ขั้นตอนบำรุงผม หลังยืดผม โดยเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับยืดผมที่ไม่ทำให้ผมเสีย

ขั้นตอนบำรุงผม หลังยืดผม ผมคนเรานอกจากจะสั้นยาวไม่เท่ากันแล้วยังไม่สามารถกำหนดหรือบังคับให้เส้นผมตรงสลวยได้ สาวๆหลายคนจึงใช้วิธีช่วยยืดผมเพื่อทำให้เส้นผมตรงดูเป็นธรรมชาติ

ขั้นตอนบำรุงผม หลังยืดผม โดยเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับยืดผมที่ไม่ทำให้ผมเสียมากเกินไปเพราะการยืดผมแบบใช้สารเคมีเข้ามากระตุ้นให้โครงสร้างของเส้นผมเปลี่ยนไปเส้นผมจึงเยียดตรงไม่หยิกงอ เมื่อสารเคมีโดนเส้นผมโครงสร้างของเส้นผมที่ไม่เคยชินกับสารเคมีเกิดการต่อต้านและแสดงผลลัพธ์ออกมานั่นก็คือทำให้เส้นผมแห้ง แตกปลาย

ขั้นตอนบำรุงผม

สีผมเปลี่ยนไปและจะยิ่งรุนแรงขึ้นหากไม่ทำการบำรุงรักษาสภาพเส้นผม ภายหลังจากการยืดผมทุกครั้งจึงต้องหันมาดูแลและบำรุงสุขภาพของเส้นผมเพื่อไม่ให้สภาพเส้นผมแย่มากเกินไป

เคราติน ผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผมอย่างเคราตินช่วยทำให้เส้นผมเงางาม ลดอาการขาดหลุดร่วง ผมแตกปลายและชี้ฟู ลักษณะของเคราตินเป็นของเหลวใสใช้ชะโลมที่เส้นผมขณะที่เส้นผมยังเปียกหมาดๆ ควรใช้ทุกวันหลังสระผมเสร็จเพื่อปิดเกร็ดผมไม่ให้ความชุ่มชื้นระเหยออกไปจากโครงสร้างภายใน

ไข่แดง โปรตีนที่อยู่ในไข่แดงเป็นสารอาหารที่จำเป็นสำหรับเส้นผมที่ต้องการฟื้นฟูสภาพโครงสร้างภายในให้กลับมามีสภาพที่เงางามและดกดำดังเดิม ไข่แดงเป็นสูตรหมักผมที่ยุ่งยากในการเตรียมวัตถุดิบแต่ถ้าได้ลองหมักซักครั้งรับรองว่าคุณจะพึงพอใจในผลการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

น้ำผึ้ง สูตรหมักผมเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับเส้นผมเสมือนเพิ่งทำทรีทเม้นท์มาหมาดๆ เพราะน้ำผึ้งมีความหวานที่จะกลายมาเป็นสารอาหารที่ช่วยบำรุงเส้นผมให้กลับมามีน้ำหนัก ไม่พันกัน ไม่แห้งฟู ข้อควรระวังเมื่อเลือกหมักผมด้วยสูตรน้ำผึ้งคือต้องล้างทำความสะอาดให้ทั่วถึงหลังจากเวลาผ่านไป 15 นาที มิฉะนั้นมดอาจจะตามมาเยี่ยมเยียนคุณถึงที่

โยเกิร์ต วิธีหมักผมสำหรับคนที่ต้องการฟื้นฟูสภาพเส้นผมภายใน 1 เดือนต้องใช้วิธีหมักผมด้วยสูตรโยเกิร์ตชะโลมลงไปที่เส้นผมโดยลงหรือผสมกับน้ำผึ้งเล็กน้อยหมักทิ้งไว้ประมาณ 15 นาทีเสร็จแล้วล้างออกด้วยน้ำเย็นเพื่อปิดเกร็ดผมไม่ให้เส้นผมกลับมาแห้งเสียเพราะผ่านการยืดผมลมสวย

 

สารพัดวิธีช่วยบำรุงเส้นผมหลังจากการยืดผมด้วยสารเคมีเข้มข้น เวลาที่ใช้ในการบำรุงแตกต่างกันที่ความเข้มข้นของสารอาหารที่จะเข้าไปบำรุงโครงสร้างของเส้นผมไม่ให้แย่ไปมากกว่านี้ สามารถเลือกใช้วิธีใดวิธีหนึ่งหรือใช้หลายๆวิธีร่วมกันเพื่อเร่งให้สภาพของเส้นผมกลับมาดูมีน้ำหนัก ไม่ชี้ฟู ดูเงางาม เปล่งประกาย ทำให้เส้นผมดูตรงสวยตามธรรมชาติ

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.meemodel.com

ใส่รองเท้าส้นสูง บ่อยต้องฟัง ! 3 ท่าบริหาร คลายอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ

ใส่รองเท้าส้นสูง บ่อยต้องฟัง ! 3 ท่าบริหาร เพราะความสวยเป็นของคู่กับผู้หญิง จึงไม่แปลกอะไรที่สาวๆ จะขอใส่รองเท้าส้นสูงเพิ่มความมั่นใจสักหน่อย

ใส่รองเท้าส้นสูง บ่อยต้องฟัง ! 3 ท่าบริหาร เพราะความสวยเป็นของคู่กับผู้หญิง จึงไม่แปลกอะไรที่สาวๆ จะขอใส่รองเท้าส้นสูงเพิ่มความมั่นใจสักหน่อย ซึ่งสาวๆ หลายคนก็อาจจะทราบดีอยู่แล้วว่า การใส่รองเท้าส้นสูงนั้นมีผลกระทบต่อร่างกายมาก ไม่ว่าจะเป็น ปวดเมื่อยบริเวณเท้า

และน่อง เท้าผิดรูป เพราะเราจะต้องลงน้ำหนักตัวไปที่โคนนิ้วเท้า เข่าแอ่น หลังแอ่น ตลอดจนกระดูกสันหลังโค้งผิดรูป แน่นอนว่าการยืนอยู่บนรองเท้าส้นสูงตลอดเวลา ย่อมทำให้เราไม่สบายตัวชัวร์ๆ วันนี้เราเลยมี ท่าบริหาร ยืดกล้ามเนื้อฝ่าเท้า-หลัง เพื่อลดอาการเป็นตะคริวที่น่อง และอาการปวดหลัง มาฝาก

ท่าบริหารยืดกล้ามเนื้อฝ่าเท้า-หลัง
1. นั่งพื้นเหยียดขาทั้งสองไปด้านหน้า กางขาออกเล็กน้อย ยืดหลังตรง งอขาไว้เล็กน้อย กระดกปลายเท้าเข้าหาตัว

ใส่รองเท้าส้นสูง

2. ไต่มือไปด้านหน้า โดยไม่ให้หลังโก่งงอ ให้จับความรู้สึกเหมือนหลังแอ่น ในขณะที่ก้มหลังลง จนรู้สึกตึงที่ต้นขาด้านหลัง

ใส่รองเท้าส้นสูง

3. หากยังไม่ตึงให้เหยียดเข่าทั้งสองข้าง หรือก้มหลังมากขึ้น หรือกระดกปลายเท้ามากขึ้น ความรู้สึกจะตึงตลอดแนวตั้งแต่ฝ่าเท้า น่อง ข้อพับ ต้นขาด้านหลัง จนไปถึงหลัง

4. ทำประมาณ 5 ครั้ง ต่อ 1 set ทำวันละ 3 set

พนันออนไลน์

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://women.mthai.com

ขั้นตอน การตัดเย็บเสื้อผ้า (แบรนด์ตัวเอง) และเป้าหมายที่วางไว้

ขั้นตอน การออกแบบเสื้อผ้าได้ตามต้องการแล้ว ก็มาถึงกระบวนการตัดเย็บ ซึ่งจะเป็นการทำงานอย่างมีขั้นตอน

ขั้นตอน โดยเริ่มจากการวิเคราะห์แบบที่ต้องการ งบประมาณเรื่องเงินที่ต้องใช้จ่าย วิเคราะห์เรื่องเครื่องมืออุปกรณ์ วางแผนการ เตรียมการ และการเย็บ ว่าจะใช้เวลาใด เมื่อไร นานเท่าไร และในการปฏิบัติการควรประเมินผลการทำงาน

โดยทั่วไปแล้วกระบวนการตัดเย็บเสื้อผ้ามีลำดับตามขั้นตอนดังต่อไปนี้

1. ขั้นตอนการวัดตัว เป็นการวัดขนาดเพื่อตรวจสอบความกว้าง ความยาว ความหนา ของสัดส่วน ซึ่งการวัดตัวนี้สำคัญมาก เพราะว่าจะส่งผลถึงลักษณะของผลสำเร็จ เช่น ผลงานได้สัดส่วน สวมใส่ได้สวยงามเหมาะสม หรือผลงานตึงรั้งสวมใส่ไม่ได้

2. ขั้นตอนการสร้างแบบและแยกแบบ ทำได้โดยการนำสัดส่วนที่ได้วัดขนาดไว้หรือการออกแบบมาสร้างแบบตัดหรือแพ็ทเทิร์น (Pattern) ลงกระดาษสร้างแบบ ตามกระบวนการของการสร้างแบบเสื้อผ้าแต่ละชนิด เช่น สร้างแบบตัดเสื้อ สร้างแบบตัดกระโปรง สร้างแบบตัดกางเกง เป็นต้น

3. ขั้นตอนการคำนวณผ้า เลือกผ้า การตัดเย็บเสื้อผ้านั้นเราควรคำนวณผ้าให้ถูกต้องเพื่อความประหยัดและเลือกผ้าให้เหมาะสมกับประโยชน์ใช้สอย โดยคำนึงถึงคุณสมบัติของผ้า ซึ่งผลิตจากเส้นใยแต่ละชนิด เช่น ผ้าฝ้าย จะเป็นผ้าที่ได้จากเส้นใยของเมล็ดฝ้าย ซับน้ำได้ดี ทนต่อความร้อนสูง แต่ยับง่าย, ผ้าไนลอน เป็นผ้าใยสังเคราะห์ ไม่ทนต่อความร้อนและแสงแดด จับจีบได้ คงรูป เป็นต้น

ขั้นตอน

4. ขั้นจัดเตรียมผ้า เป็นการจัดเตรียมวัสดุที่เกี่ยวข้องกับการเย็บทุกชนิด เช่น เข็ม ด้าย กรรไกร ผ้า จักรเย็บผ้าบริเวณปฏิบัติงาน และแสงสว่าง เป็นต้น

สำหรับผ้าที่ต้องการตัดเย็บ ถ้าไม่แน่ใจว่าจะหดหรือไม่ ควรนำผ้าไปแช่น้ำ ถ้าเป็นผ้าขาวให้แช่ด้วยน้ำเปล่า ถ้าเป็นผ้าสีให้แช่ในน้ำเกลือ โดยแช่ประมาณ 3 ชั่วโมง และนำไปผึ่งให้แห้ง พร้อมทั้งจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ในการตัดเย็บให้ครบถ้วน

5. ขั้นตอนการวางแบบตัดและตัดผ้า ในขั้นตอนนี้ควรระมัดระวัง โดยอ่านรายละเอียดบนแบบตัด การทำเครื่องหมายต่างๆ ที่เขียนไว้ และกดรอยผ้าเส้นเย็บทุกเส้น เพื่อเป็นเครื่องหมายหรือเป็นเส้นแนวในการเย็บ

6. ขั้นตอนการตรวจสอบคุณภาพ เป็นการตรวจสอบคุณภาพของงาน ซึ่งในการตรวจสอบคุณภาพของงานตัดเย็บเสื้อผ้าที่สวยงาม ไม่ผิดพลาด ควรตรวจสอบทั้งขณะทำการเย็บ เช่น เนาลองตัว ตรวจสอบการประกอบการเย็บทุกขั้นตอน ตรวจสอบความเรียบร้อยของตะเข็บ เป็นต้น

7. ขั้นตอนการแก้ไขจุดบกพร่อง ในการตัดเย็บผ้าทุกชนิด เมื่อพบข้อบกพร่องไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ ควรดำเนินการแก้ไขเพื่อให้ได้ผลงานที่สวยงามและมีคุณภาพ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://cheechongruay.smartsme.co.th

สบู่ล้างหน้า ลดสิว คุมมัน หน้าขาวใส สภาพผิวแบบไหนก็ใช้ได้

สบู่ล้างหน้า แนะนำสบู่ก้อนล้างหน้ายอดนิยมที่สาว ๆ เลือกใช้กันมากที่สุด นอกจากจะทำความสะอาดผิวหน้าได้หมดจด ยังช่วยลดสิว คุมความมัน

สบู่ล้างหน้า  ถ้าพูดถึงการใช้สบู่ล้างหน้า หลายคนคงคิดว่าใช้แล้วต้องทำให้หน้าแห้ง ระคายเคืองใช่ไหมล่ะคะ แต่ว่าปัจจุบันคงคิดแบบเดิมไม่ได้เแล้ว

เพราะสบู่ล้างหน้าสมัยนี้มีนวัตกรรมดี ๆ ในการปรับปรุงสูตรและเพิ่มสารสกัดใหม่ ๆ ที่ทำให้ประสิทธิภาพของสบู่ก้อนแตกต่างไปจากเดิม คือ นอกจากจะช่วยทำความสะอาดผิวหน้าได้สะอาดหมดจดแล้ว ยังไม่ดึงความชุ่มชื้นออกจากผิว

แถมยังเพิ่มส่วนบำรุงผิวเข้ามาอีกด้วย เรียกว่าครบจบในก้อนเดียว ไม่ต่างจากการใช้โฟมล้างหน้าเลยล่ะค่ะ

ซึ่งหากสาว ๆ คนไหนที่กำลังมองหาสบู่ก้อนล้างหน้าดี ๆ ใช้อยู่ละก็ วันนี้กระปุกดอทคอมก็ได้รวบรวมสบู่ล้างหน้าทั้ง 10 ก้อน 10 แบรนด์ มาแนะนำกันแล้ว จะมียี่ห้อไหนที่สาว ๆ นิยมใช้บ้าง ตามมาดูกันเลย

1. โพรเทคส์ ไทย เทอราพี สูตรวิตามิน C&E

สบู่ล้างหน้าตัวนี้เป็นสบู่สมุนไพรค่ะ มีส่วนผสมจากธรรมชาติ อุดมไปด้วยวิตามิน C และ E ที่ช่วยบำรุงผิวหน้ากระจ่างใส ฟองสบู่นุ่มละเอียด แถมหอมกลิ่นส้มนิด ๆ ใช้ล้างหน้าแล้วรู้สึกสะอาดสดชื่นมาก ๆ พอใช้ไปสักพักจะรู้สึกว่าหน้าเนียนและกระจ่างใสขึ้น ขนาด 130 กรัม ราคา 48 บาทค่ะ

สบู่ก้อน

2. แพรอท เฮอร์บัล สูตรมะนาวคาเวียร์ ไวท์เทนนิ่ง

อีกหนึ่งสบู่สมุนไพรที่ใช้ทำความสะอาดผิวหน้าได้อย่างสะอาดล้ำลึกและอ่อนโยน ยิ่งตัวนี้สามารถใช้ตาข่ายตีฟองมาทำเป็นวิปโฟมนุ่มละมุน น่าใช้สุด ๆ แถมยังมีกลิ่นสมุนไพรอ่อน ๆ ใช้แล้วรู้สึกหน้านุ่มชุ่มชื้นขึ้น ยิ่งใช้ต่อไปเรื่อย ๆ ประมาณหนึ่งสัปดาห์จะรู้สึกว่าผิวหน้ากระจ่างใส รอยสิวดูจางลง ขนาด 120 กรัม ราคาก้อนละ 48 บาทค่ะ

สบู่ก้อน

3. ซิตร้า ทานาคา ไวท์เทนนิ่ง สครับ

ตัวนี้เหมาะมาก ๆ สำหรับสาวหน้ามัน มีปัญหาสิวและรอยสิว ใช้ไปสักพักจะรู้สึกว่าหน้าขาวขึ้น สิวลดลง สบู่มีสารสกัดจากทานาคาและมะขาม ช่วยบำรุงผิวให้เรียบเนียน ดูกระจ่างใส ลดรอยดำจากสิว และความมันบนใบหน้า แถมยังหอมกลิ่นอ่อน ๆ แบบธรรมชาติ และมีเม็ดสครับช่วยในการขัดผิวหน้าอีกด้วย ขนาด 110 กรัม ราคา 48 บาท

สบู่ก้อน


4. Bennett C&E

สำหรับตัวนี้จัดเป็นสบู่ล้างหน้าตัวฮิตของสาว ๆ อีกตัวหนึ่งเลยล่ะคะ ใช้แล้วช่วยลดสิวอักเสบ สิวผด ลดความมันได้ดีเยี่ยม แต่อาจรู้สึกผิวแห้งนิด ๆ หลังล้างหน้า จึงต้องควรทาครีมบำรุงควบคู่ด้วย และเมื่อใช้ไปเรื่อย ๆ จะเห็นว่าสิวค่อย ๆ ยุบลง หน้าขาวใสขึ้น แถมรอยสิวและรอยแผลเป็นดูจางลงอีกด้วยค่ะ ขนาด 130 กรัม ราคาประมาณ 47 บาท

สบู่ก้อน


5. อิงอร สูตรมะขามแท้

สบู่สมุนไพรมะขามแท้ตัวนี้ สาว ๆ หลายคนชอบใช้กันมาก มีความหอมกลิ่นสบู่แบบโบราณ ๆ ฟองเยอะ ล้างออกง่าย ใช้แล้วรู้สึกผิวหน้าสะอาดหมดจด ยิ่งใช้ไปนาน ๆ ยิ่งรู้สึกว่าผิวดูกระจ่างใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ เนียนนุ่ม ไม่แห้งตึง ทั้งยังช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดออก ขนาด 85 กรัม ราคา 22 บาท

สบู่ก้อน

6. ภูมิพฤกษา สบู่มังคุด

สบู่ใสมังคุดตัวนี้ขอบอกเลยว่าเหมาะกับคนที่เป็นสิวมาก ๆ ช่วยลดสิวอักเสบ สิวเสี้ยน และสิวอุดตัน ใช้ไปสักระยะจะรู้สึกได้ว่ารูขุมขนกระชับ หน้ากระจ่างใส ไร้สิวใหม่กวนใจ แถมยังรู้สึกว่าหน้าเนียนนุ่มชุ่มชื่นขึ้นอีกด้วย ไม่ต้องกลัวผิวแห้งตึง เหมาะกับทุกสภาพผิว ขนาด 40 กรัม ราคาประมาณ 29 บาทค่ะ

สบู่ก้อน

7. Madame Heng  Clear Spots Soap

สำหรับสูตรต้นตำรับของมาดามเฮงตัวนี้ เหมาะกับผู้ที่มีปัญหารอยสิว รอยฝ้า หน้าหมองคล้ำ หลังใช้เสร็จรู้สึกว่าหน้าสะอาดมาก ๆ ค่ะ หอมกลิ่นอ่อน ๆ แบบธรรมชาติ ฟองเยอะ …

สวยทันวันแต่ง! 5 วิธีดูแลตัวเอง เตรียมตัวเป็นเจ้าสาว แบบไม่ต้องซื้อคอร์ส

สวยทันวันแต่ง! 5 วิธีดูแลตัวเอง เตรียมตัวเป็นเจ้าสาว แบบไม่ต้องซื้อคอร์สงานแต่งงาน ถือเป็นงานที่ยิ่งใหญ่สำหรับผู้หญิงอย่างเราๆ มากเลยนะคะ เพราะงานแบบนี้มันมีแค่ครั้งเดียวในชีวิต

สวยทันวันแต่ง! 5 วิธีดูแลตัวเอง เตรียมตัวเป็นเจ้าสาว แบบไม่ต้องซื้อคอร์สงานแต่งงาน ถือเป็นงานที่ยิ่งใหญ่สำหรับผู้หญิงอย่างเราๆ มากเลยนะคะ

เพราะงานแบบนี้มันมีแค่ครั้งเดียวในชีวิต จึงไม่แปลกเลยว่าทำไมสาวๆ ถึงอยากจะดูสวยและเป๊ะให้มากที่สุดในวันงาน เอาล่ะค่ะ เดี๋ยววันนี้ Women MThai จะมาบอกเคล็ดลับวิธีดูแลตัวเองให้ฟังว่าต้อง เตรียมตัวเป็นเจ้าสาว อย่างไร ให้สวยราวกับเจ้าหญิง

เตรียมตัวเป็นเจ้าสาว

5 วิธี เตรียมตัวเป็นเจ้าสาว
1. บำรุงหน้าให้ฉ่ำ

นอกจากจะต้องวางแผนงานแต่งงานล่วงหน้าแล้ว สาวๆ อย่าลืมจัดแจ้งวางแพลยการบำรุงผิวหน้าไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ นะ ช่วงก่อนงานสัก 1-2 เดือนเนี่ย เป็นช่วงอันตราย ห้ามทดลองผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เด็ดขาด!! ขืนแพ้ขึ้นมา มันจะไม่คุ้มเอานะ ทางที่ดี เลือกเป็นการนวดหน้า มากส์หน้า ทำทรีตเม้นต์บำรุงผิวจะดีกว่า

2. ออกกำลังกายปั้นหุ่นให้สวย

งานสำคัญมาถึงทั้งที จะให้สวยแค่หน้าได้อย่างไร หุ่นมันก็ต้องมาด้วยสิเธอ จริงมะ? งานนี้ปั้นไปเลยค่ะ ทั้งเอว แขน ขา ก้น ต้องกระชับ แนะนำว่าเป็นพวกสควอช คาดิโอ โยคะ หรือเวทเทรนนิ่ง ก็ไม่เลวนะคะ คราวนี้ชุดแต่งงานแบบไหนก็มั่นใจใส่ได้ ไม่มีโป๊ะ แถมคุณเจ้าบ่าว ยังได้เซอร์ไพรส์กับหุ่นสวยๆ ในคืนวันเข้าหออีกด้วยนะ อิอิ

3. เลือกทานอาหารซะบ้าง

งานนี้ออกกำลังกายอย่างเดียวคงเอาไม่อยู่ สาวๆ จะต้องรู้จักเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ซะบ้าง เน้นเป็นพวกโปรตีน ผัก ผลไม้ พวกของมัน ของทอด โซเดียมทั้งหลาย งดไปก่อนเลยค่ะ ถ้าไม่อยากให้พุงยื่นในวันงาน ต้องใจแข็งเข้าไว้!

4. พักหน้าก่อนงานสำคัญมาถึง

ข้อนี้สำคัญมากนะคะสาวๆ ถ้ารู้ตัวว่า อีกไม่กี่วันจะถึงวันสำคัญแล้ว สาวๆ ไม่ควรประโคมทุกอย่างลงไปบนใบหน้า ควรให้หน้าได้มีวันพักผ่อนซะบ้าง ก็จะช่วยให้เครื่องสำอางติดทนได้นานขึ้น แอบบอกนิดนึงว่า ถ้าอยากให้หน้าเด้ง เนียนนุ่ม มากส์หน้าก่อนเข้านอนสัก 15-20 นาทีดูสิ เป๊ะแน่นอน

5. พักผ่อนเยอะๆ ได้เปรียบ

เมื่อเราพักผ่อนอย่างเพียงพอ จะทำให้ผิวหน้าเราดูสุขภาพดี ตาไม่โบ๋ ไม่ดูอิดโรย แถมยังแต่งหน้าติดทนนานกว่าอีกด้วยนะ เพราะฉะนั้นถ้ารู้ตัวว่า พรุ่งนี้จะเป็นวันสำคัญ ก็ควรดื่มน้ำ แล้วก็พักผ่อนเยอะๆ ไม่ต้องกังวลอะไรทั้งสิ้นค่ะ คราวนี้ไม่สวย ไม่เป๊ะ ให้มันรู้ไปค่ะ

ขอบคุณแหล่งที่มา  https://women.mthai.com

ขั้นตอนบอกลา ผิวหน้าหมองคล้ำ ทำง่ายได้ผล ไม่เชื่อ… ต้องลอง

ขั้นตอนบอกลา ผิวหน้าหมองคล้ำ ทำง่ายได้ผล ไม่เชื่อ… ต้องลองอยากบอกลาผิวหน้าหมองคล้ำให้หายไปโดยเร็ว ทาครีมหน้าขาวบำรุงแต่เพียงอย่างเดียวอาจไม่เห็นผลลัพธ์อย่างชัดเจนเพียงพอ

ขั้นตอนบอกลา ผิวหน้าหมองคล้ำ ทำง่ายได้ผล ไม่เชื่อ… ต้องลองอยากบอกลาผิวหน้าหมองคล้ำให้หายไปโดยเร็วลองมาใช้ 5 ขั้นตอนที่จะทำให้หน้าใสเหล่านี้ดูสิ เป็นอีกหนึ่งสูตรหน้าใสไร้ความหมองคล้ำที่สาวๆ ไม่ควรพลาดอย่างยิ่งเลยล่ะ

ขั้นตอนที่ 1 ทำความสะอาดผิวหน้าอย่างหมดจด

สิ่งสำคัญในการล้างหน้า สำหรับสาวๆ ที่แต่งหน้าบ่อยๆ ห้ามละเลยการเช็ดเครื่องสำอางออกให้หมดจดก่อน โดยเช็ดด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเครื่องสำอางโดยตรง ให้ชุบผลิตภัณฑ์ด้วยแผ่นสำลีแล้วเช็ดจนทั่วทั้งเปลือกตา ริมฝีปากและผิวหน้าจนกว่าสำลีจะขาวสะอาด จากนั้นจึงล้างหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่อ่อนโยน เหมาะสมกับสภาพผิว และอาจจะเช็ดหน้าอีกครั้งด้วยโทนเนอร์ตบท้ายก็ได้ แต่ควรเลือกใช้โทนเนอร์ประเภทปราศจากแอลกอฮอล์จะดีที่สุด ไม่เช่นนั้นจะทำให้ผิวแห้งตึง นำมาซึ่งริ้วรอยและปัญหาสิวภายหลัง

 

ขั้นตอนบอกลา
ขั้นตอนที่ 2 ผลัดความหมองคล้ำด้วยการผลัดเซลล์ผิวเก่า

เซลล์ผิวเก่าที่เสื่อมสภาพแล้ว เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผิวหน้าหมองคล้ำได้ง่าย แถมยังหยาบกร้านและทำให้เนื้อครีมบำรุงไม่สามารถซึมซาบสู่ผิวอย่างล้ำลึกได้ดีนัก แนะนำให้หมั่นสครับผิวหน้าอยู่เป็นประจำ เพื่อกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวเก่า ทำอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง แค่นี้ผิวหน้าก็จะขาวกระจ่างใสขึ้น และไม่มีปัญหาหมองคล้ำอีกต่อไปแล้วค่ะ

ขั้นตอนที่ 3 ประคบผิวหน้าและนวดหน้า

นำผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นบิดหมาด จากนั้นนำมาประคบลงบนผิวหน้าอย่างเบามือ วิธีนี้จะช่วยให้รูขุมขนเปิดออกและกระตุ้นระบบไหลเวียนเลือดบนใบหน้า จากนั้นจึงนวดหน้าด้วยครีมบำรุงผิวสูตรเข้มข้น แต่สำหรับสาวผิวมัน ควรหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์นวดหน้าที่มีส่วนประกอบจากน้ำมัน เพื่อป้องกันการอุดตันรูขุมขนและช่วยไม่ให้หน้ามันเยิ้มจนเกินไป ควรนวดหน้าเป็นวงกลมตามแนวขึ้นไปอย่างเบามือ จนกว่าเนื้อครีมจะค่อยๆ ซึมลงสู่ผิว

ขั้นตอนที่ 4 มาส์กบำรุงผิวหน้าและดวงตา

เข้าสู่ขั้นตอนการมาส์กหน้า ซึ่งเป็นสูตรหน้าใสที่สาวๆ หลายคนนิยมทำกันอย่างมาก โดยคุณสามารถมาส์กหน้าได้เลยโดยไม่ต้องเช็ดครีมนวดหน้าเมื่อสักครู่ออก สำหรับมาส์กที่เลือกใช้ก็เลือกใช้จากแผ่นมาส์กสำเร็จรูป หรือมาส์กแบบสูตรโฮมเมดที่ทำขึ้นเองก็ได้ หยิบเอาวัตถุดิบจากธรรมชาติอย่างมะนาว มะขามเปียก โยเกิร์ต น้ำผึ้งและผงขมิ้นมาผสมกันก็จะได้สูตรมาส์กหน้าใสง่ายๆ แล้ว ในส่วนของมาส์กดวงตา เพียงหั่นแตงกวาหรือมันฝรั่งมาวางบนเปลือกตาสองข้าง อาจนอนแช่ตัวในอ่างอาบน้ำเพื่อความผ่อนคลายด้วยก็นับว่าไม่เลวทีเดียว ใช้เวลามาส์กประมาณ 20-30 นาที ตามสะดวก จากนั้นอาบน้ำล้างหน้าให้สะอาด

ขั้นตอนที่ 5 ทาครีมบำรุงผิวขาว

สูตรหน้าใสที่สาวๆ นิยมทำกันหลังจากพอกหน้าแล้ว ก็คือ การเลือกใช้ครีมบำรุงผิวขาวอย่างเหมาะสมนั่นเอง แน่นอนค่ะว่าหากเราไม่เลือกใช้ผลิตภัณฑ์จำพวกไวท์เทนนิ่ง การจะมีผิวหน้าขาวใสไร้ความหมองคล้ำย่อมเป็นไปได้ยากแน่นอน ดังนั้น สาวๆ อาจจะเลือกใช้เซรั่มที่มีส่วนผสมจากไวท์เทนนิ่งเข้มข้นหรือครีมหน้าขาวโดยเฉพาะก็ได้เช่นกัน นำมาทาบำรุงและทาตบท้ายด้วยครีมกันแดดเพื่อป้องกันผิวสวยๆ จากรังสี UV เพียงเท่านี้กับ 5 ขั้นตอนของการปรนนิบัติผิวขาวใสก็เป็นอันเสร็จ

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://www.sanook.com

 …

วิธีสร้างรอยยิ้ม สุดมั่นใจ พร้อมสนุก ทุกนัดสังสรรค์เสน่ห์น่ามองเสมอ

วิธีสร้างรอยยิ้ม สุดมั่นใจ พร้อมสนุก ทุกนัดสังสรรค์เสน่ห์น่ามองเสมอ ในงานเฉลิมฉลองรอยยิ้มก็เหมือนด่านแรกในการสานสัมพันธ์ ไม่ว่ากับเพื่อน คนรัก ครอบครัว หรือเพื่อนร่วมงาน

วิธีสร้างรอยยิ้ม สุดมั่นใจ พร้อมสนุก ทุกนัดสังสรรค์เสน่ห์น่ามองเสมอในงานเฉลิมฉลองรอยยิ้มก็เหมือนด่านแรกในการสานสัมพันธ์ ไม่ว่ากับเพื่อน คนรัก ครอบครัว หรือเพื่อนร่วมงานใครๆ ก็ต้องการเห็นรอยยิ้มที่สดใสของคุณมากกว่าสีหน้าบึ้งตึง นิ่งเฉย

วิธีสร้างรอยยิ้ม

หรือประหม่าไม่มั่นใจ ดังนั้นเรามาเช็ตรอยยิ้มให้สวยงามทุกวัน ไม่ว่าจะนัดสังสรรค์ปาร์ตี้ที่ไหนคุณก็ยังเป็นคนมีเสน่ห์น่ามองเสมอ

1 .ตัดสิ่งกวนใจก่อนงานปาร์ตี้
ตลอดทั้งวันไม่ว่าจะเจองานยุ่งเหยิง หรือมีสิ่งกวนใจแค่ไหน ก่อนเข้างานพบปะสังสรรค์ควรหาเวลาว่างสักชั่วโมง ทบทวนความพร้อมของตัวเอง

ทำงานอดิเรกที่ชอบ ฟังเพลง ทานขนมโปรด หรือโทรศัพท์ระบายความวิตกกังวลกับเพื่อนที่รู้ใจ ฯลฯ สิ่งเหล่านี้จะเป็นการค่อยๆ ปล่อยวางความเครียดไปบ้าง พร้อมสร้างอินเนอร์ความสุขเล็กน้อยๆ ให้คุณยิ้มออกมาได้จากใจอย่างเป็นธรรมชาติ

2.ทำความสะอาดช่องปากเสมอ
ยิ้มสวยๆ ต้องอยู่คู่กับฟันที่สะอาด การแปรงฟัน ใช้ไหมขัดฟัน และบ้วนปาก ก่อนไปสังสรรค์ กลิ่นของลมหายใจที่สะอาดจะทำให้คุณเป็นคนมั่นใจได้อย่างน่าอัศจรรย์

และยังเป็นที่ประทับใจของคู่สนทนาด้วย ควรหาเวลาแปรงฟันอย่างน้อยวันละสองครั้งรวมทั้งทำความสะอาด

ลิ้นและโคนลิ้นอันเป็นแหล่งเจริญเติบโตของแบคทีเรียเป็นประจำ ทำความสะอาดซอกฟันด้วยไหมขัดฟัน เป็นวิธีที่เร็วและง่ายที่สุดในการขจัดเศษอาหารจากฟันและเหงือก อย่าลืมพกน้ำยาบ้วนปากขวดเล็กๆ ติดกระเป๋าไว้เสมอ

3.คืนความชุ่มชื้นสู่ริมฝีปาก
ปัญหาปากแห้งจากการทาลิปสติกรวมทั้งการขาดน้ำล้วนส่งผลให้ริมฝีปากนั้นแห้งและแตกได้ ซึ่งแก้ได้ด้วยสองวิธีง่ายๆ ดังนี้ เริ่มจากขัดริมฝีปากเบาๆ ด้วยน้ำตาลทรายละเอียดขณะอาบน้ำ

จากนั้นล้างให้สะอาดแล้วนวดบำรุงด้วยบาล์มชนิดให้ความชุ่มชื้นสูงแต่ปราศจากเมนทอลและน้ำหอมเพียงเท่านี้ก็กลับมา มีริมฝีปากอวบอิ่มสุขภาพดีได้ไม่ยาก คืนรอยยิ้มคู่กับสีลิปสติกสวยๆ กลับมาได้อย่างเพอร์เฟ็กต์

4.อย่าละเลยทันตกรรม
เข้าพบหมอฟันเพื่อตรวจความบกพร่องของช่องปากเป็นประจำ เพราะแค่ฟันผุนิดเดียวก็อาจสร้างกลิ่นปากและความเจ็บจี้ดชวนยิ้มไม่ออกได้ ยังมีเรื่องของหินปูน คราบชา กาแฟ ที่ปล่อยให้หนาเป็นคราบเหลืองเมื่อไหร่

รอยยิ้มของคุณจะไม่ชวนมองทันที ที่สำคัญควรลงทุนกับการฟอกสีฟันให้ขาวสะอาดสักหน่อย รับรองรอยยิ้มของคุณจะสวยมากขึ้นอีกเป็นสิบๆ เท่า

5.ลิปสติกเสริมความมั่น
สีสันบนเรียวปากช่วยเสริมให้ใบหน้าและรอยยิ้มสดใส แต่ควรเลือกให้ถูกกับสีฟันและเนื้อลิปสติกต้องไม่ทำร้ายกันด้วยการติดฟันทุกๆ ครั้งที่ขยับปาก สีแดงเข้มที่มีเบสของสีน้ำเงินผสมอย่างสีเชอรี่ แดงกำมะหยี่

จะช่วยให้ฟันดูขาวขึ้น ต่างจากสีส้มที่มีเบสของสีเหลืองมากหน่อยจะสะท้อนกับสีฟันใฟ้ดูเหลืองมากขึ้น หากเป็นสีชมพูต้องหลีกเลี่ยงโทนชมพูอมน้ำตาลเพราะจะดึงสีฟันให้เหลืองไปด้วย ควรเป็นสีชมพูสด สว่าง

หรือชมพูอ่อนเหมือนนมเย็นที่ผสมเบสของสีขาว จะทำให้รอยยิ้มคุณดูอ่อนเยาว์ สดใสมากขึ้น ปิดท้ายด้วยเทคนิคเล็กๆ หลังทาลิปสติกให้นำกระดาษเช็ดหน้าพันที่นิ้วชี้แล้วเช็ดคราบลิปสติกที่อยู่ด้านในริมฝีปากออกทั้งบนและล่าง เท่านี้ลิปสติกก็จะไม่ติดฟันระหว่างวันแล้ว

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://th.hellomagazine.com

เรดเรด เครื่องสำอางที่มากับคอนเซปต์ “สวยเปลี่ยนโลก “

เรดเรด เครื่องสำอางที่มากับคอนเซปต์ “สวยเปลี่ยนโลก “

เรดเรด เครื่องสำอางที่มากับคอนเซปต์ “สวยเปลี่ยนโลก “แบรนด์เครื่องสำอางคุณภาพเยี่ยม โดย คุณยุวเรต ศรุตานนท์ ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘สวยเปลี่ยนโลก’ ที่บรรจงคัดสรรวัตถุดิบชั้นเลิศจากแหล่งธรรมชาติที่ดีที่สุด

พร้อมผ่านกระบวนการผลิตด้วยเทคนิคพิเศษเทียบเท่ามาตรฐานระดับสากล โดยมีผลิตภัณฑ์ไฮไลท์เป็นลิปสติก

และแป้งทาหน้าผสมรองพื้น ซึ่งสีของลิปสติกแต่ละเฉดนั้นล้วนได้รับแรงบันดาลใจมาจากสไตล์เฉพาะตัวอันน่าจดจำของหญิงสาวผู้โด่งดังในระดับโลก

โดยลิปสติกของ ‘เรด เรด’ นั้น เป็นเนื้อซอฟท์ แมท สูตรพิเศษที่ติดทนนานและให้สัมผัสเนียนนุ่ม สามารถช่วยเติมเต็มริมฝีปากให้โดดเด่นและสะกดทุกสายตาด้วยเม็ดสีที่คมชัด

ซึ่งอุดมไปด้วยวิตามินอี, สารสกัดจากดอกคาโมมายล์ (Bisabolol), น้ำมันสกัดบริสุทธิ์จากผลอาร์แกน, สารสกัดจากถั่วเหลือง (Soybean) และสารสกัดจากกรดอะมิโน จากพืชธรรมชาติ ที่ช่วยบำรุงให้ริมฝีปากมีความชุ่มชื้นเนียนนุ่มน่าสัมผัส

และยังปราศจากแอลกอฮอล์, น้ำหอม และสารกันเสีย ซึ่งจะไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวปาก โดยประกอบไปด้วย 12 เฉดสีด้วยกัน

 

และนอกจากลิปสติกทั้ง 12 เฉดสีที่เป็นไฮไลท์ของแบรนด์แล้ว ยังมีแป้ง ‘เรดเรด ทูเวย์ วิ้ง 360 พาวเดอร์’ (REDRED 2 WAY WINK 360 POWDER) แป้งทาหน้าผสมรองพื้นและสารป้องกันแสงแดด ให้ใบหน้าคงความสดใส ไม่มันวาว ตินทนนาน

และสีแป้งไม่ดร็อปในระหว่างวัน ด้วยส่วนผสมจาก ซิลิกา (Silica), ไนลอน-12 (Nylon-12) และ ไฮดรอกซีแอพาไทต์ (Hydroxyapatite) ที่ช่วยดูดซับความมันส่วนเกินบนใบหน้า แต่จะไม่ทำให้ผิวแห้งจนเกินไป อีกทั้งยังช่วยขับให้วสว่างกระจางใสอย่างเป็นธรรมชาติ

พร้อมปกป้องผิวจากรังสียูวี ด้วยค่า SPF25 PA++ พร้อมมอบความชุ่มชื้นสู่ผิวด้วยวิตามินอี ซึ่งมีให้เลือก 2 เฉดสีด้วยกัน ได้แก่ 01 สการ์เลต (Scarlett) เหมาะสำหรับผิวขาว และ 02 นิโคล (Nicole) สำหรับสาวผิวสองสี

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://women.mthai.com

ประโยชน์ของโยเกิร์ต เพียงหนึ่งถ้วย แต่ให้สารพัดประโยชน์

ประโยชน์ของโยเกิร์ต เพียงหนึ่งถ้วย แต่ให้สารพัดประโยชน์

ประโยชน์ของโยเกิร์ต เพียงหนึ่งถ้วย แต่ให้สารพัดประโยชน์ ที่คุณจะฟินได้มากกว่าแค่กินทราบกันดีอยู่แล้วว่าโยเกิร์ตมีประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย แต่ที่เจ๋งไปกว่านั้นคือ โยเกิร์ตไม่ได้มีดีแค่กินได้! แต่ยังสามารถนำมาทาและพอกผิวหน้า รวมไปถึงฟื้นฟูผมเสีย

หรือจะใช้ขจัดคราบสนิมก็สามารถทำได้ด้วย Women Mthai จะพาคุณไปทำความรู้จักกับโยเกิร์ตและประโยชน์ของมันให้มากขึ้น ตามมาเลยจ้า…

ประโยชน์ของโยเกิร์ต

1. ฟื้นฟูผมเสียให้กลับมาเงางาม
ไม่ว่าคุณจะมีเส้นผมประเภทใดก็ตาม หรือเพิ่งไปลงเคมีจัดๆ กับเส้นผม จนผมเสีย ดูแห้งหยาบกร้าน โยเกิร์ตสามารถเยียวยาเส้นผมและจิตใจของคุณได้ค่ะ เพราะโปรตีนในโยเกิร์ตจะช่วยเสริมความแข็งแรงให้กับเส้นผม ซึ่งจะช่วยซ่อมแซมผมที่แตกปลาย ในขณะที่กรดแลคติคจะให้ความชุ่มชื่นแก่เส้นผมของคุณ นอกจากนี้ยังมีวิตามินบี 12 และสารอาหารต่างๆ ที่ช่วยลดรังแคและป้องกันผมหงอกก่อนวันอันควรอีกด้วย

 

สาวๆ จึงควรหมักผมด้วยโยเกิร์ตบ้าง อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง โดยผสมโยเกิร์ต น้ำผึ้ง และว่านหางจระเข้ ในอัตราส่วนเท่า ๆ กัน คนจนเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วนำมาชโลมให้ทั่วเส้นผมตั้งแต่รากจรดปลาย หมักทิ้งไว้ประมาณ 20-30 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น โปรตีนจากโยเกิร์ตและว่านหางจระเข้จะช่วยบำรุงให้เส้นผมชุ่มชื่นสวยงาม

 

2. ช่วยให้หน้าใส
เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า กินโยเกิร์ตช่วยให้ขับถ่ายสะดวก ลำไส้สะอาด ดังนั้นใบหน้าของเราก็ต้องใสอย่างแน่นอน แต่รู้หรือไม่ว่าโยเกิร์ตนั้นสามารถนำมาพอกหน้าเพื่อบำรุงผิวพรรณ และช่วยผลัดเซลล์ผิวได้อย่างอ่อนโยน ทำให้ผิวหน้าเนียนนุ่มและขาวกระจ่างใสขึ้นได้ รวมถึงช่วยบรรเทาการอักเสบของสิวได้อีกด้วย โดยโยเกิร์ตเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากธรรมชาติ ไม่มีสารตกค้าง และไม่เป็นอันตรายต่อผิว

หากสาวๆ มีรอยดำจากสิวหรือมีรอยคล้ำจากแดด ลองใช้สูตรโยเกิร์ต 1/2 ถ้วย + นํ้ามะนาว 1 ช้อนชา นำมาพอกลงบนผิวหน้าจนทั่ว โดยพอกหน้าด้วยโยเกิร์ตทิ้งไว้ 20 นาที แล้วล้างออกให้สะอาด รับรองหน้าใสไร้สิว และยังช่วยให้ใบหน้าอ่อนเยาว์ ไม่แก่ก่อนวัยอีกด้วย

3. ใช้ขัดคราบทองเหลืองและทองแดงให้วาววับ
ใช้โยเกิร์ตทาให้ทั่วเครื่องทองเหลือง จากนั้นก็ปล่อยให้โยเกิร์ตแห้ง แล้วจึงเช็ดออกด้วยผ้าที่แห้งและนุ่ม เสร็จแล้วล้างเครื่องทองเหลืองให้สะอาดหมดจดอีกครั้ง เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้มีกลิ่นโยเกิร์ตติดอยู่

4. ป้องกันเชื้อรา
สำหรับสาวๆ ที่กังวลเรื่องกลิ่นอับและเชื้อราในช่องคลอด จนเกิดความไม่มั่นใจ แนะนำให้ทานโยเกิร์ตเป็นประจำนะคะ มันช่วยได้จริงๆ เพราะว่าแลคโตบาซิลลัสในโยเกิร์ตนั้น ช่วยลดเชื่้้อราได้

5. ส่งเสริมศิลปะให้ลูก
สิ่งที่คุณต้องทำก็คือ หยดสีผสมอาหารลงในโยเกิร์ตรสธรรมชาติ แค่นี้คุณก็ไม่ต้องกังวลว่าลูกน้อยจะเผลอกินสีน้ำหรือสีโปสเตอร์เข้าปาก เพราะสีสันสวยๆ จากสีโยเกิร์ตที่คุณทำขึ้นนี้ปลอดภัยและกินได้ แถมยังช่วยส่งเสริมทักษะศิลปะให้ลูกได้อีกด้วย

6. สปาเท้านุ่ม
หากไม่อยากเปลืองเงินไปกับการเข้าร้านทำเล็บแล้วล่ะก็ หยิบโยเกิร์ตมา 1 ถ้วย ผสมเข้ากับวอลนัทบด แค่นี้ก็นำมาสครับเท้าที่หยาบกร้านให้กลับมาชุ่มชื่นนุ่มนวลได้แล้ว

7. ป้องกันแผลในกระเพาะ
ป้องกันแผลในกระเพาะ แลคโตบาซิลลัสจะช่วยหยุดยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ H.Pylori ซึ่งเป็นสาเหตุของแผลในกระเพาะกว่า 90% ที่สำคัญยังช่วยรักษาสุนัขหรือแมวที่มีอาการปวดท้องได้ด้วย โดยเหมาะสำหรับสุนัขและแมวที่มีน้ำหนักไม่เกิน 15 ปอนด์ โดยให้เพิ่มโยเกิร์ต 2 ช้อนชาในมื้ออาหาร 1 ช้อนโต๊ะสำหรับสุนัขขนาดกลาง, 2 ช้อนโต๊ะสำหรับสุนัขที่มีน้ำหนัก 35-85 ปอนด์ และ 3 ช้อนโต๊ะสำหรับสุนัขตัวใหญ่ที่มีน้ำหนัก 85 ปอนด์

8. ช่วยให้ขนสุนัขเงางาม
สุนัขของคุณมีขนหมองคล้ำแม้หลังจากอาบน้ำหรือไม่? ถ้าใช่ ลองเอาโยเกิร์ตชโลมไปที่ขนสุนัข (3 ถ้วยสำหรับสุนัขขนาดใหญ่) นวดให้ซึมและปล่อยทิ้งไว้สัก 5 นาที หลังจากนั้นอาบน้ำให้น้องหมาอีกรอบ คุณจะสังเกตเห็นได้ชัดเจนเลยว่า ขนสุนัขนั้นเงางามขึ้น เพราะโยเกิร์ตทำงานในลักษณะเดียวกับที่ใช้ในการปรับสภาพเส้นผมของเรานี่แหละ

9. ลดอาการไหม้แดด
ว่านหางจระเข้และครีมโกนหนวดไม่ใช่วิธีเดียวที่สามารถรักษาผิวไหม้ได้อย่างรวดเร็ว คุณสามารถบรรเทาพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบได้โดยใช้โยเกิร์ตธรรมดา และปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที โยเกิร์ตไม่เพียงช่วยระบายความร้อน แต่ด้วยคุณสมบัติต้านเชื้อแบคทีเรีย จะช่วยยับยั้งการเผาไหม้จากการติดเชื้อและช่วยให้ผิวชุ่มชื่นขึ้นได้ดีอีกด้วย

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://women.mthai.com

 …

ประโยชน์ ของน้ำมันมะพร้าว ของดีราคาถูก ที่หลายคนอาจมองข้าม

ประโยชน์ ของน้ำมันมะพร้าว ของดีราคาถูก ที่หลายคนอาจมองข้าม

ประโยชน์ ของน้ำมันมะพร้าว ของดีราคาถูก ที่หลายคนอาจมองข้าม น้ำมันมะพร้าว เป็นของดีราคาถูกที่สาวๆ หลายคนอาจมองข้ามไป ด้วยความที่ว่ามันหาได้ง่าย และอยู่ใกล้ตัว จนบางครั้งเราก็มัวแต่ไปมองสินค้าราคาแพงเกินเอื้อม แบรนด์นอกหรูหรา

 

โดยที่ลืมไปว่าของบ้านๆ ที่เรามีอยู่นี่แหละ คือสิ่งที่ดีที่สุด ที่สำคัญประโยชน์ของน้ำมันมะพร้าวยังมีอยู่มากมาย สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ทั้งเรื่องของสุขภาพ และความงาม รวมไปถึงการใช้ชีวิตประจำวันของพวกเรา แล้วคุณจะรู้ว่าน้ำมันมะพร้าวมีประโยชน์ แบบที่เราไม่คาดคิดมาก่อนเลยนะ

ประโยชน์

1. น้ำมันมะพร้าว สามารถป้องกันโรคกระดูกพรุน

โรคกระดูกพรุนนี้เป็นภัยเงียบที่น่ากลัวมากสำหรับคนเรา โดยเฉพาะผู้หญิง ที่สำคัญโรคนี้มักจะเกิดขึ้นกับผู้หญิง จากการศึกษาพบว่าผู้หญิงจะมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคกระดูกพรุน มากกว่าผู้ชายถึง 4 เท่า ถ้าไม่อยากเป็นโรคนี้ วิธีการป้องกันก็คือการรับประทานอาหารที่มีแคลเซียม และวิตามินดีสูง และการทานอาหารที่มีส่วนประกอบของน้ำมันมะพร้าวนี่เองคือคำตอบ

2. น้ำมันมะพร้าวรักษาโรคลำไส้

จากการวิจับทำให้เราทราบว่า กรดไขมันสายกลางที่มีอยู่ในน้ำมันมะพร้าวนั้น เป็นสิ่งที่ร่างกายสามารถดูดซึมได้ง่าย รวมไปถึงช่วยให้ร่างกายของเราดูดซึมแร่ธาตุและวิตามินต่าง ๆ ได้ดีขึ้น ไม่เหมือนกรดไขมันที่มีอยู่ในน้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันข้าวโพด ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคเกี่ยวกับระบบลำไส้ต่างๆ ตั้งแต่ ทำให้เกิดอาการท้องผูก หรือโรคลำไส้อักเสบ และถ้าต้องการได้รับไขมันดีๆ ที่ว่าก็แค่เลือกทานน้ำมันมะพร้าวก็ได้แล้ว

3. น้ำมันมะพร้าวเพิ่มไขมันดีเข้าสู่ร่างกาย ทำให้ต่อมไทรอยด์ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ

ต่อมไทรอยด์ มีหน้าที่สำคัญหลายอย่าง ตั้งแต่การควบคุมน้ำหนักตัว หรือการทำงานของอวัยวะบางส่วนของร่างกาย การเลือกรับประทานอาหารที่เต็มไปด้วยไขมันทรานส์ หรือไขมันที่ไม่ดีต่อร่างกาย อาจส่งผลให้การทำงานของต่อมไทรอยด์เกิดความผิดปกติได้ เพราะฉะนั้นการเพิ่มปริมาณไขมันดีให้ร่างกาย ด้วยการทานน้ำมันมะพร้าว จึงเป็นสิ่งที่คนรักสุขภาพควรคำนึงถึง

4. น้ำมันมะพร้าวเพิ่มปริมาณน้ำนม สำหรับคุณแม่

จากการศึกษาวิจัย ทำให้ทราบว่า สตรีที่อยู่ในช่วงให้นมบุตร ถ้าต้องการเพิ่มปริมาณน้ำนมให้ได้มากกว่าเดิมถึง 3 เท่าจากเดิม แค่เพียงรับประทานน้ำมันมะพร้าววันละ 3-4 ช้อนโต๊ะ เพื่อเป็นการเพิ่มกรดไขมันลอริกในร่างกาย

 

5. น้ำมันมะพร้าวแก้อาการคันในร่มผ้า

คนที่มีปัญหาคัน หรือมีเชื้อราในร่มผ้า ลองหันมาลองใช้น้ำมันมะพร้าวดูสิ เพราะกรดไขมันลอริก นอกจากจะสามารถเพิ่มเพิ่มปริมาณน้ำนมได้แล้ว ยังสามารถฆ่าเชื้อราแคนดิดา ซึ่งเป็นเชื้อราที่ทำให้เกิดอาการคันยุกยิกในร่มผ้าได้ด้วยนะ

6. น้ำมันมะพร้าวลดน้ำหนัก

จากการศึกษาพบว่า การรับประทาน น้ำมันมะพร้าววันละ ประมาณ 28 กรัม สามารถช่วยให้เราควบคุมน้ำหนักตัวได้ดีขึ้น เนื่องจากมันจะทำให้ระบบการเผาผลาญในร่างกายทำงานได้ดี เมื่อไม่มีพลังงานสะสมในร่างกาย ไขมันก็ลดลง น้ำหนักตัวก็ลง สาวๆ ที่อยากหุ่นดี ต้องลองทานน้ำมันมะพร้าวดูค่ะ

7. น้ำมันมะพร้าวบำรุงผม

น่าจะเคยได้ยินสรพพคุณของน้ำมันมะพร้าวเพื่อช่วยในการบำรุงผมมาบ้างแล้วใช่รึเปล่า ถูกแล้วค่ะ เคล็บลับที่ว่า ชาวอินเดียวเขาก็ใช้มากันนานแล้ว โดยพวกเขามักจะใช้น้ำมันมะพร้าวแทนครีมนวดผม ทำให้ผมเงา สวย จากผมแห้งแตกปลายก็ดูมีชีวิตชีวา แค่ใช้น้ำมันมะพร้าวหมักผม สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง หรือจะนำมาหมักผมทิ้งไว้ซักพัก แล้วค่อยล้างออกก็ได้อีกเหมือนกัน แค่นี้ผมก็สวยเงางามแล้ว

 

8. น้ำมันมะพร้าวใช้ฟื้นบำรุงผิว

เมื่อเป็นน้ำมัน ก็ต้องใช้บำรุงผิวแห้งเสีย แห้งแตกให้กลับมาชุ่มชื้นได้ โดยเฉพาะคนที่ผิวแห้งมากๆ ช่วงหน้าหนาว หรือว่าคุณแม่ที่ผิวแตกเพราะตั้งครรภ์ คนที่ไม่อยากซื้อครีมมาทาช่วงตั้งครรภ์เพราะกลัวเปลืองเงิน ก็ลองใช้น้ำมันมะพร้าวมาทาดู ถูกกว่าแต่ใช้ได้ผลดี ซื้อมาทาทุกวันรับรองดีไม่แพ้ครีมแพงๆ แน่นอน

9.น้ำมันมะพร้าวใช้บำรุงผิวประจำวัน

น้ำมันมะพร้าวมีวิตามินอี ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ สามารถให้ความชุ่มชื้นกับผิวได้ อนากผิวสวยใส แบบไม่ต้องเสียเงินซื้อครีมแพงๆ ก็ต้องทาน้ำมันมะพร้าวนี่แหละ ผิวจะได้นุ่มเนียน ชุ่มชื่น เด้งดึ๋ง ไม่หมองคล้ำ

10. ทาปากแก้ปากแห้งแตก

ลิปมันถ้าไม่มีก็ไม่ง้อ เพราะน้ำมันมะพร้าวก็ช่วยได้อีกเหมือนกัน ทั้งทาตัว ทาปาก แต่ไม่ใช่แค่นั้น มันยังทำได้อีกหลายอย่าง

11. น้ำมันมะพร้าวใช้ลบเครื่องสำอาง

ที่จริงการใช้น้ำมันมะพร้าวลบเครื่องสำอางก็เป็นอะไรที่เวิร์คนะ เพราะผลิตภัณฑ์ลบเครื่องสำอางราคาแพงจะตาย ใช้ลบเครื่องสำอางได้ แถมยังช่วยไม่ให้หน้าแห้ง ล้างและบำรุงในเวลาเดียวกันแบบนี้ ไม่มีไม่ได้แล้วจริงๆ

 

12. น้ำมันมะพร้าวลดเรือนริ้วรอยตีนกา

คนที่หน้าแห้ง หน้าก็จะเหี่ยวกว่าคนอื่น การใช้น้ำมันมะพร้าวช่วยคืนความชุ่มชื้น เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สาวๆ ควรใช้ โดยเฉพาะส่วนรอบดวงตา ลองเอาน้ำมันมะพร้าวทารอบๆ ดวงตาซักเล็กน้อย ก่อนนอนจะช่วยให้ดวงตามีความชุ่มชื้นได้

13. น้ำมันมะพร้าวบำรุงจุดแห้งกร้านบนร่างกาย

ถือว่าเป็นครีมบำรุงเฉพาะจุดไปเลย จุดไหนผิวแห้ง แข็งเป็นขุย ดูไม่น่ามองก็เอาน้ำมันมะพร้าวทาดู เดี๋ยวผิวก็นิ่มแล้ว

14. น้ำมันมะพร้าวช่วยดับกลิ่นตัว

ใครจะไปรู้ว่าในน้ำมันมะพร้าวจะมีกรดธรรมชาติสำหรับฆ่าเชื้อแบคทีเรียต่าง ๆ ได้ดี แล้วมันก็สามารถช่วยระงับสาเหตุของการเกิดกลิ่นเต่าของเราได้เป็นอย่างดี อาบน้ำเสร็จก็ใช้น้ำมันมะพร้าวทารักแร้ แค่นี้ก็ไม่เหม็นแล้ว

ดูบอลออนไลน์

ขอบคุณแหล่งที่มา   http://www.lady108.com