับตนหมด จึงเชื่อว่าไม่น่าจะเป็นเทคนิคการตรวจ น่าจะเป็นการถูกล่วงละเมิดทางเพศมากกว่า จึงตัดสินใจออกมาเผยเรื่องดังกล่าวให้ผู้สื่อข่าวได้รับรู้อีกด้าน

“เมื่อดูจากข่าวหลายวันที่ผ่านมา พบว่าในห้องมีการเปลี่ยนแปลงไปหลายอย่างทั้งเรื่องของประตูและการวางเตียง พร้อมให้รายละเอียดเพิ่มต่างจากที่หมอให้ข้อมูลกับนายอัจฉริยะ ทั้งเรื่องการยืนที่หมอบอกยืนปลายเตียงแต่กับของตนหมอยืนข้างเตียงและได้ล่วงละเมิดตนเอง

ทำให้ตนเองกังวลถึงเรื่องคดีที่จะมีผลในอนาคต เกรงว่าจะเอาผิดไม่ได้ พร้อมยันให้ตรวจสอบเรื่องของตนที่ออกมาไม่ได้อยากดังหรือเป็นข่าว แต่ต้องการให้สังคมรับรู้และแก้ไขพร้อมให้กับลังใจทนายนิด้าที่ออกมาช่วยเหลือเหยื่อหมอ แม้จะโดนสังคมโจมตีพร้อมยันให้การเป็นพยานและเรียกร้องให้หญิงสาวที่โดนหมดละเมิดออกมาช่วยกัน”

เรื่องคดีด้านคดีความทางทีมข่าวได้ติดต่อไปยัง สภ.เมืองนครสวรรค์ ได้รับคำตอบเพียงสั้นๆ ว่ากำลังรวบรวมคดีเนื่องจากเป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก พร้อมกับเร่งส่งสำนวนให้กับอัยการ หากสอบพยานหลักฐานครบก็จะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป ด้านกระแสที่จะโอนคดีให้กับทางกองปราบปรามต้องขึ้นอยู่กับผู้บังคับบัญชาแต่ปัจจุบันยังไม่มีคำสั่งเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

สยอง ผัวฆ่าหั่นศพเมียท้อง 6 เดือน แยกชิ้นส่วน แขน-ขา ออกจากร่าง

สยอง สามีชาวเขาเผ่าม้งก่อเหตุสลดฆ่าหั่นศพภรรยาสาวท้อง 6 เดือน ถูกรวบทันควันหลังขี่จยย.เผ่นหนีไปได้แค่ 2 ชม. แต่ยังคลุ้มคลั่งให้การวกวน

สยอง สภ.หล่มเก่า ได้รับแจ้งมีเหตุฆ่ากันตาย ที่บ้านหลังหนึ่ง หมู่ 14 บ้านทับเบิก ตำบลวังบาล อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านชั้นเดียวขัดแตะฝาด้วยไม้ไผ่ สร้างแบบบ้านชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง พบศพหญิงสาวถูกฆ่าหั่นศพแยกชิ้นส่วน แขน และ ขา ออกจากร่าง ทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือ นางสาวดาวใจ อายุ 22 ปี ชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง ซึ่งกำลังตั้งท้องได้ราว 6 เดือน

สยอง

ส่วนผู้ลงมือก่อเหตุเป็นสามีผู้เสียชีวิต ทราบชื่อ นายชิงชัย อายุ 25 ปี ชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง ที่ใช้อาวุธมีดทำร้ายร่างกายภรรยาแล้วลงมือหั่นแยกชิ้นส่วน

หลังก่อเหตุได้ขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีออกจากหมู่บ้าน โดยหนีไปได้เพียง 2 กิโลเมตร ถูกตามจับกุมตัวได้ โดยอยู่ในอาการคลุ้มคลั่ง ยังให้การวกวน

เบื้องต้น คาดว่าสาเหตุที่ลงมือฆ่าภรรยาสาวน่าจะมาจากความหึงหวง แต่คงต้องรอให้นายชิงชัย สงบสติอารมณ์เสียก่อนจึงจะทราบสาเหตุที่แท้จริง

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่จะนำตัว นายชิงชัย ไปตรวจปัสสาวะเพื่อหาสารเสพติดอีกด้วย

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://www.sanook.com

เหยื่อ “หมอสูติฯ” แสดงตัวเพิ่ม ถูกหลอกจับอวัยวะ อ้างจะสอนวิธีผ่อนคลาย

เหยื่อ หญิงสาวเริ่มแสดงตัวเพิ่มระบุเคยถูกลวนลามเช่นกันกำลังตัดสินใจจะแจ้งความ หนึ่งในคนไข้บอกหมออ้างจะสอนวิธีช่วยตัวเองที่ถูกต้องฉวยโอกาสจับอวัยวะเพศ

เหยื่อ หลังจากที่หญิงสาววัย 29 ปี แจ้งความและขอความช่วยเหลือทนายความให้เร่งรัดคดีที่ถูกสูตินรีแพทย์ข่มขืนขณะตรวจภายใน ที่คลินิกใน จ.นครสวรรค์ และมีหลักฐานการเจรจาผ่านไลน์เสนอเงินให้โดยแลกกับการถอนแจ้งความ ทำให้มีอดีตคนไข้หลายรายออกมาเปิดเผยพฤติกรรมอ้างว่าถูกแพทย์คนดังกล่าวลวนลามเช่นกัน

เหยื่อ

อดีตคนไข้รายหนึ่งอายุ 27 ปี เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่าก่อนหน้านี้ประมาณ 3 ปี ตนเองได้เคยไปตรวจที่คลินิก และเคยถูกลวนลามทั้งการถูกจับอวัยวะเพศและการลวนลามทางวาจา โดยอ้างว่าสอนการช่วยตัวเองที่ถูกต้อง

ตอนนั้นเห็นท่าไม่ดีจึงขอยุติการตรวจและออกจากคลินิก ซึ่งหลังจากนั้นก็เลยออกมาเตือนเพื่อนๆ ผู้หญิงของตนถึงความเสี่ยงที่จะเข้าไปตรวจที่คลินิกดังกล่าว กลับพบว่าเพื่อนที่เคยไปตรวจก็เจอเหมือนกัน

“ตอนนั้นท้องได้ 4 เดือนกว่าๆ ไปคลินิกคนเดียว เริ่มแรกหมอคุยปกติ สักพักเริ่มถามว่าเคยช่วยตัวเองไหม ต้องช่วยตัวเองนะเพราะจะทำให้รู้สึกผ่อนคลาย รู้ไหมว่าทำอย่างไร เขาก็เอามือมาแตะตรงอวัยวะเพศเรา เราก็ไม่ยอม เราก็สะบัดเขาออก เขาก็ยังคงพูดเรื่อง…เรื่องใต้สะดืออยู่อย่างนี้ค่ะ แล้วเขาก็จะชอบชมว่า รู้ไหมว่าเราเป็นผู้หญิงที่สวยอย่างนู้นอย่างนี้”

ด้าน นายอัสชิ ทิพย์เจริญพร เจ้าของเพจข่าวในจังหวัดนครสวรรค์ กล่าวว่า มีคนไข้ในพื้นที่นครสวรรค์ที่เคยโดนลวนลามเริ่มออกมาแฉพฤติกรรมทางสื่อสังคมออนไลน์กว่า 20 คน รวมทั้งส่งข้อมูลมาให้

เบื้องต้น ส่วนใหญ่ยังไม่กล้าที่จะออกไปแจ้งความด้วยตนเอง แต่ยืนยันตรงกันว่าเคยไปใช้บริการที่คลินิกและถูกลวนลามจริง โดยหลายคนอ้างว่าหากมีใครไปแจ้งความร้องทุกข์เพิ่มเติมก็อาจจะร่วมไปร้องทุกข์ด้วย เนื่องจากอยากให้พฤติกรรมที่นายแพทย์ผู้นี้กระทำถูกดำเนินคดีเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา     https://www.sanook.com

แม่ช็อก เห็นคาตาผัวใหม่ข่มขืนลูกสาวออทิสติก ต้องตัดมดลูกทิ้งกันท้อง

แม่ช็อก แม่เข้าแจ้งความ หลังเห็นคาตาสามีข่มขืนลูกสาวป่วยโรคออทิสติก เป็นครั้งที่ 2 ก่อนหน้านี้ลูกสาวต้องตัดมดลูกทิ้งกันท้อง

แม่ช็อก นางมัทธพร อายุ 47 ปี ชาวบ้าน ต.บ้านใหม่หนองไทร อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว จูงมือลูกสาวป่วยเป็นโรคออทิสติก อายุ 17 ปี เข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.ไชยยา มณีสุทธิ์ พนักงานสอบสวน ร้อยเวร สภ.อรัญประเทศ หลังสามีคือนายณรงค์รัตน์ อายุ 67 ปี ซึ่งเป็นสามีใหม่ของตนเอง ได้ข่มขืนลูกสาว

แม่ช็อก

โดย นางมัทธพร ผู้เป็นแม่ ได้เล่าให้พนักงานสอบสวนฟังด้วยน้ำตาว่า ตนเองมีฐานะยากจน ต้องออกไปทำงานรับจ้างหากินรายวัน ซึ่งในแต่ละวันตนเองจะกลับเข้าบ้านก็ช่วงเย็น แต่เมื่อวันที่ 2 พ.ย. 61 ที่ผ่านมา ตนเองกลับเข้าบ้านตอนเที่ยง กลับเข้าบ้านไม่พบลูกสาว จึงเข้าไปดูในห้องพบสามีกำลังข่มขืนลูกสาวอยู่

ตนเองจึงได้ให้สามีเก็บเสื้อผ้าออกจากบ้านแยกทางกัน หลังสามีเก็บเสื้อผ้าออกจากบ้านไป มีชาวบ้านเห็นสามีนำรถมาจอดซุ่มบริเวณทางเข้าบ้าน และเมื่อคืนก็มาข่มขู่อีก ตนเองจึ้งได้ตัดสินใจเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับสามี

นางมัทธพร บอกว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 1 ม.ค. 60 สามีก็เคยข่มขืนลูกสาวมาแล้วครั้งหนึ่ง ทางญาติได้ร้องไปที่มูลนิธิปวีณา และนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิ ได้ลงมาช่วยเหลือแจ้งความดำเนินคดีกับสามี

และได้ส่งตัวนางสาวณิชกานต์ ลูกสาวไปตัดมดลูกทิ้งเพื่อป้องกันไม่ให้ท้อง ส่วนคดีของสามี ศาลจังหวัดสระแก้วได้พิพากษาให้รอลงอาญาสามีเอาไว้

ต่อมาสามีได้มากราบขอโทษ บอกว่าต่อไปนี้จะไม่ทำเช่นนั้นอีกวิเคราะห์บอล และตนเองแก่มากแล้ว ด้วยความสงสารจึงได้อภัยให้สามีกลับเข้ามาอยู่ในบ้านอีก ไม่คิดว่าสามีจะมาข่มขืนลูกของตนเองอีก คราวนี้ตนเองจะดำเนินคดีกับสามีให้ถึงที่สุด

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

ตำรวจหนุ่ม ขับรถเก๋งหลับ ในพุ่งชนเสาไฟ

ตำรวจหนุ่ม เพิ่งบรรจุใหม่ รถเก๋งเสียหลักพุ่งชนเสาไฟ ก่อนพลิกคว่ำหงายท้องชี้ฟ้า

พบเป็น 2 ตำรวจหนุ่ม เพิ่งจบและบรรจุเข้าข้าราชการ เกิดหลับในระหว่างทางขับรถกลับบ้านตำรวจหนุ่ม เพิ่งบรรจุใหม่ (5 พ.ย.) เมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา ศูนย์วิทยุนเรนทร 1669 สุรินทร์ ได้รับแจ้งอุบัติเหตุรถพลิกคว่ำ มีคนแจ้งขอความช่วยเหลือ พบผู้ได้รับบาดเจ็บติดอยู่ในซากรถ บริเวณทางหลวงชนบทปราสาท-ทุ่งมน ต.ปราสาททะนง อ.ปราสาท หลังจากได้รับแจ้งเหตุแล้ว ได้ประสานรถพยาบาลฉุกเฉินโรงพยาบาลปราสาท อาสากู้ภัยกังแอน วีอาร์กู้ชีพ จุดอำเภอปราสาท เดินทางไปยังบริเวณที่เกิดเหตุ ที่ถนนทางหลวงชนบทสาย 3011

ตำรวจหนุ่ม

ทันทีที่ไปถึงเจ้าหน้าที่อาสากู้ชีพได้นำอุปกรณ์ตัดถ่างค้ำยัน ออกไปให้การช่วยเหลือผู้ติดภายในรถยนต์นิสสัน มาร์ช สีดำ อยู่ในสภาพเสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้าส่องสว่างข้างถนน พลิกคว่ำหงายท้องลงข้างทาง โดยมีคนขับและคนนั่งข้างได้บาดเจ็บ 2 คน คนนั่งข้างคนขับติดภายในรถ ถูกซากหนีบบริเวณขาท่อนล่างทั้ง 2 ข้าง ร้องขอความช่วยเหลือ

อาสาสมาคมวีอาร์กู้ชีพสุรินทร์ จุด อ.ปราสาท ได้นำอุปกรณ์ตัดถ่างค้ำยัน เข้าให้การช่วยเหลือใช้เวลาประมาณ 20 นาที จึงสามารถช่วยเหลือนำผู้บาดเจ็บที่ติดภายในออกมาได้ ทราบชื่อคนติดภายใน คือ สิบตำรวจตรียุทธนา อายุ 26 ปี รับราชการตำรวจอยู่ที่ สภ.ทุ่งมน อ.ปราสาท

ขณะที่คนขับรถสามารถคลานออกมาจากตัวรถด้วยตนเองได้ ทราบชื่อคือ สิบตำรวจตรียุทธพงศ์ อายุ 26 ปี ได้บาดเจ็บเล็กน้อย โดยนายตำรวจทั้ง 2 นาย สังกัด สภ.ทุ่งมน อ.ปราสาท เพิ่งจบการศึกษาและบรรจุรับราชการเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา

สำหรับอุบัติเหตุในครั้งนี้ คนขับรถบอกว่ากำลังขับรถเดินทางกลับจากตัวเมืองสุรินทร์ แต่เกิดอาการหลับใน ทำให้รถเสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้าพลิกคว่ำลงข้างทาง ฟื้นสติมารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่ได้ยินเสียงเพื่อนตะโกร้องขอความช่วยเหลือและพบว่าติดภายในซากรถ จึงได้โทรแจ้งหน่วยกู้ชีพโรงพยาบาลปราสาท เข้าให้การช่วยเหลือเร่งนำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาล

พ.ต.ท.ทรงจักร วงศ์พรหม พนักงานสอบสวนเวร สถานีตำรวจภูธร ปราสาท ได้เจ้าตรวจสอบและบันทึกภาพลงบันทึกประจำวันไว้แล้วและหลังจากนั้นจะได้เรียกคนขับมาเพื่อสอบถามหาสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุที่แท้จริง และแจ้งข้อกล่าวหาโดยมีทรัพย์ของทางราชการได้รับความเสียหาย

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://www.sanook.com

ตายโหง ! หนุ่มเมาขาดสติควบ จยย.กลับที่พักเสียหลักจมดับก้นคลอง

ตายโหง เมื่อเวลา 08.30 น. ร.ต.อ.สุริยา ผลชู รองสว.สอบสวน สภ.คลองหลวง รับแจ้งมีประชาชนพบศพผู้เสียชีวิตลอยน้ำ ที่เกิดเหตุภายในคลองแอนหนึ่งสอง ปากซอยเทพกุญชร 8 ม.9 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

ตายโหง หลังรับแจ้งจึงรุดไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วย ร.ต.อ.สิรภพ บัวหลวง รองสว.สืบสวน สภ.คลองหลวง กำลังชุดสืบสวน อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง แพทย์เวร รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ

ตายโหง

ในที่เกิดเหตุภายในคลองส่งน้ำกว้างประมาณ 6 เมตร ลึกประมาณ 1.50 เมตร พบศพผู้เสียชีวิต 1 ราย ลักษณะนอนคว่ำหน้าลอยอืด จึงได้นำขึ้นมาชันสูตรด้านบนพบมีบาดแผลถลอกตามใบหน้า ทราบชื่อต่อมา นายนรินทร์ อายุ 20 ปี ภูมิลำเนาอยู่ที่ ต.บ่อทอง อ.หนองม่วง จ.ลพบุรี

ซึ่งเป็นลูกจ้างร้านรับซื้อตะกร้าพลาสติกใกล้เคียงที่เกิดเหตุ ริมตลิ่งพบรองเท้าแตะ และพระเครื่องตกอยู่ และยังมีรอยหญ้าริมทางราบก่อนจะงมในคลองพบ รถ จยย. ยี่ห้อ ยามาฮ่า รุ่นแอร์ร๊อกซ์ สีขาว สภาพใหม่ หมายเลขทะเบียน 7กธ-2313 กทม.จมอยู่ก้นคลอง จากการชันสูตรเบื้องต้นคาดว่า เสียชีวิตมาแล้วมากกว่า 24 ชม.

นายนัน อายุ 22 ปี สัญชาติลาวเปิดเผยว่า เมื่อเวลา 22.00 น. ของวันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 ที่ผ่านมา ตนเองและผู้ตายได้ขับขี่รถ จยย.คนละคันไปนั่งดื่มสุราที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในซอยแมนฮัตตั้น ก่อนที่ผู้ตายจะขอกลับในเวลา 00.01 น. ของวันที่ 2 พฤศจิกายน 2561

โดยขับรถกลับเองเพียงคนเดียว กระทั่งญาตผู้ตายโทรมาตามหาเพราะยังไม่เห็นผู้ตายกลับบ้านและออกตามหาวานนี้ทั้งวัน กระทั่งมีผู้ไปแจ้งว่า มีศพลอยอืดตนเองจึงรีบเดินทางมาตรวจสอบก็พบเป็นเพื่อนที่ไปนั่งดื่มสุราด้วยกันเมื่อวันก่อน คาดว่าน่าจะเกิดจาก รถ จยย.เสียหลักตกลงคลองและไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้จึงจมน้ำเสียชีวิต

ร.ต.อ.สุริยา ผลชู รอง สว.สอบสวน สภ.คลองหลวง เปิดเผยว่า ได้เชิญตัวผู้ที่อยู่กับผู้ตายเป็นคนสุดท้ายไปทำการสอบสวนเพิ่มเติมพร้อมทั้งให้อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งนำร่างผู้เสียชีวิตส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

 …

โจรกรรมแป้ก ! แบกถังแก๊สเป่าตู้เอทีเอ็มแต่แก๊สหมด-ตำรวจเร่งลากคอ

โจรกรรมแป้ก จ.สุพรรณบุรี พ.ต.ต.นพนันท์ เลื่องเลิศ สว.(สอบสวน) สภ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี รับแจ้งเหตุมีคนร้ายใช้แก๊สเป่าประตูเก็บเงินหลังตู้เอทีเอ็ม

โจรกรรมแป้ก ( 2 พ.ย. 61 ) ที่ จ.สุพรรณบุรี พ.ต.ต.นพนันท์ เลื่องเลิศ สว.(สอบสวน) สภ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี รับแจ้งเหตุมีคนร้ายใช้แก๊สเป่าประตูเก็บเงินหลังตู้เอทีเอ็ม ธนาคารออมสิน สาขาสามชุก ตลาดสามชุกร้อยปี ถนนมิตรสัมพันธ์ หมู่ 2 ต.สามชุก

โจรกรรมแป้ก
จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.สมบัติ อ่อนสมบูรณ์ ผกก.สภ.สามชุก พ.ต.ท.คมเดช ดอนปิ่นไพร รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.ชยิน แจ้งประจักษ์ รอง ผกก.ป. พ.ต.ท.บุรี อมรพิชิต สว.สส. เจ้าหน้าที่สืบสวน พร้อมเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ภ.จว.สุพรรณบุรี ไปตรวจสอบ

พบรอยไหม้ถูกแก๊สเป่าที่ประตูเซฟด้านหลังตู้เอทีเอ็มดังกล่าว และสายเคเบิลของสัญญาณกล้องวงจรปิดที่เชื่อมต่อมาจากตัวอาคารธนาคาร ถูกตัดขาดไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ

ล่าสุดเมื่อเวลา 12.00 น. ของวันนี้ ( 2 พ.ย. ) พ.ต.อ.อภิชิต สุรพินิจ รอง ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี พ.ต.ท.นิยม สุ่ยวงษ์ รอง ผกก.กก.สส.ภ.จวฬสุพรรณบุรี เข้าตรวจสอบเก็บหลักฐานเพิ่มเติม

ด้าน พ.ต.อ.อภิชิต สุรพินิจ รอง ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี เปิดเผยว่า คนร้ายน่าจะมีไม่ต่ำกว่า 2 คน ใช้รถยนต์เก๋ง มาโดยคนร้ายใช้น่าจะใช้ไม้ดันกล้องวงจรปิดให้เปลี่ยนทิศทาง ใช้คีมตัดสายสัญญาณกล้องวงจรปิด แล้วใช้แก๊สตัดด้านหลังตู้เอทีเอ็ม แต่คนร้ายไม่สามารถเอาเงินออกจากตู้ได้ คาดว่า อาจจะมีคนผ่านมาพบเห็น เนื่องจากเป็นช่วงเช้ามืดจะมีบรรดาพ่อค้าแม่ค้า ออกมาจำจ่ายซื้อของในตลาด ประกอบกับแก๊สคงจะหมดก่อนที่จะตัดตู้เอทีเอ็มออกได้

ด้าน นางนิภาวรรณ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 50 ปี ผู้จัดการธนาคารออมสินสาขาสามชุก เปิดเผยว่า ช่วงเช้าแม่บ้านของธนาคารมาเปิดธนาคาร กระทั่งมาพบว่า ที่ด้านหลังตู้เอทีเอ็ม ลักษณะถูกคนร้ายใช้แก๊สตัดเสียหาย จึงโทรแจ้งให้ผู้จัดการทราบแล้วให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สามชุก มาตรวจสอบ

ขณะที่ผู้จัดการธนาคารฝากไปถึงคนร้ายด้วยว่า ไม่ได้ดูข่าวบ้างเลยหรือยังไง เนื่องจากที่ผ่านมาคนร้ายที่โจรกรรมตู้เอทีเอ็มทุกรายไม่สามารถนำเงินเอาได้เลย บางรายเอาเงินไปได้แต่ก็ถูกตำรวจติดตามจับกุมตัวได้ทุกราย

ด้าน พ.ต.อ.อภิชิต สุรพินิจ รอง ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี เปิดเผยว่า คนร้ายน่าจะมีการมาดูลาดเลาเอาล่วงหน้าแล้ว จึงได้เตรียมไม้ยาวมาดันกล้องให้เปลี่ยนทิศทางไป แล้วจึงก่อเหตุใช้แก๊สตัดหลังตู้เอทีเอ็ม

ซึ่งขณะนี้ได้สั่งการให้กำลังชุดสืบสวนของ สภ.สามชุก ร่วมกับชุดสืบสวน ภ.จว.สุพรรณบุรี และชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 7 เร่งไล่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คาดว่า คนร้ายใช้เป็นเส้นทางหลบหนี คาดว่า จะสามารถสืบสวนติดตามจัดกุมตัวคนร้ายได้เร็วๆ นี้

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://www.sanook.com

 …