งานศพเศร้าซ้ำ หนุ่มเมาคว้ากรรไกรแทงญาติดับกลางบ้าน อ้าง “ละเมอ” ไม่รู้ตัว

งานศพเศร้าซ้ำ ญาติช็อก! หนุ่มวัย 31 ปี เมาคลั่ง ใช้กรรไกรบุกแทงลูกพี่ลูกน้อง เสียชีวิตภายในบ้านที่จัดงานศพ จ.ชัยภูมิ อ้างละเมอไม่ได้สติ ก่อเหตุฆ่าไม่รู้ตัว

งานศพเศร้าซ้ำ (23 ต.ค. 61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 01.30 น. ร.ต.อ.วัชรินทร์ หูชัยภูมิ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองชัยภูมิ รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 สถานีตำรวจภูธรเมืองชัยภูมิ ว่าเกิดเหตุมีคนแทงกันเสียชีวิต ภายในบ้านงานศพในหมู่บ้านหนองบัวขาว ต.ชีลอง อ.เมือง จ.ชัยภูมิ จึงเร่งรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมหน่วยกู้ภัยสว่างคุณธรรมชัยภูมิ และแพทย์เวรโรงพยาบาล จ.ชัยภูมิ ร่วมชันสูตรพลิกศพ

งานศพเศร้าซ้ำ

ที่เกิดเหตุ พบเป็นบ้านไม้ 2 ชั้น ซึ่งบริเวณบนบ้าน พบชาวบ้านและญาติพี่น้องกำลังจับกลุ่มมุงดูร่างผู้เสียชีวิต ซึ่งอยู่ในสภาพนั่งฟุบคว่ำหน้าจมกองเลือด สวมเสื้อลายพลาง กางเกงขาสั้น ใกล้กันยังพบกรรไกรสีเขียว มีคราบเลือดติดอยู่ บริเวณใกล้ศพในที่เกิดเหตุ และยังพบหมอน ผ้าห่มกระจายไปทั่วบริเวณ โดยทราบชื่อผู้เสียชีวิตต่อมา คือ นายสหัส อายุ 46 ปี

ถัดไปภายในบ้านบริเวณที่เกิดเหตุพบ นายปรางค์ อายุ 31 ปี ซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุใช้กรรไกรแทง นายสหัส จนเสียชีวิต ในบ้านเกิดเหตุดังกล่าว ซึ่งทั้ง 2 คน เป็นลูกพี่ลูกน้องกัน โดยญาติๆ ของเจ้าของบ้านเกิดเหตุพากันจับคนร้ายมัดมือไว้ นั่งอยู่ในสภาพสะลึมสะลือเมาหนัก ให้การกับเจ้าหน้าที่วกไปวนมา พูดจาไม่รู้เรื่อง ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะควบคุมตัวไว้เบื้องต้น

สอบถามไปยังผู้ก่อเหตุ ได้รับสารภาพแต่เพียงว่าเป็นผู้ก่อเหตุแทง นายสหัส จนเสียชีวิต โดยที่ไม่รู้ตัวเองเลยว่าทำไปทำไม และไม่รู้ถึงสาเหตุในการก่อเหตุครั้งนี้ ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะขอควบคุมตัวสอบสวนดำเนินคดีต่อไป

ขณะที่ นางเยี่ยม อายุ 66 ปี ซึ่งเป็นญาติเจ้าของบ้าน เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุหลังจากเผาศพปู่ ซึ่งเป็นเจ้าของบ้านหลังนี้ล้มป่วยเสียชีวิตลง โดยตั้งศพสวดและเผาในช่วงบ่ายของวันที่ 22 ต.ค. ที่ผ่านมา หลังจากเสร็จงานก็กลับมานั่งกินข้าวกันอยู่บ้าน และก็ร่วมกับญาติๆ ช่วยกันเคลียร์ข้าวของ เพื่อที่จะรอเก็บกระดูกปู่ที่วัดในเช้าวันนี้ ก่อนที่ผู้ก่อเหตุและผู้ตาย ทั้ง 2 คน ซึ่งก็เป็นญาติลูกพี่ลูกน้องเพื่อนบ้านกัน มาช่วยงานและก็พากันนั่งดื่มสุรากันจนเมามาย ก่อนที่จะพากันแยกย้ายกันไปนอนบนบ้าน

จนใกล้เช้าวันนี้ก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น เมื่อตนเองได้ยินเสียงร้อง เหมือนเจ็บปวด จึงตื่นขึ้นมาดูก็พบ นายปรางค์ กำลังนั่งคร่อมใช้กรรไกรกระหน่ำแทง นายสหัส ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้อง ญาติกันแท้ๆ จนเลือดไหลออกมาเป็นกอง ท่ามกลางญาติที่กำลังนอนพักผ่อนเรียงกันอยู่อีกฝั่งบนบ้าน ทุกคนจึงตื่นมาพบเหตุการณ์ดังกล่าว และพากันกรีดร้องและห้ามปราม นายปรางค์ แต่ก็ดูเหมือน นายปรางค์ จะไม่มีสติ ก่อนที่ญาติจะเข้าไปล็อกตัว นายปรางค์ ออกมา ก็พบว่า นายสหัส ได้เสียชีวิตแล้ว จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ให้มาตรวจสอบในที่เกิดเหตุดังกล่าว

ด้าน ร.ต.อ.วัชรินทร์ หูชัยภูมิ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองชัยภูมิ พร้อมแพทย์เวรโรงพยาบาลชัยภูมิ หลังได้ตรวจสอบ ร่างกายและสถานที่เกิดเหตุในเบื้องต้น พบร่องรอยการต่อสู้และถูกทำร้าย ยังพบว่าผู้เสียชีวิต ถูกกรรไกรแทง จำนวน 2 แห่ง ซึ่งเป็นจุดสำคัญบริเวณลำคอบริเวณเส้นเลือดใหญ่ และขั้วหัวใจ ทำให้เสียชีวิตในครั้งนี้ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้นำตัวผู้กระทำความผิด ไปคุมขังที่ สภ.เมืองชัยภูมิ เพื่อสอบสวนหาสาเหตุในการก่อเหตุในครั้งนี้ เนื่องจากผู้ก่อเหตุยังให้การวกไปวนมา ไม่ได้สติ อ้างตัวเองเมาละเมอไม่ได้สติก่อเหตุไปโดยไม่รู้ตัวเท่านั้น ก่อนที่จะรวบรวมพยานหลักฐานส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป และจะมอบร่างผู้เสียชีวิตให้ญาติรับไปบำเพ็ญกุศลทางศาสนาต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://www.sanook.com

ฆ่าลูกฉันทำไม ! พ่อแม่ร่ำไห้ดูโฉมหน้า 2 มือมีดแทงหนุ่มตาย ย่านนิมมานฯ

ฆ่าลูกฉันทำไม ไม่พอใจขี่รถเฉี่ยว วัยรุ่นสองกลุ่มเปิดศึกทะเลาะ ย่านนิมมานเหมินทร์ สู้ไม่ไหวไล่แทงหนุ่มวัย 22 เสียชีวิตคาที่ แม่ร่ำไห้พร้อมถาม…ฆ่าลูกทำไม

ฆ่าลูกฉันทำไม ภาพวงจรปิดจากกล้องย่านถนนนิมมานเหมินทร์ ใจกลางเมืองเชียงใหม่ สามารถบันทึกภาพเหตุการณ์วัยรุ่น 2 กลุ่มขี่รถจักรยานยนต์ไล่ติดตามกันมา ก่อนจะมาจอดบริเวณริมฟุตปาธเยื้องซอย 5 ถนนนิมมานเหมินทร์ จากนั้นวัยรุ่นทั้งสองฝ่ายได้เปิดฉากชกต่อยกัน

ฆ่าลูกฉันทำไม

แต่ปรากฏว่าวัยรุ่นอีกกลุ่มสู้ไม่ได้จึงนำอาวุธมีดที่อยู่ใต้เบาะรถออกมาแทงใส่คู่กรณีได้บาดเจ็บ ทำให้ต้องวิ่งหนีเอาตัวรอด แต่กลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุยังวิ่งไล่ติดตามมาแทงซ้ำ กระทั่งเสียชีวิตและหลบหนีไป เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 02.30 น. ของวันที่ 21 ตุลาคมที่ผ่านมา

ล่าสุดชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่และชุดสืบสวนสถานีตำรวจภูธรภูพิงคราชนิเวศน์ สามารถแกะรอยผู้ต้องหาจากกล้องวงจรปิดกระทั่งจับกุมตัวผู้ก่อเหตุ 2 คน คือ นายเอกลักษณ์ อายุ 30 ปี จับกุมได้ที่ร้านนิคแทททู ที่เป็นเจ้าของร้าน และ นายธีระกุล อายุ 18 ปี

โดยเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา (22 ต.ค.) เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่จุดเกิดเหตุ โดยแม่ของนายวรภัทร์ อายุ 22 ปี ผู้เสียชีวิต ได้เดินทางมาดูหน้าผู้ต้องหา 2 คนขณะทำแผนด้วย พร้อมกับร่ำไห้ด้วยความเสียใจ และยังถามผู้ต้องหาว่า “ฆ่าลูกฉันทำไม”

เจ้าหน้าที่ตำรวจยังได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คน กราบขอขมาพ่อผู้เสียชีวิต ซึ่งพ่อของผู้เสียชีวิตได้กล่าวกับผู้ต้องหาว่า มีพ่อมีแม่หรือไม่ หากมีก็ควรจะเข้าใจ ขอให้ปรับนิสัยเสียใหม่ หากเป็นลูกผู้ชายจริงๆ

จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งสองคนไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ บริเวณจุดที่ผู้ต้องการขี่รถจักรยานยนต์ไล่ติดตามกันจนมาจอดรถและชกต่อย กระทั่งผู้ต้องหาใช้อาวุธมีแทงนายวรภัทร์เสียชีวิต ส่วนอีกจุดบริเวณหน้าปากซอยทางเข้าโครงการประเสริฐแลนด์ ซึ่งเป็นจุดที่ทั้งสองฝ่ายขี่รถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนกันจนล้ม ทำให้มีเรื่องทะเลาะวิวาทกัน

ทางด้าน พ.ต.อ.พิเชษฐ จีระนันตะสิน รักษาการ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเดินทางมาควบคุมการทำแผน กล่าวว่า สาเหตุที่เกิดขึ้นเพราะวัยรุ่นทั้งสองกลุ่มดื่มสุรามา จึงควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ เมื่อขี่รถมาเฉี่ยวชนกันจึงเกิดมีปากเสียงกันขึ้น

ขณะที่ผู้เสียชีวิตไม่ใช้คู่กรณีโดยตรง แต่ขี่รถติดตามเพื่อนที่ขี่รถเฉี่ยวชนกับผู้ต้องหา ก่อนจะมีการท้าทายให้ชกต่อยกัน ผู้เสียชีวิตจึงขี่รถติดตามมา เพื่อหวังจะช่วยเพื่อนแต่กลับถูกแทงเสียชีวิตดังกล่าว

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://www.sanook.com