ขอร่วมวงเป็นพยาน ! อดีตคนไข้สาวเห็นข่าวฉาวหมอสูติฯ เพิ่งรู้ตัวถูกล่วงละเมิด

ขอร่วมวงเป็นพยาน ความคืบหน้ากรณีหมอสูติฯ คนดังเมืองปากน้ำโพ ที่ตกเป็นผู้ต้องหาคดีข่มขืนคนไข้ภายในคลินิก เขตเทศบาลนครนครสวรรค์

ขอร่วมวงเป็นพยาน นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม พร้อมแพทย์หญิงของขวัญ ฟูจินิรันทร์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเรื่องสูตินรีเวช ได้ติดตามความคืบหน้าคดีและตรวจสอบคลินิกที่เกิดเหตุ เพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติม เนื่องจากไม่เชื่อว่าหมอคนดังจะเป็นผู้ก่อเหตุตามคำร้องทุกข์

ขอร่วมวงเป็นพยาน

ซึ่งหลังจากเหตุการณ์เมื่อวานทำให้ น.ส.ฟ้า (นามสมมติ) อดีตคนไข้รายหนึ่งเห็นข่าวแล้วติดต่อมายังทีมข่าว พร้อมเล่าถึงเหตุการณ์ว่าเมื่อ 2 ปีก่อน ได้เดินทางไปให้หมอรายนี้ตรวจภายใน โดยการตรวจในครั้งนั้นหมอได้ใช้นิ้วล้วงเข้าไปที่อวัยวะเพศนานร่วม 20 นาที พร้อมกับคลึงเต้านมตนไปด้วย ซึ่งยอมรับว่าตอนที่หมอกำลังทำอยู่นั้นทำให้ตนเกือบถึงจุดสุดยอดทางเพศ

แต่ตอนนั้นตนก็ไม่ได้คิดอะไร เนื่องจากคิดว่าเป็นเทคนิคการตรวจรักษาของหมอ จนกระทั่งมาเกิดเป็นข่าว พร้อมกับมีเพื่อนๆ โทรมาพูดคุยเกี่ยวกับข่าวเรื่องดังกล่าว เพราะเคยไปตรวจรักษากับนายแพทย์คนนี้เช่นเดียวกัน แล้วปรากฏว่าทุกคนต่างโดยตรวจแบบเดียวเหมือนกับตนหมด จึงเชื่อว่าไม่น่าจะเป็นเทคนิคการตรวจ น่าจะเป็นการถูกล่วงละเมิดทางเพศมากกว่า จึงตัดสินใจออกมาเผยเรื่องดังกล่าวให้ผู้สื่อข่าวได้รับรู้อีกด้าน

“เมื่อดูจากข่าวหลายวันที่ผ่านมา พบว่าในห้องมีการเปลี่ยนแปลงไปหลายอย่างทั้งเรื่องของประตูและการวางเตียง พร้อมให้รายละเอียดเพิ่มต่างจากที่หมอให้ข้อมูลกับนายอัจฉริยะ ทั้งเรื่องการยืนที่หมอบอกยืนปลายเตียงแต่กับของตนหมอยืนข้างเตียงและได้ล่วงละเมิดตนเอง

ทำให้ตนเองกังวลถึงเรื่องคดีที่จะมีผลในอนาคต เกรงว่าจะเอาผิดไม่ได้ พร้อมยันให้ตรวจสอบเรื่องของตนที่ออกมาไม่ได้อยากดังหรือเป็นข่าว แต่ต้องการให้สังคมรับรู้และแก้ไขพร้อมให้กับลังใจทนายนิด้าที่ออกมาช่วยเหลือเหยื่อหมอ แม้จะโดนสังคมโจมตีพร้อมยันให้การเป็นพยานและเรียกร้องให้หญิงสาวที่โดนหมดละเมิดออกมาช่วยกัน”

เรื่องคดีด้านคดีความทางทีมข่าวได้ติดต่อไปยัง สภ.เมืองนครสวรรค์ ได้รับคำตอบเพียงสั้นๆ ว่ากำลังรวบรวมคดีเนื่องจากเป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก พร้อมกับเร่งส่งสำนวนให้กับอัยการ หากสอบพยานหลักฐานครบก็จะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป ด้านกระแสที่จะโอนคดีให้กับทางกองปราบปรามต้องขึ้นอยู่กับผู้บังคับบัญชาแต่ปัจจุบันยังไม่มีคำสั่งเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *