แม่ช็อก เห็นคาตาผัวใหม่ข่มขืนลูกสาวออทิสติก ต้องตัดมดลูกทิ้งกันท้อง

แม่ช็อก แม่เข้าแจ้งความ หลังเห็นคาตาสามีข่มขืนลูกสาวป่วยโรคออทิสติก เป็นครั้งที่ 2 ก่อนหน้านี้ลูกสาวต้องตัดมดลูกทิ้งกันท้อง

แม่ช็อก นางมัทธพร อายุ 47 ปี ชาวบ้าน ต.บ้านใหม่หนองไทร อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว จูงมือลูกสาวป่วยเป็นโรคออทิสติก อายุ 17 ปี เข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.ไชยยา มณีสุทธิ์ พนักงานสอบสวน ร้อยเวร สภ.อรัญประเทศ หลังสามีคือนายณรงค์รัตน์ อายุ 67 ปี ซึ่งเป็นสามีใหม่ของตนเอง ได้ข่มขืนลูกสาว

แม่ช็อก

โดย นางมัทธพร ผู้เป็นแม่ ได้เล่าให้พนักงานสอบสวนฟังด้วยน้ำตาว่า ตนเองมีฐานะยากจน ต้องออกไปทำงานรับจ้างหากินรายวัน ซึ่งในแต่ละวันตนเองจะกลับเข้าบ้านก็ช่วงเย็น แต่เมื่อวันที่ 2 พ.ย. 61 ที่ผ่านมา ตนเองกลับเข้าบ้านตอนเที่ยง กลับเข้าบ้านไม่พบลูกสาว จึงเข้าไปดูในห้องพบสามีกำลังข่มขืนลูกสาวอยู่

ตนเองจึงได้ให้สามีเก็บเสื้อผ้าออกจากบ้านแยกทางกัน หลังสามีเก็บเสื้อผ้าออกจากบ้านไป มีชาวบ้านเห็นสามีนำรถมาจอดซุ่มบริเวณทางเข้าบ้าน และเมื่อคืนก็มาข่มขู่อีก ตนเองจึ้งได้ตัดสินใจเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับสามี

นางมัทธพร บอกว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 1 ม.ค. 60 สามีก็เคยข่มขืนลูกสาวมาแล้วครั้งหนึ่ง ทางญาติได้ร้องไปที่มูลนิธิปวีณา และนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิ ได้ลงมาช่วยเหลือแจ้งความดำเนินคดีกับสามี

และได้ส่งตัวนางสาวณิชกานต์ ลูกสาวไปตัดมดลูกทิ้งเพื่อป้องกันไม่ให้ท้อง ส่วนคดีของสามี ศาลจังหวัดสระแก้วได้พิพากษาให้รอลงอาญาสามีเอาไว้

ต่อมาสามีได้มากราบขอโทษ บอกว่าต่อไปนี้จะไม่ทำเช่นนั้นอีกวิเคราะห์บอล และตนเองแก่มากแล้ว ด้วยความสงสารจึงได้อภัยให้สามีกลับเข้ามาอยู่ในบ้านอีก ไม่คิดว่าสามีจะมาข่มขืนลูกของตนเองอีก คราวนี้ตนเองจะดำเนินคดีกับสามีให้ถึงที่สุด

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

ตำรวจหนุ่มเพิ่งบรรจุใหม่ ขับเก๋งหลับในพุ่งชนเสาไฟคว่ำล้อชี้ฟ้า

ตำรวจหนุ่มเพิ่งบรรจุใหม่ รถเก๋งเสียหลักพุ่งชนเสาไฟ ก่อนพลิกคว่ำหงายท้องชี้ฟ้า พบเป็น 2 ตำรวจหนุ่มเพิ่งจบและบรรจุเข้าข้าราชการ เกิดหลับในระหว่างทางขับรถกลับบ้าน

ตำรวจหนุ่มเพิ่งบรรจุใหม่ (5 พ.ย.) เมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา ศูนย์วิทยุนเรนทร 1669 สุรินทร์ ได้รับแจ้งอุบัติเหตุรถพลิกคว่ำ มีคนแจ้งขอความช่วยเหลือ พบผู้ได้รับบาดเจ็บติดอยู่ในซากรถ บริเวณทางหลวงชนบทปราสาท-ทุ่งมน ต.ปราสาททะนง อ.ปราสาท หลังจากได้รับแจ้งเหตุแล้ว ได้ประสานรถพยาบาลฉุกเฉินโรงพยาบาลปราสาท อาสากู้ภัยกังแอน วีอาร์กู้ชีพ จุดอำเภอปราสาท เดินทางไปยังบริเวณที่เกิดเหตุ ที่ถนนทางหลวงชนบทสาย 3011

2 ตำรวจหนุ่มเพิ่งบรรจุใหม่

ทันทีที่ไปถึงเจ้าหน้าที่อาสากู้ชีพได้นำอุปกรณ์ตัดถ่างค้ำยัน ออกไปให้การช่วยเหลือผู้ติดภายในรถยนต์นิสสัน มาร์ช สีดำ อยู่ในสภาพเสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้าส่องสว่างข้างถนน พลิกคว่ำหงายท้องลงข้างทาง โดยมีคนขับและคนนั่งข้างได้บาดเจ็บ 2 คน คนนั่งข้างคนขับติดภายในรถ ถูกซากหนีบบริเวณขาท่อนล่างทั้ง 2 ข้าง ร้องขอความช่วยเหลือ

อาสาสมาคมวีอาร์กู้ชีพสุรินทร์ จุด อ.ปราสาท ได้นำอุปกรณ์ตัดถ่างค้ำยัน เข้าให้การช่วยเหลือใช้เวลาประมาณ 20 นาที จึงสามารถช่วยเหลือนำผู้บาดเจ็บที่ติดภายในออกมาได้ ทราบชื่อคนติดภายใน คือ สิบตำรวจตรียุทธนา อายุ 26 ปี รับราชการตำรวจอยู่ที่ สภ.ทุ่งมน อ.ปราสาท

ขณะที่คนขับรถสามารถคลานออกมาจากตัวรถด้วยตนเองได้ ทราบชื่อคือ สิบตำรวจตรียุทธพงศ์ อายุ 26 ปี ได้บาดเจ็บเล็กน้อย โดยนายตำรวจทั้ง 2 นาย สังกัด สภ.ทุ่งมน อ.ปราสาท เพิ่งจบการศึกษาและบรรจุรับราชการเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา

สำหรับอุบัติเหตุในครั้งนี้ คนขับรถบอกว่ากำลังขับรถเดินทางกลับจากตัวเมืองสุรินทร์ แต่เกิดอาการหลับใน ทำให้รถเสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้าพลิกคว่ำลงข้างทาง ฟื้นสติมารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่ได้ยินเสียงเพื่อนตะโกร้องขอความช่วยเหลือและพบว่าติดภายในซากรถ จึงได้โทรแจ้งหน่วยกู้ชีพโรงพยาบาลปราสาท เข้าให้การช่วยเหลือเร่งนำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาล

พ.ต.ท.ทรงจักร วงศ์พรหม พนักงานสอบสวนเวร สถานีตำรวจภูธร ปราสาท ได้เจ้าตรวจสอบและบันทึกภาพลงบันทึกประจำวันไว้แล้วและหลังจากนั้นจะได้เรียกคนขับมาเพื่อสอบถามหาสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุที่แท้จริง และแจ้งข้อกล่าวหาโดยมีทรัพย์ของทางราชการได้รับความเสียหาย

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://www.sanook.com

ตายโหง ! หนุ่มเมาขาดสติควบ จยย.กลับที่พักเสียหลักจมดับก้นคลอง

ตายโหง เมื่อเวลา 08.30 น. ร.ต.อ.สุริยา ผลชู รองสว.สอบสวน สภ.คลองหลวง รับแจ้งมีประชาชนพบศพผู้เสียชีวิตลอยน้ำ ที่เกิดเหตุภายในคลองแอนหนึ่งสอง ปากซอยเทพกุญชร 8 ม.9 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

ตายโหง หลังรับแจ้งจึงรุดไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วย ร.ต.อ.สิรภพ บัวหลวง รองสว.สืบสวน สภ.คลองหลวง กำลังชุดสืบสวน อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง แพทย์เวร รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ

ตายโหง

ในที่เกิดเหตุภายในคลองส่งน้ำกว้างประมาณ 6 เมตร ลึกประมาณ 1.50 เมตร พบศพผู้เสียชีวิต 1 ราย ลักษณะนอนคว่ำหน้าลอยอืด จึงได้นำขึ้นมาชันสูตรด้านบนพบมีบาดแผลถลอกตามใบหน้า ทราบชื่อต่อมา นายนรินทร์ อายุ 20 ปี ภูมิลำเนาอยู่ที่ ต.บ่อทอง อ.หนองม่วง จ.ลพบุรี

ซึ่งเป็นลูกจ้างร้านรับซื้อตะกร้าพลาสติกใกล้เคียงที่เกิดเหตุ ริมตลิ่งพบรองเท้าแตะ และพระเครื่องตกอยู่ และยังมีรอยหญ้าริมทางราบก่อนจะงมในคลองพบ รถ จยย. ยี่ห้อ ยามาฮ่า รุ่นแอร์ร๊อกซ์ สีขาว สภาพใหม่ หมายเลขทะเบียน 7กธ-2313 กทม.จมอยู่ก้นคลอง จากการชันสูตรเบื้องต้นคาดว่า เสียชีวิตมาแล้วมากกว่า 24 ชม.

นายนัน อายุ 22 ปี สัญชาติลาวเปิดเผยว่า เมื่อเวลา 22.00 น. ของวันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 ที่ผ่านมา ตนเองและผู้ตายได้ขับขี่รถ จยย.คนละคันไปนั่งดื่มสุราที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในซอยแมนฮัตตั้น ก่อนที่ผู้ตายจะขอกลับในเวลา 00.01 น. ของวันที่ 2 พฤศจิกายน 2561

โดยขับรถกลับเองเพียงคนเดียว กระทั่งญาตผู้ตายโทรมาตามหาเพราะยังไม่เห็นผู้ตายกลับบ้านและออกตามหาวานนี้ทั้งวัน กระทั่งมีผู้ไปแจ้งว่า มีศพลอยอืดตนเองจึงรีบเดินทางมาตรวจสอบก็พบเป็นเพื่อนที่ไปนั่งดื่มสุราด้วยกันเมื่อวันก่อน คาดว่าน่าจะเกิดจาก รถ จยย.เสียหลักตกลงคลองและไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้จึงจมน้ำเสียชีวิต

ร.ต.อ.สุริยา ผลชู รอง สว.สอบสวน สภ.คลองหลวง เปิดเผยว่า ได้เชิญตัวผู้ที่อยู่กับผู้ตายเป็นคนสุดท้ายไปทำการสอบสวนเพิ่มเติมพร้อมทั้งให้อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งนำร่างผู้เสียชีวิตส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

 …

โจรกรรมแป้ก ! แบกถังแก๊สเป่าตู้เอทีเอ็มแต่แก๊สหมด-ตำรวจเร่งลากคอ

โจรกรรมแป้ก จ.สุพรรณบุรี พ.ต.ต.นพนันท์ เลื่องเลิศ สว.(สอบสวน) สภ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี รับแจ้งเหตุมีคนร้ายใช้แก๊สเป่าประตูเก็บเงินหลังตู้เอทีเอ็ม

โจรกรรมแป้ก ( 2 พ.ย. 61 ) ที่ จ.สุพรรณบุรี พ.ต.ต.นพนันท์ เลื่องเลิศ สว.(สอบสวน) สภ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี รับแจ้งเหตุมีคนร้ายใช้แก๊สเป่าประตูเก็บเงินหลังตู้เอทีเอ็ม ธนาคารออมสิน สาขาสามชุก ตลาดสามชุกร้อยปี ถนนมิตรสัมพันธ์ หมู่ 2 ต.สามชุก

โจรกรรมแป้ก
จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.สมบัติ อ่อนสมบูรณ์ ผกก.สภ.สามชุก พ.ต.ท.คมเดช ดอนปิ่นไพร รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.ชยิน แจ้งประจักษ์ รอง ผกก.ป. พ.ต.ท.บุรี อมรพิชิต สว.สส. เจ้าหน้าที่สืบสวน พร้อมเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ภ.จว.สุพรรณบุรี ไปตรวจสอบ

พบรอยไหม้ถูกแก๊สเป่าที่ประตูเซฟด้านหลังตู้เอทีเอ็มดังกล่าว และสายเคเบิลของสัญญาณกล้องวงจรปิดที่เชื่อมต่อมาจากตัวอาคารธนาคาร ถูกตัดขาดไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ

ล่าสุดเมื่อเวลา 12.00 น. ของวันนี้ ( 2 พ.ย. ) พ.ต.อ.อภิชิต สุรพินิจ รอง ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี พ.ต.ท.นิยม สุ่ยวงษ์ รอง ผกก.กก.สส.ภ.จวฬสุพรรณบุรี เข้าตรวจสอบเก็บหลักฐานเพิ่มเติม

ด้าน พ.ต.อ.อภิชิต สุรพินิจ รอง ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี เปิดเผยว่า คนร้ายน่าจะมีไม่ต่ำกว่า 2 คน ใช้รถยนต์เก๋ง มาโดยคนร้ายใช้น่าจะใช้ไม้ดันกล้องวงจรปิดให้เปลี่ยนทิศทาง ใช้คีมตัดสายสัญญาณกล้องวงจรปิด แล้วใช้แก๊สตัดด้านหลังตู้เอทีเอ็ม แต่คนร้ายไม่สามารถเอาเงินออกจากตู้ได้ คาดว่า อาจจะมีคนผ่านมาพบเห็น เนื่องจากเป็นช่วงเช้ามืดจะมีบรรดาพ่อค้าแม่ค้า ออกมาจำจ่ายซื้อของในตลาด ประกอบกับแก๊สคงจะหมดก่อนที่จะตัดตู้เอทีเอ็มออกได้

ด้าน นางนิภาวรรณ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 50 ปี ผู้จัดการธนาคารออมสินสาขาสามชุก เปิดเผยว่า ช่วงเช้าแม่บ้านของธนาคารมาเปิดธนาคาร กระทั่งมาพบว่า ที่ด้านหลังตู้เอทีเอ็ม ลักษณะถูกคนร้ายใช้แก๊สตัดเสียหาย จึงโทรแจ้งให้ผู้จัดการทราบแล้วให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สามชุก มาตรวจสอบ

ขณะที่ผู้จัดการธนาคารฝากไปถึงคนร้ายด้วยว่า ไม่ได้ดูข่าวบ้างเลยหรือยังไง เนื่องจากที่ผ่านมาคนร้ายที่โจรกรรมตู้เอทีเอ็มทุกรายไม่สามารถนำเงินเอาได้เลย บางรายเอาเงินไปได้แต่ก็ถูกตำรวจติดตามจับกุมตัวได้ทุกราย

ด้าน พ.ต.อ.อภิชิต สุรพินิจ รอง ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี เปิดเผยว่า คนร้ายน่าจะมีการมาดูลาดเลาเอาล่วงหน้าแล้ว จึงได้เตรียมไม้ยาวมาดันกล้องให้เปลี่ยนทิศทางไป แล้วจึงก่อเหตุใช้แก๊สตัดหลังตู้เอทีเอ็ม

ซึ่งขณะนี้ได้สั่งการให้กำลังชุดสืบสวนของ สภ.สามชุก ร่วมกับชุดสืบสวน ภ.จว.สุพรรณบุรี และชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 7 เร่งไล่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คาดว่า คนร้ายใช้เป็นเส้นทางหลบหนี คาดว่า จะสามารถสืบสวนติดตามจัดกุมตัวคนร้ายได้เร็วๆ นี้

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://www.sanook.com

 …