คลิปเหยื่อเพียบ ! แฉหนุ่มติดกล้องที่รองเท้า แอบถ่ายใต้กระโปรงสาวม.ดัง นาน 3 ปี

คลิปเหยื่อเพียบ จากกรณีเฟซบุ๊กของนักศึกษาหญิงรายหนึ่ง โพสต์ข้อความเกี่ยวกับเหตุการณ์ชายแอบถ่ายใต้กระโปรงผู้หญิงด้วยกล้องติดกับรองเท้า

คลิปเหยื่อเพียบ ภายในมหาวิทยาลัยชื่อดังย่านรังสิต โดยให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า คนร้าย สารภาพว่าเคยเป็นนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ รวมถึงได้ก่อเหตุดังกล่าวมากว่า 3 ปีแล้ว รวมถึงเคยถูกจับ แต่กลับมาก่อเหตุดังกล่าวอีกครั้ง

คลิปเหยื่อเพียบ

“วันนี้ตอนพักเที่ยง เรายืนรอแฟนอยู่หน้าเซเว่นโรงอาหาร… พอแฟนเดินออกมาก็เห็นผู้ชายคนนึงยืนอยู่ข้างหลังเรา ที่รองเท้ามีแสงสะท้อนเหมือนติดกล้องแอบถ่าย แฟนเราเข้ามาถามว่าทำอะไร มันรีบวิ่งหนี ดูมีพิรุธ เลยวิ่งตามไปจนจับได้ มันใส่รองเท้าผ้าใบสีดำ เจาะรู มีกล้องแอบถ่ายซ่อนอยู่ มันเคยเป็นนักศึกษา…คณะวิทย์ แต่โดนไทร์ ตอนนี้พักอยู่หอพัก…ใครพักหอเดียวกับมัน แล้วอยากรู้รายละเอียดเพิ่มเติมทักมาได้นะคะ”

“นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มันทำ มันสารภาพว่าทำตั้งแต่ 3 ปีที่แล้ว เคยโดนจับแล้วด้วย แต่ก็ไม่เข็ด ถึงทุกๆคน อย่าคิดว่าเรื่องแอบถ่ายเป็นเรื่องไกลตัว นี่ก็เคยโดนเตือน แต่ก็คิดมาตลอดว่ามันคงไม่เกิดกับเราหรอก หลังจากนี้จะคอยระวังตัวเองให้มากกว่านี้ นี่ได้ยินว่าเพิ่งมีแอบถ่ายในห้องน้ำที่เอสซีไป แล้วก็เคยมีที่… … ด้วย ไม่มีที่ไหนปลอดภัยจริงๆ ขอบคุณพี่วินมอไซค์ และทุกๆคน ที่เข้ามาช่วยเหลือ ช่วยแชร์เป็นอุทาหรณ์ด้วยนะคะ ใครมีความรู้ด้านกฎหมาย มีอะไรแนะนำด้วยนะคะ”

“เราเห็นคลิปในกล้องมันแล้ว มีคนโดนมันแอบถ่ายเยอะมากๆ มันเดินไปทั่วโรงอาหารเลยอ่ะ”

ขอบคุณแหล่งที่มา     https://www.sanook.com

พม่าโหดเพื่อนติดเงิน 180 บาท ตามทวงหวังซื้อเหล้าแต่ไม่ได้

พม่าโหดเพื่อนติดเงิน 180 บาท ก็ถูกบาดคอได้ พม่าโหดโมโหเพื่อนติดเงินค่าสนุกเกอร์ ตามมาทวงเงินแค่ 180 บาท หวังเอาไปซื้อเหล้ากินแต่ไม่ได้ ชักมีดปาดคอเพื่อนดื้อๆ

พม่าโหดเพื่อนติดเงิน 180 บาท วันที่ 29 ตุลาคม 2561 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์วิทยุ 191 สถานีตำรวจภูธรปากน้ำปราณ รับแจ้งเหตุ มีคนงานชาวเมียนมาถูกเพื่อนชาติเดียวกันใช้มีดปาดคอได้รับบาดเจ็บสาหัส ที่บริเวณโรงงานต้มปลาจิ้งจั้งตากแห้ง จึงวิทยุแจ้งเจ้าหน้าที่สายตรวจไปตรวจสอบพร้อมประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิสว่างแผ่ไพศาลธรรมสถานปราณบุรี

พม่าโหดเพื่อนติดเงิน

โดยจุดเกิดเหตุอยู่ด้านข้างห้องพักคนงาน เจ้าหน้าที่พบชายสัญชาติเมียนมา ชื่อนายโทน เลน อ่าว อายุ 27 ปี นั่งอยู่ที่เปล ไม่สวมเสื้อ ใส่กางเกงขาสั้นลายสก็อต สภาพอิดโรยอ่อนแรง ตัวซีด จากการเสียเลือดมาก ตรวจสอบที่บริเวณลำคอมีบาดแผลถูกของมีคมบาดยาว ประมาณ 10 ซม. มีเลือดไหลตลอดเวลา เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องช่วยปฐมพยาบาลเบื้องต้น และพยายามห้ามเลือดให้หยุดไหลก่อนจะรีบเคลื่อนย้ายคนเจ็บส่งโรงพยาบาลปราณบุรีให้แพทย์ทำการรักษาเป็นการด่วน

นายมิว เพื่อนชาวเมียนมาที่เห็นเหตุการณ์ เล่าให้ฟังว่า ตนนอนเล่นอยู่บนเปลข้างๆ นายโทน ซึ่งเปลผูกอยู่ห่างกันประมาณ 4 เมตร ต่อมาเห็นเพื่อนชาวเมียนมาซึ่งทำงานเป็นลูกเรือประมงอวนลาก ขี่รถซาเล้งมาด้วยกัน 2 คนแล้วมาจอดรถไว้ข้างหน้าหอพัก

จากนั้นมีชายตัวเล็ก ลักษณะผอม เดินตรงเข้ามาหานายโทน พร้อมทวงเงินที่นายโทนติดหนี้ค่าสนุกเกอร์ 180 บาทไว้เมื่อหลายวันก่อน เพื่อหวังเอาเงินไปซื้อเหล้า แต่นายโทนบอกว่าไม่มีเงินเพราะพึ่งไปกินเหล้ามาหมดเหมือนกัน ทำให้คนมาทวงเงินโมโห ทำท่าจะต่อยกัน ตอนนั้นตนก็ไม่ได้สนใจเพราะคิดแค่ว่ามาทวงเงินเท่านั้น

กระทั่งสักพักชายคนทวงเงินก็เดินไปขึ้นรถจักรยานยนต์ซาเล้งแล้วขับออกไปตนเลยหันไปมองนายโทนก็ต้องตกใจเพราะเห็นนายโทนนั่งอยู่ในสภาพเลือดไหลท่วมตัว ตนจึงรีบวิ่งไปบอกนายจ้างให้มาช่วย พร้อมให้โทรศัพท์แจ้งตำรวจด้วย ทั้งนี้ในเบื้องต้นทราบว่า ผู้ก่อเหตุเป็นลูกเรืออวนลาก เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเร่งติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

สุดโหด ! โจรขโมยเหล็กฉากฆ่าคนเฝ้าโกดัง จับแก้ผ้า-มัดมือเท้าหมกป่า

สุดโหด โจรขโมยเหล็กฉากฆ่าคนเฝ้าโกดัง มัดมือเท้าหมกป่า ตำรวจคาด มือสังหารเป็นคนที่ผู้ตายรู้จักดี

สุดโหด วันที่ 29 ต.ค. 61 พ.ต.อ.เอนก บุตรอินทร์ ผู้กำกับการ สภ.คลองกิ่ว อ.เมือง จ.ชลบุรี ได้รุดเข้าตรวจสอบบริเวณพื้นที่ของโรงงานแห่งหนึ่ง ที่ทำโกดังไว้สำหรับเก็บเหล็กฉาก หมู่ที่ 7 ต.คลองกิ่ว อ.เมือง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งความ มีคนถูกงูไม่ทราบชนิดรัดตาย

สุดโหด

โดยเมื่อไปถึงพบกับกระสุนปืนลูกซองจำนวน 3 นัด พอเดินเข้าได้พบกับศพของ นายศักดา อายุ 56 ปี เป็นคนรับจ้างเฝ้าพื้นที่แห่งนี้ ที่ห่างจากโกดังเก็บเหล็กประมาณ 300 เมตร ถูกถอดเสื้อผ้าจนเหลือกางเกงในเพียงตัวเดียวนอนคว่ำ หน้าถูกผ้ารัดปากและรัดมือไขว้หลัง

สอบถาม นางศศิธร อายุ 45 ปี ภรรยาของผู้ตาย เล่าว่า สามีได้รับจ้างเฝ้าพื้นที่เก็บเหล็กมา 10 ปี แล้วซึ่งมักจะคอยมาดูในช่วงตี 3-4 และจะกลับไปตอนเช้า แต่มาครั้งนี้สายแล้วยังไม่ออกมา เลยเดินมาตามก็พบว่าเป็นศพดังกล่าว โดยที่อาวุธปืนและโทรศัพท์หายไปด้วย

ด้าน นายวรรณดี อายุ 41 ปี เพื่อนของสนิทของผู้ตาย เผยว่า นายศักดาเคยพูดให้ฟังว่าระยะหลังมาเหล็กถูกลักขโมยก็เลยมาดู ถ้าได้ยินเสียงหมาเห่าและจะยิงปืนขู่ขึ้นฟ้า จนมาวันนี้ภรรยาของนายศักดาโทรศัพท์ไปหาตนที่กำลังทำงานอยู่ระยองว่าพบศพในป่า ตนเข้าใจผิดเลยโทรศัพท์ไปแจ้งความกับทางตำรวจว่าถูกงูรัดตาย

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า คนร้ายได้ก่อเหตุอย่างโหดเหี้ยม ที่จับถอดเสื้อแล้วลากลงมาฆ่าปิดปาก น่าจะเป็นคนที่ผู้ตายรู้จักกันดีแล้วมาเจอกำลังขโมยเหล็ก จึงทำการฆ่าอำพรางคดี เป็นเหตุชิงทรัพย์ ซึ่งจะเรียกคนงานที่ทำงานในโกดังเหล็กทั้งหมดมาสอบสวน เพื่อจะได้ตามจับคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา     https://www.sanook.com

เฒ่าวัย 79 ปี ขับรถไปไม่ถึงงานวิ่งการกุศล ถูกเก๋งเสยท้าย ดับยกคัน 3 ศพ

เฒ่าวัย 79 ปี ขับรถเตรียมจะไปร่วมงานวิ่งการกุศล แต่ถูกรถเก๋งเซียนพระเสยท้าย ดับยกคันในชุดวิ่งทั้ง 3 ราย

เฒ่าวัย 79 ปี ขับรถไปไม่ถึงงานวิ่งการกุศล ถูกเก๋งเสยท้ายผู้สื่อข่าวรายงานว่า (28 ต.ค.) เมื่อเวลา 05.30 น. สภ.บางใหญ่ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถชนกัน มีผู้เสียชีวิต จำนวน 3 ราย ที่เกิดเหตุ ตรงข้ามหมู่บ้านกฤษดานคร 10 บน ถ.รัตนาธิเบศร์ ต.เสาธงหิน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี

เฒ่าวัย 79 ปี

พบรถยนต์เก๋งฮอนด้า ซีวิค ทะเบียน พห.6042 กทม.ชนติดกับเสาไฟฟ้า ในสภาพพังเสียหายยับเยิน มีผู้เสียชีวิตติดคาซากรถ จำนวน 3 ราย เป็นชาย 2 หญิง 1 ส่วนรถคู่กรณีเป็นรถโตโยต้า พรีอุส สีดำ ทะเบียน ฆห. 459 กทม. ด้านหน้าและด้านขวาคนขับ ฝากระโปรงพังเสียหาย

โดยเจ้าหน้าที่มูลนิธิได้ช่วยกันใช้เครื่องมือตัดถ่าง นำเอาร่างของผู้เสียชีวิตทั้ง 3 คน ออกมา ทราบชื่อคนขับคือ นายนิวัฒน์ อายุ 79 ปี , นางอุไรวรรณ อายุ 75 ปี ภรรยา และ นายนนทชัย อายุ 53 ปี โดยผู้เสียชีวิตทั้งหมดสวมใส่ชุดลำลองในชุดวิ่ง มีบัตร แสดงหมายเลข บางใหญ่ มินิมาราธอน เดินวิ่งเพื่อสุขภาพ ต้านยาเสพติด ติดอยู่ด้านหน้า คาดว่าผู้เสียชีวิตทั้งหมดเตรียมจะไปร่วมงานดังกล่าว แต่ก็มาเสียชีวิตก่อน

ขณะที่คนในรถ รถโตโยต้า พรีอุส มาด้วยกัน 2 คน ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ทราบชื่อคนขับคือ นายสุทธิชัย อายุ 39 ปี ให้การว่า ตนเองมีอาชีพเช่าบูชาซื้อขายพระเครื่องบนห้างสรรพสินค้าชื่อดัง ก่อนเกิดเหตุได้ขับรถออกจากบ้านพร้อมเพื่อนเพื่อที่จะนำพระไปเข้าประกวดที่ศูนย์ราชการย่านแจ้งวัฒนะ ปากเกร็ด ที่จะมีงานประกวดพระเครื่องในเช้าวันนี้

แต่เกิดลืมเอากล้องถ่ายรูปไว้ จึงได้วนรถกลับมา เมื่อถึงที่เกิดเหตุ นายสุทธิชัย อ้างว่าถนนค่อนข้างมืด และรถตนเองติดฟิล์มดำมาก ไม่ทราบรถคู่กรณีที่เสียชีวิต ชนเข้ากับรถตนเองในลักษณะไหน ตนเองเมื่อทราบมีผู้เสียชีวิตจำนวนถึง 3 ราย ก็รู้สึกเครียดและเสียใจมาก

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำเซียนพระรายนี้ ไปสอบสวนที่ สภ.บางใหญ่ หาสาเหตุที่แน่ชัด และตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกาย พร้อมทั้งจะได้ตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดบนถนนดังกล่าว เพื่อให้แน่ชัด ส่วนศพผู้เสียชีวิตทั้ง 3 รายได้นำส่ง สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ก่อนมอบให้ญาติรับดำเนินการต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

คนไทยวิวาท นักท่องเที่ยว 2 ต่อ 1 ช่วยกันรุมแต่สู้ไม่ได้ ชักมีดแทงสาหัส

คนไทยวิวาท นักท่องเที่ยว มื่อเวลา 02.30 น ( 27 ต.ค. 61) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ได้รับแจ้ง เหตุทะเลาะวิวาทระหว่างคนไทยกับชาวต่างชาติ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดที่บริเวณ สี่แยกซอยเล้งกี่ ตัดไดอาน่า

คนไทยวิวาท นักท่องเที่ยว ที่เกิดเหตุมีประชาชน ต่างมุ่งดูเหตุการณ์เป็นจำนวนมาก เบื้องต้นพบผู้บาดเจ็บ เป็นชาวต่างชาติ ทราบชื่อคือ MR. Mohamad EL WAZZI อายุ 29 ปี สัญชาติเลบานอน สภาพถูกของมีคม แทงที่บริเวณ ใต้ราวนมซ้ายได้รับบาดเจ็บเลือดไหลอาบร่าง

คนไทยวิวาทนักท่องเที่ยว

เจ้าหน้าที่จึงได้รีบนำผู้บาดเจ็บส่ง รพ.เมืองพัทยา จากการสอบถามชาวบ้านผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ต่างชาติคนดังกล่าวกำลังยืนซื้อสินค้าอยู่บริเวณร้านแฟมิลี่มาร์ท

จากนั้นก็ได้มี ชายไทยจำนวน 2 คน ขับขี่ รถจักรยานยนต์ เข้ามาหาชาวต่างชาติ โดยโวยวายว่าชาวต่างชาติคนดังกล่าวขี่รถจักรยานยนต์เฉี่ยวชน แล้วชาวต่างชาติหลบหนีมาไม่ยอมขอโทษ

จากนั้นจึงเกิดมีปากเสียงกัน ก่อนจะมีการชกต่อยกันเกิดขึ้นจนชุลมุน แต่กลุ่มคนไทยไม่สามารถต่อสู้กับต่างชาติได้จึงได้รับบาดเจ็บ ส่วนชาวต่างชาติก็ได้รับบาดเจ็บถูกของแหลมแทงที่ใต้ราวนมซ้ายอาการสาหัส ภายหลังเกิดเหตุชายไทยทั้งสองต่างพากันหลบหนีไป

เบื้องต้นชุดสืบสวนได้ลงพื้นที่ตรวจสอบหาข้อมูลเพิ่มเติมและภาพจากกล้องวงจรปิดเพื่อติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนผู้บาดเจ็บจะได้สอบสวนเพิ่มเติมภายหลังจากการรักษาตัวอีกครั้ง

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://www.sanook.com

รวบ 2 สาว “มือตบทวงหนี้โหด” ประจานลงโซเชียล สาเหตุยืม 6,000 แล้วไม่ยอมคืน

รวบ 2 สาว เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 24 ต.ค. 61 พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี แถลงข่าวกรณีมีคลิปวิดีโอเผยแพร่ในสื่อโซเชียล

รวบ 2 สาว ซึ่งน.ส.ณิชาภา หรือ ฝ้าย อายุ 31 ปี ร่วมกับ น.ส.อุ่นเรือน หรือ เปิ้ล อายุ 33 ปี เข้าทำร้ายร่างกาย น.ส.วารุณี หรือ หนิง ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2561 บริเวณชายหาดหลังบ้านสุขาวดี หมู่ที่ 1 ตำบลนาเกลือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี จนทางตำรวจสถานีตำรวจภูธรบางละมุง มาตามจับได้ในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งในจังหวัดชลบุรี

รวบ 2 สาว

ด้าน น.ส.ณิชาภา มือตบในคลิปเปิดเผยว่า ในวันที่เกิดเหตุตนเองกับ น.ส.อุ่นเรือน ได้พบ น.ส.วารุณีโดยบังเอิญ จึงได้ทำการทวงถามถึงเงินที่ติดไว้ จำนวน 6,000 บาท โดยกำหนดส่งเฉพาะดอกเบี้ย 3 วันจ่าย 1 ครั้ง เป็นจำนวน เงิน 1,200 บาท ผู้เสียหายจ่ายเฉพาะดอกเบี้ยมาประมาณ 4-5 ครั้งแล้วขาดส่ง ทำให้ต้องติดตามทวงถามมาโดยตลอด และด้วยอารมณ์ชั่ววูบ จึงเข้าทำร้ายดังกล่าว

พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผู้บังคับตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี กล่าวว่า สำหรับคดีนี้ต้องชื่นชมทางตำรวจภูธรบางละมุง ที่ทำการกดดันผู้ต้องหาจนทำให้เข้ามอบตัวจนสามารถนำมาดำเนินคดีตามกฎหมายได้อย่างรวดเร็ว

ซึ่งได้ตั้งข้อหาในเบื้องต้นว่า ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ประกอบธุรกิจให้บริการสินเชื่อส่วนบุคคลโดยไม่ได้ขออนุญาต ให้บุคคลอื่นยืมเงินโดยคิดดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด และร่วมกันกระทำการทวงถามหนี้ในลักษณะข่มขู่ ใช้ความรุนแรง หรือการกระทำอื่นใดที่ทำให้เกิดความเสียหายแก่ร่างกายชื่อเสียง หรือทรัพย์สินของลูกหนี้หรือผู้อื่น

ขอบคุณแหล่งที่มา     https://www.sanook.com

งานศพเศร้าซ้ำ หนุ่มเมาคว้ากรรไกรแทงญาติดับกลางบ้าน อ้าง “ละเมอ” ไม่รู้ตัว

งานศพเศร้าซ้ำ ญาติช็อก! หนุ่มวัย 31 ปี เมาคลั่ง ใช้กรรไกรบุกแทงลูกพี่ลูกน้อง เสียชีวิตภายในบ้านที่จัดงานศพ จ.ชัยภูมิ อ้างละเมอไม่ได้สติ ก่อเหตุฆ่าไม่รู้ตัว

งานศพเศร้าซ้ำ (23 ต.ค. 61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 01.30 น. ร.ต.อ.วัชรินทร์ หูชัยภูมิ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองชัยภูมิ รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 สถานีตำรวจภูธรเมืองชัยภูมิ ว่าเกิดเหตุมีคนแทงกันเสียชีวิต ภายในบ้านงานศพในหมู่บ้านหนองบัวขาว ต.ชีลอง อ.เมือง จ.ชัยภูมิ จึงเร่งรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมหน่วยกู้ภัยสว่างคุณธรรมชัยภูมิ และแพทย์เวรโรงพยาบาล จ.ชัยภูมิ ร่วมชันสูตรพลิกศพ

งานศพเศร้าซ้ำ

ที่เกิดเหตุ พบเป็นบ้านไม้ 2 ชั้น ซึ่งบริเวณบนบ้าน พบชาวบ้านและญาติพี่น้องกำลังจับกลุ่มมุงดูร่างผู้เสียชีวิต ซึ่งอยู่ในสภาพนั่งฟุบคว่ำหน้าจมกองเลือด สวมเสื้อลายพลาง กางเกงขาสั้น ใกล้กันยังพบกรรไกรสีเขียว มีคราบเลือดติดอยู่ บริเวณใกล้ศพในที่เกิดเหตุ และยังพบหมอน ผ้าห่มกระจายไปทั่วบริเวณ โดยทราบชื่อผู้เสียชีวิตต่อมา คือ นายสหัส อายุ 46 ปี

ถัดไปภายในบ้านบริเวณที่เกิดเหตุพบ นายปรางค์ อายุ 31 ปี ซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุใช้กรรไกรแทง นายสหัส จนเสียชีวิต ในบ้านเกิดเหตุดังกล่าว ซึ่งทั้ง 2 คน เป็นลูกพี่ลูกน้องกัน โดยญาติๆ ของเจ้าของบ้านเกิดเหตุพากันจับคนร้ายมัดมือไว้ นั่งอยู่ในสภาพสะลึมสะลือเมาหนัก ให้การกับเจ้าหน้าที่วกไปวนมา พูดจาไม่รู้เรื่อง ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะควบคุมตัวไว้เบื้องต้น

สอบถามไปยังผู้ก่อเหตุ ได้รับสารภาพแต่เพียงว่าเป็นผู้ก่อเหตุแทง นายสหัส จนเสียชีวิต โดยที่ไม่รู้ตัวเองเลยว่าทำไปทำไม และไม่รู้ถึงสาเหตุในการก่อเหตุครั้งนี้ ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะขอควบคุมตัวสอบสวนดำเนินคดีต่อไป

ขณะที่ นางเยี่ยม อายุ 66 ปี ซึ่งเป็นญาติเจ้าของบ้าน เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุหลังจากเผาศพปู่ ซึ่งเป็นเจ้าของบ้านหลังนี้ล้มป่วยเสียชีวิตลง โดยตั้งศพสวดและเผาในช่วงบ่ายของวันที่ 22 ต.ค. ที่ผ่านมา หลังจากเสร็จงานก็กลับมานั่งกินข้าวกันอยู่บ้าน และก็ร่วมกับญาติๆ ช่วยกันเคลียร์ข้าวของ เพื่อที่จะรอเก็บกระดูกปู่ที่วัดในเช้าวันนี้ ก่อนที่ผู้ก่อเหตุและผู้ตาย ทั้ง 2 คน ซึ่งก็เป็นญาติลูกพี่ลูกน้องเพื่อนบ้านกัน มาช่วยงานและก็พากันนั่งดื่มสุรากันจนเมามาย ก่อนที่จะพากันแยกย้ายกันไปนอนบนบ้าน

จนใกล้เช้าวันนี้ก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น เมื่อตนเองได้ยินเสียงร้อง เหมือนเจ็บปวด จึงตื่นขึ้นมาดูก็พบ นายปรางค์ กำลังนั่งคร่อมใช้กรรไกรกระหน่ำแทง นายสหัส ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้อง ญาติกันแท้ๆ จนเลือดไหลออกมาเป็นกอง ท่ามกลางญาติที่กำลังนอนพักผ่อนเรียงกันอยู่อีกฝั่งบนบ้าน ทุกคนจึงตื่นมาพบเหตุการณ์ดังกล่าว และพากันกรีดร้องและห้ามปราม นายปรางค์ แต่ก็ดูเหมือน นายปรางค์ จะไม่มีสติ ก่อนที่ญาติจะเข้าไปล็อกตัว นายปรางค์ ออกมา ก็พบว่า นายสหัส ได้เสียชีวิตแล้ว จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ให้มาตรวจสอบในที่เกิดเหตุดังกล่าว

ด้าน ร.ต.อ.วัชรินทร์ หูชัยภูมิ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองชัยภูมิ พร้อมแพทย์เวรโรงพยาบาลชัยภูมิ หลังได้ตรวจสอบ ร่างกายและสถานที่เกิดเหตุในเบื้องต้น พบร่องรอยการต่อสู้และถูกทำร้าย ยังพบว่าผู้เสียชีวิต ถูกกรรไกรแทง จำนวน 2 แห่ง ซึ่งเป็นจุดสำคัญบริเวณลำคอบริเวณเส้นเลือดใหญ่ และขั้วหัวใจ ทำให้เสียชีวิตในครั้งนี้ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้นำตัวผู้กระทำความผิด ไปคุมขังที่ สภ.เมืองชัยภูมิ เพื่อสอบสวนหาสาเหตุในการก่อเหตุในครั้งนี้ เนื่องจากผู้ก่อเหตุยังให้การวกไปวนมา ไม่ได้สติ อ้างตัวเองเมาละเมอไม่ได้สติก่อเหตุไปโดยไม่รู้ตัวเท่านั้น ก่อนที่จะรวบรวมพยานหลักฐานส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป และจะมอบร่างผู้เสียชีวิตให้ญาติรับไปบำเพ็ญกุศลทางศาสนาต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://www.sanook.com

ฆ่าลูกฉันทำไม ! พ่อแม่ร่ำไห้ดูโฉมหน้า 2 มือมีดแทงหนุ่มตาย ย่านนิมมานฯ

ฆ่าลูกฉันทำไม ไม่พอใจขี่รถเฉี่ยว วัยรุ่นสองกลุ่มเปิดศึกทะเลาะ ย่านนิมมานเหมินทร์ สู้ไม่ไหวไล่แทงหนุ่มวัย 22 เสียชีวิตคาที่ แม่ร่ำไห้พร้อมถาม…ฆ่าลูกทำไม

ฆ่าลูกฉันทำไม ภาพวงจรปิดจากกล้องย่านถนนนิมมานเหมินทร์ ใจกลางเมืองเชียงใหม่ สามารถบันทึกภาพเหตุการณ์วัยรุ่น 2 กลุ่มขี่รถจักรยานยนต์ไล่ติดตามกันมา ก่อนจะมาจอดบริเวณริมฟุตปาธเยื้องซอย 5 ถนนนิมมานเหมินทร์ จากนั้นวัยรุ่นทั้งสองฝ่ายได้เปิดฉากชกต่อยกัน

ฆ่าลูกฉันทำไม

แต่ปรากฏว่าวัยรุ่นอีกกลุ่มสู้ไม่ได้จึงนำอาวุธมีดที่อยู่ใต้เบาะรถออกมาแทงใส่คู่กรณีได้บาดเจ็บ ทำให้ต้องวิ่งหนีเอาตัวรอด แต่กลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุยังวิ่งไล่ติดตามมาแทงซ้ำ กระทั่งเสียชีวิตและหลบหนีไป เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 02.30 น. ของวันที่ 21 ตุลาคมที่ผ่านมา

ล่าสุดชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่และชุดสืบสวนสถานีตำรวจภูธรภูพิงคราชนิเวศน์ สามารถแกะรอยผู้ต้องหาจากกล้องวงจรปิดกระทั่งจับกุมตัวผู้ก่อเหตุ 2 คน คือ นายเอกลักษณ์ อายุ 30 ปี จับกุมได้ที่ร้านนิคแทททู ที่เป็นเจ้าของร้าน และ นายธีระกุล อายุ 18 ปี

โดยเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา (22 ต.ค.) เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่จุดเกิดเหตุ โดยแม่ของนายวรภัทร์ อายุ 22 ปี ผู้เสียชีวิต ได้เดินทางมาดูหน้าผู้ต้องหา 2 คนขณะทำแผนด้วย พร้อมกับร่ำไห้ด้วยความเสียใจ และยังถามผู้ต้องหาว่า “ฆ่าลูกฉันทำไม”

เจ้าหน้าที่ตำรวจยังได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คน กราบขอขมาพ่อผู้เสียชีวิต ซึ่งพ่อของผู้เสียชีวิตได้กล่าวกับผู้ต้องหาว่า มีพ่อมีแม่หรือไม่ หากมีก็ควรจะเข้าใจ ขอให้ปรับนิสัยเสียใหม่ หากเป็นลูกผู้ชายจริงๆ

จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งสองคนไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ บริเวณจุดที่ผู้ต้องการขี่รถจักรยานยนต์ไล่ติดตามกันจนมาจอดรถและชกต่อย กระทั่งผู้ต้องหาใช้อาวุธมีแทงนายวรภัทร์เสียชีวิต ส่วนอีกจุดบริเวณหน้าปากซอยทางเข้าโครงการประเสริฐแลนด์ ซึ่งเป็นจุดที่ทั้งสองฝ่ายขี่รถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนกันจนล้ม ทำให้มีเรื่องทะเลาะวิวาทกัน

ทางด้าน พ.ต.อ.พิเชษฐ จีระนันตะสิน รักษาการ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเดินทางมาควบคุมการทำแผน กล่าวว่า สาเหตุที่เกิดขึ้นเพราะวัยรุ่นทั้งสองกลุ่มดื่มสุรามา จึงควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ เมื่อขี่รถมาเฉี่ยวชนกันจึงเกิดมีปากเสียงกันขึ้น

ขณะที่ผู้เสียชีวิตไม่ใช้คู่กรณีโดยตรง แต่ขี่รถติดตามเพื่อนที่ขี่รถเฉี่ยวชนกับผู้ต้องหา ก่อนจะมีการท้าทายให้ชกต่อยกัน ผู้เสียชีวิตจึงขี่รถติดตามมา เพื่อหวังจะช่วยเพื่อนแต่กลับถูกแทงเสียชีวิตดังกล่าว

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://www.sanook.com

หนุ่มจิตหลอนคนเดิม คลั่งเผาบ้านตัวเองวอด ซ้ำต้นปีเคยจุดไฟใส่รถ 2 คัน

หนุ่มจิตหลอนคนเดิม ชาวบ้านเอือมระอา หนุ่มจิตหลอนคลั่งจุดไฟเผาบ้านตัวเองวอดวายทั้งหลัก เมียกับญาติส่ายหัวไม่มีใครอยู่ร่วมชายคา ซ้ำเมื่อต้นปีเคยเผารถจักรยานยนต์พังไป 2 คันแล้ว

หนุ่มจิตหลอนคนเดิม (21 ต.ค.) เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ร.ต.อ.ทรงเดช เฮียงก่อ รอง สว.(สอบสวน) สภ.ทองแสนขัน จ.อุตรดิตถ์ ได้รับแจ้ง จากศูนย์วิทยุ 191 ว่า ที่ตรงข้ามกับองค์การบริหารส่วนตำบลน้ำพี้ ถนนป่าขนุน-วังผาชัน หมู่ที่ 7 ต.น้ำพี้ อ.ทองแสนขัน มีเหตุไฟไหม้บ้าน จึงรีบรุดไปที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยกู้ภัยอุตรดิตถ์(มอส)และรถดับเพลิง 3 คัน เร่งฉีดน้ำสกัดเพลิงไฟ บ้านหลังดังกล่าวที่กำลังลุกไหม้ เพื่อไม่ให้เพลิงไฟลุกรามไปยังบ้านใกล้เคียง โดยได้ใช้เวลา 90 นาที เพลิงจึงสงบลง

หนุ่มจิตหลอนคนเดิม

นายมนูญ คำบุญมา อายุ 51 ปี ผู้บ้านหมู่ที่ 7 ต.น้ำพี้ เล่าให้ฟังว่า ผู้ก่อเหตุครั้งนี้คือ นายรุ่งโรจน์ อายุ 24 ปี ซึ่งเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมาก็เคยก่อเหตุเผารถจักรยานยนต์วอดวายมาก่อนแล้ว และเมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมาเคยขู่ว่าจะเผาบ้าน กระทั่งมาเกิดเหตุขึ้นจริงๆ

เท่านั้นยังไม่พอ ยังให้ นางสุนี ผู้เป็นยายไปไปกู้เงิน ธ.ก.ส.บอกว่าจะไปหางานทำที่ลำปาง โดยก่อนเกิดเหตุ นางสุนี และนายธวัชชัย ผู้เป็นลุง ไม่ได้อยู่ที่บ้าน เพราะทนพฤติกรรมของหลานไม่ไหว จึงขอย้ายไปอยู่กับญาติที่ต่างหมู่บ้าน

หลังจากการตรวจสอบพบว่าบ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านของนางสุนี แต่ปัจจุบันให้ นายรุ่งโรจน์ หลานชายได้อยู่อาศัย ซึ่งเป็นบ้านสองชั้นครึ่งปูนครึ่งไม้ นายรุ่งโรจน์เป็นผู้ก่อเหตุจนได้รับความเสียหายทั้งหลัง โดยในขณะที่เกิดเหตุ น.ส.ศิริวรรณ อายุ 26 ปี ภรรยาที่เพิ่งอยู่กินกันมาประมาณ 4 เดือน ไม่ได้อยู่บ้านด้วย

ในส่วนป่วยอาการทางจิตนั้น ทางญาติได้เคยนำตัว นายรุ่งโรจน์ ไปรักษา รพ.สวนปุง จ.เชียงใหม่ กระทั่งพบว่าหายแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ทองแสนขัน ได้ควบคุมตัวไว้เพื่อส่งโรงพยาบาลทองแสนขัน เพื่อตรวจปัสสวะว่ามีการเสพยาติดหรือไม่

เบื้องต้นได้แจ้งให้ตำรวจพิสูจน์หลักฐานมาตรวจสอบที่เกิดเหตุในการวางเพลิงในครั้งนี้ ส่วนข้อหากำลังอยู่สืบสวนสอบสวนว่าคนวางเพลิงเผาบ้านตนเองในครั้งนี้ มีแรงจูงใจจากเหตุอะไรและได้เก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุเพื่อตั้งข้อหาและดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://www.sanook.com

หนุ่มโพสต์สั่งลา ตัดพ้อรัก “ขออยู่กับเธอตลอดไป” ก่อนยิงตัดขั้วหัวใจ

หนุ่มโพสต์สั่งลา อดีตทหารเกณฑ์คว้าปืนยิงตัดขั้วหัวใจ เสียชีวิตคาบ้านไม่มีใครรู้ พบโพสต์เฟซบุ๊กสั่งลา ตัดพ้อถึงความรักกับแฟนสาว “จะขออยู่กับเธอตลอดไป…”

หนุ่มโพสต์สั่งลาร.ต.อ.เฉลิมพล แก้วเนตร รองสารวัตรสอบสวน สภ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ ได้รับแจ้งมีเหตุคนเสียชีวิต ที่บ้านหลังหนึ่งใน อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ จึงได้รายงานผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนจะประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน แพทย์เวรโรงพยาบาลประโคนชัย และหน่วยกู้ภัยร่มไทร ร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุตามที่ได้รับแจ้ง

ที่เกิดเหตุเป็นบ้าน 2 ชั้น ครึ่งปูนครึ่งไม้ เมื่อเข้าไปตรวจสอบบริเวณชั้น 2 ของบ้าน พบศพ นายโกวิทย์ อายุ 26 ปี อดีตทหารเกณฑ์ นอนจมกองเลือดอยู่บนที่นอน ในสภาพสวมกางเกงขาสั้น เสื้อยืดแขนสั้น บริเวณหน้าอกด้านซ้ายพบถูกกระสุนปืนยิงตัดขั้วหัวใจ

หนุ่มโพสต์สั่งลา

ใกล้ศพผู้ตายยังพบกระสุนปืนลูกซองเบอร์ 12 ตกอยู่จำนวน 2 นัด ถูกยิงไปแล้วแต่ไม่แตก 1 นัด ข้างศพผู้ตายยังพบอาวุธปืนลูกซองสั้นไทยประดิษฐ์วางอยู่ด้วย จากการตรวจสอบสภาพศพเบื้องต้นไม่พบร่องรอยการต่อสู้หรือถูกทำร้าย มีเพียงรอยถูกกระสุนปืนยิงที่บริเวณหน้าอกเท่านั้น ซึ่งสอดคล้องกับการสอบปากคำชาวบ้านใกล้เคียง ให้ข้อมูลตรงกันว่าไม่มีผู้ใดเข้า-ออกในบ้านหลังดังกล่าว ส่วนยายและน้าของผู้ตายก็ออกไปทำธุระนอกบ้าน ทำให้ผู้ตายอยู่บ้านเพียงลำพัง เบื้องต้นจึงสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นการฆ่าตัวตาย

จากการสอบถาม นางเสก ยายผู้ตาย ให้การว่า นายโกวิทย์ อาศัยอยู่ด้วย หลังจากพ่อแม่แยกทางกัน โดยช่วงเกิดเหตุตนออกไปทำธุระข้างนอก พอกลับมาถึงบ้านก็ไม่พบความผิดปกติอะไร กระทั่งจะไปซักผ้าในห้องน้ำ ก็พบรอยเลือดหยดลงมาจากพื้นชั้นสอง จึงรีบวิ่งขึ้นไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น

เมื่อขึ้นไปเห็นก็ต้องตกใจ เพราะพบร่างหลานชายนอนจมกองเลือดอยู่ เมื่อเข้าไปดูก็พบว่าหลานเสียชีวิตแล้วโดยมีอาวุธปืนและกระสุนตกอยู่ข้างตัวด้วย จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ให้มาตรวจสอบ ก่อนหน้านี้หลานเคยบ่นในลักษณะตัดพ้อให้ฟัง เกี่ยวกับความสัมพันธ์กับแฟนสาวที่ทะเลาะกันบ่อย ทำให้ระยะหลังๆ หลานมีอาการเหงาซึมและเก็บตัว แต่ไม่คิดว่าหลานจะคิดสั้นดังกล่าว

ทั้งนี้จากการตรวจสอบข้อมูลทางเฟซบุ๊กส่วนตัวของผู้ตาย พบว่าเพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนจะก่อเหตุ ยังโพสต์ข้อความและภาพในลักษณะตัดพ้อเรื่องความรัก และกล่าวบอกลาเพื่อนๆ ว่า

“ในวันที่ผิดพลาด เราไม่อาจกับไปแก้ไขได้ เราพยายามยังไงก็ไม่มีประโยชน์ แต่ถือว่าเราได้ทำแล้ว ไม่เสียใจในสิ่งที่ทำ ถึงแม้วันนี้ฉันอยากกอดเธอ แค่สัมผัสมือเธอแค่ไหนก็ไม่มีทาง ระยะเวลา 4 ปี 11 เดือนของเรามันลำบากมาก หนทางที่ก้าวร่วมกันมา มันก็มาถึงที่สุดแล้ว ถึงพี่จะจน พี่ก็ไม่เคยได้หวังอะไรจากเธอ ก็แค่ลมปากคนอื่น สัญญาจากลูกผู้ชายคนนี้ที่มีให้ จะขออยู่กับเธอตลอดไป รักเธอ” และข้อความสุดท้ายระบุว่า “ลาก่อนครับ ทุกคน”

นอกจากนี้ผู้ตายยังได้เขียนข้อความและทิ้งรหัสบัตรเอทีเอ็มของตัวเองใส่กระดาษวางไว้บนหัวที่นอนด้วย แต่ไม่ได้ระบุว่าให้ใคร

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้ทำการตรวจสอบเก็บหลักฐาน และบันทึกภาพที่เกิดเหตุไว้เป็นหลักฐาน ก่อนจะให้หน่วยกู้ภัยฯ นำศพผู้ตายส่งไปผ่าพิสูจน์ที่โรงพยาบาลจังหวัดสุรินทร์ เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงอีกครั้งต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://www.sanook.com