ปส

ปส.แถลงจับ 2 คดีรวด แก๊งรถตู้ขนยาลอตใหญ่ ไอซ์ 200 กิโลฯ ยัดซองชาจีน

ปสแถลงจับ “เฉลิมเกียรติ” นำแถลงผลงานตำรวจ บช.ปส. จับ 2 คดียาเสพติดรายสำคัญ ทั้งขบวนการรถตู้ลักลอบขนยาบ้า 1.7 ล้านเม็ด และยาไอซ์ 200 กิโลฯ ยัดซองชาจีนตบตาเจ้าหน้าที่ส่งขายนายทุนกทม.

ปสแถลงจับ เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 12 มี.ค.62 ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร.(ปป)/ผอ.ศอ.ปส.ตร. พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผบช.ปส., พล.ต.ต.อาชวันต์ โชติกเสถียร รอง ผบช.ปส., พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ รอง ผบช.ปส., พล.ต.ต.ชาตรี ไพศาลศิลป์ รอง ผบช.ปส. เจ้าหน้าที่ป.ป.ส. และชุดหน่วยสยบไพรี ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญจำนวน 2 คดี

คดีที่ 1 พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 10 พ.ย.61 เวลาประมาณ 12.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ บช.ปส. ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 6, กำลังทหาร ป.พัน 4 และเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. จับกุมตัวนายณภัทรหรือ เอ็ม หรือมน ศรีเหรา อายุ 40 ปี พร้อมพวกรวม 17 คน พร้อมของกลางยาบ้า 1,792,000 เม็ด ยาไอซ์ 3 กก. เคตามีน 1 กก. รถตู้จำนวน 3 คัน รถยนต์ 1 คัน สมุดบัญชี 3 เล่ม โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง บ้านพร้อมที่ดินจำนวน 2 หลัง โดยสามารถจับกุมได้บริเวณด่านตรวจยานพาหนะพยุหะคีรี ต.ย่านมัทรี อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์

ปสแถลงจับ

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าวต่อว่า การจับกุมครั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้สืบทราบว่าจะมีการขนยาเสพติดจำนวนมากมาทางรถตู้ จึงได้ให้รถทุกคันเข้าเครื่องสแกนจนตรวจพบว่ายาเสพติดถูกซุกซ่อนอยู่ในรถตู้ยี่ห้อฮุนได รุ่นเอช 1 สีเทา หมายเลขทะเบียนป้ายฟ้า ฮล 7270 กรุงเทพมหานคร

รถตู้ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นคอมมิวเตอร์ สีดำ หมายเลขทะเบียนป้ายเหลือง 33-5969 กรุงเทพมหานคร โดยมีนายกฤษณะ หรือมอส ฉิมมิ อายุ 38 ปี

และนายชัยมงคล หรือเอส เสามั่น อายุ 40 ปี เป็นผู้ขับขี่รถตู้ตามลำดับ และมีนายณภัทร นั่งร่วมมาด้วย จึงได้ควบคุมตัวไว้

และทำการสืบทราบจนสามารถขยายผลจับกุมเครือข่ายได้ดังกล่าว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา ร่วมกับพวกที่หลบหนีมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน หรือ ไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต นำตัวส่งพนักงานสอบสวนบช.ปส. ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

คดีที่ 2 เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ขส.บช.ปส. ร่วมกับ กก.3 บก.สกส. บช.ปส. จับกุมตัวผู้ต้องหา 3 คน คือ 1. นายณัฐพล โพธิ์ศรีทอง อายุ 27 ปี 2. น.ส.ศิริพร จารุบูรณ์ อายุ 26 ปี 3. นายคมกริช เปี่ยมคลัง อายุ 26 ปี พร้อมของกลาง

ยาไอซ์แบบเกล็ดน้ำหนักประมาณ 200 กิโลกรัม รถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า สีขาว รุ่น REVO หมายเลขทะเบียน 2ฒง 6586 กรุงเทพ โทรศัพท์มือถือ จำนวน 3 เครื่อง บัตร VISA และ บัตร DEBIT CARD จำนวน 3 ใบ สมุดบัญชีเงินฝาก จำนวน 1 เล่ม โดยสามารถจับกุมได้บริเวณลานจอดรถยนต์หริดารีสอร์ท เลขที่ 180 ม.12 ต.ล้อมแรด อ.เถิน จ.ลำปาง ต่อเนื่องบริเวณปั๊มน้ำมันพีที เลขที่ 157 ม.12 ต.ล้อมแรด อ.เถิน จว.ลำปาง

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 9 ม.ค. เวลา 13.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ชายแดนภาคเหนือ ด้าน จ.เชียงราย เข้าไปพื้นที่ตอนในของประเทศไทย

โดยใช้รถยนต์ส่วนบุคคลเป็นพาหนะ และเช่ารถยนต์ในพื้นที่เพื่ออำพรางตน ลักลอบลำเลียงยาเสพติดในลักษณะมีการนำทางและตรวจสอบเส้นทางสัญจรให้กับผู้ร่วมขบวนการลำเลียงยาเสพติด

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าวต่อว่า ต่อมา บก.ขส.บช.ปส. ได้สืบสวนข้อมูลทราบว่ามีกลุ่มบุคคลที่มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติดในพื้นที่ ฝั่งธนบุรี กทม. และพื้นที่ จ.นครปฐม ซึ่งน่าเชื่อว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการลักลอบลำเลียงยาเสพติดในครั้งนี้ โดยใช้รถยนต์กระบะยี่ห้อ TOYOTA สีขาว หมายเลขทะเบียน 2ฒง 6586 กรุงเทพ เป็นพาหนะ

จึงได้ตรวจสอบผ่านกล้องระบบอ่านแผ่นป้ายทะเบียน (Licende plate) ของ บช.ปส. พบรถยนต์กระบะยี่ห้อ TOYOTA สีขาว หมายเลขทะเบียน 2ฒง 6586 กรุงเทพ เข้ามาในพื้นที่ จ.เชียงราย และได้จัดชุดเฝ้าระวังสะกดรอยติดตามดูพฤติการณ์ เพื่อคอยดูว่าจะมีรถร่วมขบวนลำเลียงยาเสพติดตามมาอีกหรือไม่

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าวเพิ่มเติมว่า ต่อมาได้พบรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ยี่ห้อโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ ทะเบียน กบ 1188 เชียงราย มีลักษณะบรรทุกของหนักขับผ่านจุดสังเกตการณ์มุ่งหน้า อ.สบปราบ จ.ลำปาง จึงได้สะกดรอยไป พบรถยนต์คันดังกล่าวได้เข้าไปจอดที่หริดารีสอร์ท เจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุมจึงได้เข้าตรวจค้นรถยนต์

พบว่าด้านหลังรถยนต์มีถุงพลาสติกสีดำที่ห่อหุ้มกระสอบปุ๋ย จำนวน 13 กระสอบ ภายในพบซองชาบรรจุยาเสพติดให้โทษ ประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน หรือ ไอซ์) จำนวน 200 ซอง จึงยึดไว้เป็นของกลาง

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหา “ร่วมกับพวกที่หลบหนีมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน หรือ ไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต” นำตัวส่งพนักงานสอบสวนบช.ปส. ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.thairath.co.th/

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *