เฒ่าวัย 61 ปี ทะเลาะหนุ่มใหญ่เรื่องที่ดิน เปิดฉากชกต่อย สู้ไม่ได้คว้าลูกซองยิงดับ

เฒ่าวัย 61 ปี เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 14 ต.ค. 61 พ.ต.อ.อนันต์ ภู่ระหงษ์ ผกก.สภ.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งมีเหตุยิงกันตายภายบ้านไม่มีเลขที่ หมู่ 6 ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงนำกำลังเจ้าหน้าที่ รีบรุดไปตรวจสอบ

เฒ่าวัย 61 ปี ที่เกิดเหตุบริเวณลานดินหลังบ้านดังกล่าว พบศพชายไทยทราบชื่อต่อมาคือนายเสรี เยสูงเนิน อายุ 47 ปี นอนหงายจมกองเลือดอยู่ในสภาพถูกอาวุธปืนลูกซองสั้นยิงเข้าที่ตาซ้าย 1 นัด จนกะโหลกศีรษะแตก โดยมีชาวบ้านละแวกดังกล่าวต่างพากันมามุงดูเหตุการณ์จำนวนมาก

เฒ่าวัย 61 ปี

ส่วนมือปืนคือเจ้าของบ้านที่เกิดเหตุทราบชื่อนายพนม อายุ 61 ปี หลังก่อเหตุได้ขับรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อมิตซูบิชิ การาจ ทะเบียน 8861 ชลบุรี หลบหนีไปไม่ทราบทิศทาง สอบปากคำ น.ส.บุปผา อายุ 47 ปี ภรรยามือปืน ให้การว่า ก่อนหน้านี้นายเสรี ผู้ตาย มาเช่าที่ดินเปล่าบริเวณหลังบ้านของตนเพื่อปลูกบ้านพักได้ประมาณ 1 ปีกว่า แต่ปัจจุบันหมดสัญญาเช่าแล้ว

นายพนม สามีของตน จึงโทรศัพท์ไปหาเพื่อเรียกให้มาพูดคุยเจรจาสอบถามว่าจะเช่าต่ออีกหรือไม่ กระทั่งนายเสรี มาถึงจึงพูดคุยกับสามีที่บริเวณที่ดินด้านหลัง ส่วนตนนั่งอยู่ในบ้าน กระทั่งได้ยินเสียงทั้งคู่ทะเลาะกันอย่างรุนแรงจึงออกไปดูพบว่าทั้งสองคนกำลังชกต่อยกันอุตลุด

แต่ภายหลังสามีสู้ไม่ได้ เลยวิ่งเข้ามาในบ้านแล้วคว้าเอาปืนลูกซองสั้นออกไปยิงใส่นายเสรี 1 นัด จนล้มทั้งยืน ก่อนที่สามีจะรีบขับรถยนต์เก๋งหลบหนีไป ตนพยายามเรียกให้เพื่อนบ้านมาช่วยกันนำร่างของนายเสรีส่งโรงพยาบาล แต่ก็มาพบว่าเสียชีวิตแล้ว จึงแจ้งให้ตำรวจทราบ

ต่อมานางสุพัตรา เยสูงเนิน อายุ 36 ปี กับนายวิชัย เยสูงเนิน อายุ 58 ปี ภรรยาและพี่ชายผู้ตาย ได้เดินทางมาดูศพ ก่อนที่นางสุพัตรา จะเปิดฉากด่าทอ น.ส.บุปผา ว่าเป็นคนโทรศัพท์เรียกนายเสรี มาให้นายพนม สามีของ น.ส.บุปผา ยิงจนเสียชีวิต

นางสุพัตรายังกล่าวอีกว่าสัญญาเช่าที่ดินยังไม่หมด และจะหมดลงในเดือนมีนาคมปีหน้า ที่ผ่านมานายพนม กับนายเสรี มีเรื่องกระทบกระทั่งกันเรื่องการเช่าที่ดิน และมักจะถูกนายพนม พูดจาข่มขู่ว่าตัวเองมีอาวุธปืน จนกระทั่งมาเกิดเหตุดังกล่าว

ด้าน พ.ต.อ.อนันต์ ภู่ระหงษ์ ผกก.สภ.ห้วยใหญ่ เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุได้วิทยุแจ้งให้สายตรวจตามเขตต่างๆ และ สภ.ใกล้เคียง เพื่อสกัดจับมือปืนรายนี้ที่ขับรถยนต์หลบหนีไปพร้อมกับอาวุธปืน แต่ก็ไร้ร่องรอย อย่างไรก็ตาม ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนออกหาข่าวและลงพื้นที่ติดตามจับกุมคนร้ายแล้วและคาดว่าน่าจะได้ตัวเร็วๆ นี้

ขอบคุณแหล่งที่มา     https://www.sanook.com

ไม่สนหมายจับ “ลูกชายอดีตส.ท.” ยิงถล่มบ้าน-ฆ่าคนตาย โผล่ร่วมงานถือศีลกินเจ

ไม่สนหมายจับ จากกรณีคนร้ายบุกยิงคนที่บ้านหลังหนึ่งใน ต.สระแก้ว อ.หนองหงส์ จ.บุรีรัมย์ ขณะนั่งล้อมวงกินข้าว เป็นเหตุให้ นายคำจันทร์ อายุ 45 ปี น้องชายเจ้าของบ้านเสียชีวิต

ไม่สนหมายจับ โดยสาเหตุมาจากลูกชายเจ้าของบ้านไปมีเรื่องกับวัยรุ่นอีกกลุ่ม แล้วฝ่ายตรงข้ามตามมาล้างแค้นหวังจะฆ่ายกครัว และต่อมาบิดาของวัยรุ่นอายุ 19 ปี หนึ่งในผู้ต้องหาที่ร่วมก่อเหตุได้พาลูกชายเข้ามอบตัวกับตำรวจไปเมื่อวันที่ 12 ก.ย.

ไม่สนหมายจับ

และได้มีการออกหมายจับ นายภานุกร อายุ 20 ปี ลูกชายอดีต ส.ท. ใน จ.สุราษฎร์ธานี ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา, ร่วมกันพยายามฆ่า, ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถจับกุมมือปืนรายนี้ได้

ล่าสุด พบว่าเฟซบุ๊กชื่อ “เน็ก มังกรดำ มังกรดำ” ของนายภานุกร ผู้ต้องหาตามหมายจับ ยังคงมีความเคลื่อนไหว โดยร่วมเป็นร่างทรงในงานเทศกาลกินเจในจังหวัดทางภาคใต้ พร้อมเขียนข้อความบรรยายว่า “เสื้อผ้าใส่ให้อุ่น อาหารกินเพื่ออิ่ม กินอาหารดีดีมันก็แค่ทำให้อิ่ม บ้านแม้จะใหญ่โตแต่ก็นอนแค่บนเตียง นำสิ่งเหลือใช้มอบให้คนจนทำความดีเอาไว้จะนำไปสู่ลูกหลาน”

ขณะที่เจ้าของบ้านยอมรับว่ารู้หวาดกลัวที่ตำรวจยังจับคนร้ายไม่ได้ ทั้งๆ ที่ผู้ต้องหาโพสต์เฟซบุ๊กเกือบทุกวันแบบไม่เกรงกลัวกฎหมาย จึงอยากจะให้ตำรวจเร่งติดตามจับกุมนายภานุกรมาลงโทษตามกฎหมายโดยเร็ว

ล่าสุด พ.ต.อ เอกวิราช คำรินทร์ ผกก.สภ.หนองหงส์ ได้ใช้เงินส่วนตัวประกาศตั้งค่าหัวนายภานุกร มือปืนไว้จำนวน 20,000 บาท หากมีการแจ้งเบาะแสจนนำมาสู่การจับกุมได้

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

ตำรวจตั้ง 3 ปม “ชู้สาว-คู่อริ-การงาน” ยิงดับ นศ.อุเทนฯ ต่อหน้าแม่

ตำรวจตั้ง 3 ประเด็น “ชู้สาว-ปัญหาที่ทำงาน-คู่อริต่างสถาบัน” ปมยิง นศ.ม.อุเทนถวายฯ ดับหน้าร้านราดหน้า ซอยนวมินทร์ 57

ตำรวจตั้ง 3 ปม พ.ต.อ.ภาสกร รัตนรัตนปนัดดา ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลลาดพร้าว เปิดเผย สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ถึงความคืบหน้าคดีที่

นายกมลวิช อายุ 24 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะโลจิสติกส์ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออกวิทยาเขตอุเทนถวาย

เสียชีวิตต่อหน้าแม่ เหตุเกิดบริเวณลานจอดรถหน้า ธ.กรุงศรีฯ ปากซอยนวมินทร์ 57 ถ.นวมินทร์ แขวงนวมินทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ

ตำรวจตั้ง

โดยระบุว่า คดีมีความคืบหน้าไปมาก หลังเกิดเหตุชุดสืบสวนได้ลงพื้นที่ตรวจสอบกล้อวงจรปิด สอบปากคำพยานแวดล้อมเพื่อติดตามจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุ

ส่วนสาเหตุเบื้องต้นสันนิษฐานไว้ 3 ประเด็น คือ เรื่องปัญหาส่วนตัว เช่น ชู้สาว ปัญหาที่ทำงาน

เนื่องจากผู้ตายทำงานรับส่งสินค้า และประเด็นความขัดแย้งระหว่างสถาบัน โดยอยู่ระหว่างการสืบสวน พร้อมกับรวมสอบปากคำมารดาของผู้ตาย

ส่วนอาวุธปืนได้ส่งให้พิสูจน์หลักฐานดำเนินการตวจสอบแล้ว ทั้งนี้ ทางผู้บังคับบัญชาได้มีการกำชับและจะเรียกประชุมเพื่อติดตามความคืบหน้าอีกครั้ง

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://www.sanook.com

ครูสาวถึงฆาตไม่คาดเบลท์-ขับเก๋งประสานงากระบะ ร่างกระแทกดับคาที่ 3 ศพ

ครูสาวถึงฆาตไม่คาดเบลท์  ร.ต.อ.ชัยวัฒน์ ทักษิณ รอง สารวัตร (สอบสวน) สภ.เรณูนคร อ.เรณูนคร จ.นครพนม รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถยนต์ชนกัน มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บรายหลาย บนถนน ทล. 2276 สายเรณูนคร – หนองฮี เขตบ้านโนนคำ หมู่ 8 ต.นางาม อ.เรณูนคร จ.นครพนม

ครูสาวถึงฆาตไม่คาดเบลท์ จึงประสานงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ชุดกู้ชีพ พร้อมแพทย์เวรโรงพยาบาลเรณูนคร เจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างนาวาธาตุพนม เจ้าหน้าที่ กู้ชีพ อบต.เรณูนคร และ เจ้าหน้าที่กู้ชีพ อบต.นางาม เพื่อตรวจสอบช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ

โดยที่เกิดเหตุห่างจากโค้ง ประมาณ 100 เมตร พบสภาพรถเก๋ง ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่นซิตี้ สีดำ ทะเบียน กง 3037 นครพนม ถูกชนด้านหน้าฝั่งคนขับเสียหายอย่างหนัก ส่วนรถตกถนนฝั่งมุ่งหน้าไป ต.หนองฮี ตะแคงข้างขวา มีสิ่งของตกกระจัดกระจาย

ครูสาวถึงฆาตไม่คาดเบลท์

ภายในรถพบคนขับเสียชีวิตติดในรถ ทราบชื่อภายหลังคือ นางภัทรวดี อายุ 42 ปี อาชีพรับราชการครู สอนอยู่ โรงเรียนบ้านกุดตาไก้ อ.ปลาปาก จ.นครพนม อีกรายนั่งมาข้างคนขับ เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ทราบชื่อ คือ นางสาวลำจวน อายุ 47 ปี ชาว ต.ท่าเรือ อ.นาหว้า จ.นครพนม

นอกจากนี้ยังมีคนนั่งมาเบาะด้านหลัง อีกราย ได้รับบาดเจ็บสาหัส ถูกนำตัวส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลอำเภอเรณูนคร และส่งต่อไปรักษาที่โรงพยาบาลนครพนม แต่เสียชีวิตภายหลัง ทราบชื่อคือ นางพิสมัย อายุ 34 ปี ทั้งสองคน เป็นชาวบ้าน ต.ท่าเรือ อ.นาหว้า จ.นครพนม เจ้าหน้าที่จึงได้ระดมช่วยกัน ใช้เครื่องตัดถ่างงัดร่างผู้เสียชีวิต ออกจากรถ และตรวจสอบเก็บหลักฐาน ประกอบการดำเนินคดี

นอกจากนี้ในที่เกิดเหตุยังพบรถยนต์คู่กรณี คือ ยี่ห้ออีซุซุ ไทยรุ่ง สีบรอนซ์เงิน 5 ประตู ทะเบียน กง 9414 สกลนคร อยู่ในสภาพกีดขวางถนน ด้านหน้า ถูกชนพังเสียหายอย่างหนัก ยุบถึงที่นั่งคนขับ ส่วนคนขับกระบะ ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ถูกนำตัวส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลอำเภอเรณูนคร ทราบชื่อภายหลังคือ นายพีระพล อายุ 52 ปี เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจสอบเก็บหลักฐาน

เบื้องต้นจากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ขณะรถยนต์เก๋งคันดังกล่าว มุ่งหน้ามาจาก ตัว อ.เรณูนคร ส่วน รถยนต์กระบะ ขับสวนมา มุ่งหน้าไปยัง อ.เรณูนคร ถึงที่เกิดเหตุ คาดว่าจะมีรถยนต์คันใดคันหนึ่ง จะเสียหลักเป็นเหตุให้พุ่งชนรถยนต์อีกคัน เนื่องจากมาด้วยความเร็วสูง เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต

ส่วนหนึ่งจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบว่า ผู้เสียชีวิตภายในรถเก๋ง ไม่ได้คาดเข็มขัดนิรภัย คาดว่าเป็นสาเหตุให้ได้รับแรงกระแทกจากการชน เป็นเหตุให้เสียชีวิต รวมถึง 3 คน โดยทางเจ้าหน้าที่จะได้มีการสอบสวน ตรวจสอบพยานหลักฐาน หาสาเหตุโดยละเอียด ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

และฝากเตือนประชาชน ผู้ใช้รถใช้ถนน ใช้ความระมัดระวัง ไม่ควรใช้ความเร็วเกินกฎหมายกำหนด และปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด

ขอบคุณแหล่งที่มา     https://www.sanook.com

เปิดคลิปนาทีกระบะ พุ่งตกจากลานจอดชั้น 6 คนขับหนีทัน รอดปาฏิหาริย์

เปิดคลิปนาทีกระบะ  พุ่งตกจากลานจอดชั้น 6 อาคาร อย. กระทรวงสาธารณสุข คนขับรอดหวุดหวิด

เปิดคลิปนาทีกระบะ  เมื่อช่วงเที่ยงที่ผ่านมา เกิดอุบัติเหตุ รถกระบะพุ่งตกจากลานจอดชั้น 6 อาคาร อย. ภายในกระทรวงสาธารณสุข เป็นรถกระบะ โตโยต้า รีโว่ สีขาว ทะเทียน 1ฒร-8294 กทม. คนขับอายุ 57 ปี เบื้องต้น อาการปลอดภัยไม่ได้รับบาดเจ็บ

เปิดคลิปนาทีกระบะ

ทั้งนี้ คนขับ เปิดเผยว่า ตนเองได้ยื่นขาเข้าไปในรถได้ครึ่งตัวและสตาร์ทรถ แต่ปรากฏว่าเกียร์เกิดค้าง ระหว่าง N กับ R รถจึงถอยหลังตกลงมาจาก ชั้น 6 ลงมากระแทกที่ชั้น 2 และกระเด็นตกลงมาชั้นล่าง ตนเองออกมาได้ทัน จึงปลอดภัยไม่ได้ตกลงมาพร้อมกับรถ

ขอบคุณแหล่งที่มา  https://www.sanook.com

ม้าเหล็ก บดขยี้หนุ่มป่วยทางจิตคาราง-กะโหลกเปิดสมองกระจาย

ม้าเหล็ก ร.ต.ท.หญิง พิชญานิน ปลั่งกลาง พนักงานสอบสวน สภ.เมืองบุรีรัมย์ ได้รับแจ้งจากพนักงานขับรถไฟดีเซลราง ขบวนที่ 421 นครราชสีมา – อุบลราชธานี

ม้าเหล็ก เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุซึ่งอยู่ใกล้กับสะพานสูงบ้านกรุง ต.ชุมเห็ด ห่างจากสถานีรถไฟบุรีรัมย์ประมาณ 3 กิโลเมตร พบร่างชายสวมเสื้อยืดแขนยาว กางเกงยีนส์นอนเสียชีวิตอยู่ข้างรางรถไฟ ในสภาพกะโหลกศรีษะเปิด สมองกระจัดกระจายตามรางรถไฟเป็นที่น่าสยดสยอง

ม้าเหล็ก

ใกล้กันยังพบหอข้าวเหนียวน้ำพริกและปลาทูกระจายเกลื่อนจุดเกิดเหตุด้วย จากการตรวจสอบทราบภายหลังว่า ผู้ตายชื่อ นายยอดรัก อายุ 32 ปี ภูมิลำเนาอยู่ที่ ต.ชุมเห็ด อ.เมืองบุรีรัมย์

จึงได้ประสานไปยังผู้ใหญ่บ้าน เพื่อให้ช่วยติดต่อญาติมาดูศพ ต่อมาผู้ใหญ่บ้านได้เดินทางมาดูศพ ก็ยืนยันว่าศพที่พบคือนายยอดรัก เป็นลูกบ้านของตัวเอง

ซึ่งมีประวัติเป็นผู้ป่วยจิตเวช จะชอบเดินไปเรื่อยบางครั้งก็พูดคนเดียว จึงคาดว่าก่อนเกิดเหตุนายยอดรัก อาจจะมาเดินข้างรางรถไฟทำให้ถูกรถไฟชนเสียชีวิตดังกล่าว

อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะได้สอบปากคำพนักงานขับรถไฟ ผู้เห็นเหตุการณ์ และพยานแวดล้อมอีกครั้ง ว่าเป็นอุบัติเหตุหรือผู้ตายจงใจให้รถไฟชน

เบื้องต้นก็ได้ส่งร่างไปตรวจชันสูตรสาเหตุการเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ก่อนจะมอบร่างให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

 …

กระหน่ำยิงสยองขวัญ ดับข้าราชการสาวใหญ่ สงสัยฝีมือสาวหล่อคนสนิท

กระหน่ำยิงสยองขวัญ คนร้ายดักรอหน้าบ้าน อาศัยจังหวะข้าราชการสาวใหญ่กำลังขับรถออกจากบ้านไปทำงาน ชวนทะเลาะและยิงสาดกระสุนใส่อย่างโหดเหี้ยม

กระหน่ำยิงสยองขวัญ ร.ต.อ.บุญทัน ทับทัน พนักงานสอบสวน สภ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ได้รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกยิงเสียชีวิตภายในหมู่บ้านบัวทอง ต.เสาธงหิน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี หลังรับแจ้งจึงรายงานผู้บังบัญชาทราบ พร้อมประสานแพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน และอาสาสมัครกู้ภัย เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

กระหน่ำยิงสยองขวัญ

ที่เกิดเหตุตรงบริเวณหน้าบ้านทาวน์เฮาส์ 2 ชั้นหลังหนึ่ง พบศพผู้เสียชีวิตนอนหงายอยู่บนพื้นถนนท้ายรถยนต์โตโยต้า วีออส ทราบชื่อคือ นางสุภาพ อายุ 54 ปี เจ้าพนักงานสาธารณสุขชำนาญงาน ฝ่ายสิ่งแวดล้อมและสุขาภิบาล เขตตลิ่งชัน

จากการตรวจสอบพบร่องรอยถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาด เข้าที่บริเวณขมับด้านซ้ายกระสุนฝังใน นอกจากนี้ยังพบรอยกระสุนปืนที่บริเวณด้านท้ายของรถเก๋ง เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบหาวัตถุกระสุนเพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบถามพยานที่อยู่บ้านติดกับผู้ตายให้การว่า ช่วงที่เกิดเหตุพยานกำลังตื่นขึ้นมาเพื่อที่จะเปิดประตูบ้านก็ได้ยินเสียงคล้ายคนทะเลาะกัน หลังจากนั้นก็ได้ยินเสียงผู้หญิงตะโกนร้องขอให้คนช่วย ก่อนที่จะมีเสียงปืนดังขึ้นอีก 3 นัด พยานวิ่งออกไปดูสังเกตเห็นคนร้ายที่ลงมือมีลักษณะคล้ายสาวทอม ผมสั้น อายุประมาณ 50 ปี หลังก่อเหตุได้เดินออกไป พยานจะเข้าไปช่วยคนเจ็บ แต่คนร้ายได้หันมาพร้อมอาวุธในมือ ทำให้ต้องวิ่งเข้าไปหลบในบ้าน

จากการสอบปากคำน้องสาวของผู้ตาย ให้การว่า คนที่ลงมือยิงพี่สาวน่าจะเป็นสาวทอมที่มาติดพัน เนื่องจากก่อนหน้านี้พี่สาวบ่นให้ฟังว่าสาวทอมคนนี้ชอบมายืมเงิน แล้วก็ไม่เคยใช้คืน พอตนทราบเรื่องก็ได้ต่อว่าทอมคนดังกล่าวและมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง แต่ไม่ได้มีการทำร้ายถึงขั้นลงไม้ลงมือ ซึ่งตนไม่คิดว่าสาวทอมจะมาลงมือทำร้ายพี่สาว

ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการสอบปากคำพยาน ทราบว่าขณะที่ผู้ตายกำลังจะออกจากบ้านไปทำงาน หลังจากถอยรถออกจากบ้านแล้วลงมาจะปิดประตูบ้าน คนร้ายได้ดักรออยู่ก็เดินเข้ามาหา ก่อนจะมีปากเสียงกัน และคนร้ายก็ลงมือยิงก่อนหลบหนีไป

เบื้องต้นได้ให้ชุดสืบสวนไล่ภาพจากกล้องวงจรปิดที่อยู่ภายในหมู่บ้าน เพื่อตรวจสอบเส้นทางการหลบหนีของคนร้าย พร้อมทั้งติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://www.sanook.com

ไม่รอดคุก หนุ่มลวงสาวผ่านเกมดัง ใช้เล่ห์ขอภาพลับขู่แบล็กเมล์ เจอเหยื่อเพียบ

ไม่รอดคุก จากกรณีการจับกุม นายอัมพร อายุ 21 ปี ชาว จ.ศรีสะเกษ พนักงานล้างจานร้านอาหาร ในข้อหาพรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไปเสียจากบิดา ผู้ปกครองหรือผู้ดูแล โดยปราศจากเหตุอันสมควร

ไม่รอดคุก จากกรณีการจับกุม นายอัมพร อายุ 21 ปี ชาว จ.ศรีสะเกษ พนักงานล้างจานร้านอาหาร ในข้อหาพรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไปเสียจากบิดา ผู้ปกครองหรือผู้ดูแล

ไม่รอดคุก

โดยปราศจากเหตุอันสมควร เพื่อการอนาจารและกระทำอนาจารแก่เด็กอายุไม่เกิน 15 ปี และข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่น โดยจับกุมได้ที่ลานจอดรถตลาดสามย่านใหม่

พ.ต.อ.ภพธร จิตต์หมั่น ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลปทุมวัน ให้ข้อมูลว่า หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจรับแจ้งความจากแม่ของสาววัย 16 ปี ที่ระบุว่าลูกสาวถูกกระทำชำเรา โดยแม่ผู้เสียหายเข้ามาแจ้งความเมื่อวันที่ 4 ตุลาคมที่ผ่านมา จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจรวบรวมพยานหลักฐาน นำไปสู่การจับกุมเมื่อค่ำวันที่ 5 ตุลาคม

พ.ต.อ.ภพธร เปิดเผยว่า ผู้ต้องหาและผู้เสียหายรู้จักกันผ่านเกม ROV จากนั้นก็ขอชื่อบัญชีเฟซบุ๊กกันและกัน ก่อนทำความรู้จักกันมากขึ้นจึงถ่ายรูปภาพหวิวของตัวเองส่งให้ฝ่ายผู้ต้องหา ก่อนจะนำภาพดังกล่าวมาข่มขู่ให้มีเพศสัมพันธ์ด้วย โดยทั้งคู่รู้จักกันราว 1 เดือนก่อนเกิดเหตุ

ส่วนผู้ต้องหาให้การกับเจ้าหน้าที่ว่า ตัวเองเคยใช้วิธีการทำความรู้จักหญิงสาวผ่านเกม และสานต่อไปทางเฟซบุ๊กลักษณะนี้ โดยเคยมีเพศสัมพันธ์กับสาวผ่านวิธีนี้แล้ว 3-4 คน แต่คนอื่นๆ ไม่ได้เป็นคดีความ เนื่องจากสมยอมและอายุเกิน 18 ปี

ทั้งนี้ พบว่าผู้ก่อเหตุเคยมีคดีเกี่ยวกับการครอบครองวัตถุระเบิด เมื่อปี 2559 ในเขตพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ เพียงคดีเดียว หลังคุมตัวไว้ได้นำตัวขออำนาจศาลอาญากรุงเทพใต้ฝากขังต่อไป อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดของผู้เสียหาย เนื่องจากเป็นเยาวชน และเป็นสตรี ซึ่งกลัวว่าจะได้รับผลกระทบและเกิดความเสียหาย

พ.ต.อ.ภพธร ระบุด้วยว่า หากมีผู้เสียหายเคยถูกนายอัมพรกระทำลักษณะคล้ายกัน สามารถเข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน โดยแจ้งได้ทั้งสถานีตำรวจท้องที่และ สน.ปทุมวัน

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

ฉุนถูกต่อว่า “หมากัดไก่” เพื่อนบ้านเปิดฉากทะเลาะ คนห้ามถูกแทงตาย 14 แผล

ฉุนถูกต่อว่า เมื่อเวลาประมาณ 20.00 น. ของคืนวันที่ 5 ต.ค. 61 เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.ฝาง ได้รับแจ้งว่ามีเหตุฆ่ากันตาย ที่บริเวณวัดบ้านเด่นไชยปราการ ต.แม่ข่า อ.ฝาง จ.เชียงใหม่

ฉุนถูกต่อว่า เมื่อเวลาประมาณ 20.00 น. ของคืนวันที่ 5 ต.ค. 61 เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.ฝาง ได้รับแจ้งว่ามีเหตุฆ่ากันตาย ที่บริเวณวัดบ้านเด่นไชยปราการ ต.แม่ข่า อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ได้เดินทางไปที่เกิดเหตุพร้อมแพทย์เพื่อชันสูตรพลิกศพ ที่เกิดเหตุพบศพผู้เสียชีวิตนอนอยู่ภายในบริเวณลานวัด สภาพศพถูกแทงด้วยของไม่มีคมบริเวณลำคอ และทรวงอกจำนวน 14 แผล

ฉุนถูกต่อว่า
วันที่ 6 ต.ค. 61 นายพงศกร ดวงดี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 8 ต.แม่ข่า เปิดเผยว่า ผู้ก่อเหตุฆ่านายคำ คือนายหนึ่งนรินทร์ พื้นเพเป็นชาวชลบุรี และมาอาศัยอยู่ในหมู่บ้านดังกล่าวทำงานเป็นช่างเชื่อมเหล็กอยู่ที่ อ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่

เมื่อเวลาประมาณ 16.00 น.นายนะหลิ่ง เจ้าของไก่ที่ถูกหมาของนายหนึ่งนรินทร์ไล่กัด ได้ชวนนายคำผู้เสียชีวิตไปเป็นเพื่อน เพื่อเดินทางไปบ้านของผู้ก่อเหตุ พบแต่เพียงภรรยาของนายหนึ่งนรินทร์อยู่ที่บ้าน จึงได้แจ้งให้ทราบว่าหมาของผู้ก่อเหตุได้ไปไล่กัดไก่ของนายนะหลิ่ง พร้อมขอให้ดูแลหมาให้ดี ๆ ด้วย มิฉะนั้นตนอาจต้องจัดการกับหมาตัวดังกล่าว คำพูดนี้สร้างความไม่พอใจให้กับภรรยาของผู้ก่อเหตุ จึงตอบมาว่าเดี๋ยวจะโทรศัพท์หาสามีมาจัดการ

จากนั้นก็ได้เดินกลับมาที่บ้านของนายนะหลิ่ง ผ่านไปไม่นานผู้ก่อเหตุได้เดินทางมาที่บ้านของนายนะหลิ่ง โดยยืนอยู่นอกรั้วบ้านและตะโกนด่า ท้าทายให้ทั้งสองคนออกมาคุยกันด้านนอก ด้วยความกลัวทั้งสองจึงไม่กล้าออกไป นายพงศกรซึ่งเวลานั้นอยู่ที่บ้านของผู้ตายได้บอกกับผู้ก่อเหตุว่ามีอะไรก็ค่อย ๆ พูดจากันดี ๆ เพราะอยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน ผู้ก่อเหตุจึงกลับบ้านไป นายพงศกรจึงได้เดินกลับไปบ้านของตนเอง นายพงศกรเห็นว่าไม่น่าจะมีอะไรอีกจึงขอตัวกลับบ้านไปก่อน ทั้งนี้นายพงศกรมาทราบข่าวอีกครั้งตอนเช้าว่านายคำถูกฆ่าเสียชีวิตแล้ว

สอบถามนายนะหลิ่ง ทราบว่าเวลาประมาณ 20.00 น. ผู้ก่อเหตุได้เดินทางกลับมาที่บ้านของตน และได้ตรงเข้ามาชกเข้าบริเวณเบ้าตา และใช้เหล็กไม่ทราบชนิดแทงเข้าบริเวณหลังมือของตน

เมื่อนายคำเห็นดังนั้นจึงกระโดดเข้ามาขวาง และผลักผู้ก่อเหตุไม่ให้ทำร้ายนายนะหลิ่ง ผู้ก่อเหตุเลยหันมาทำร้ายนายคำผู้เสียชีวิต โดยใช้เหล็กแหลมจ้วงแทงจนได้รับบาดเจ็บ และวิ่งหนีไปบริเวณวัด ผู้ก่อเหตุตามมาทันจึงกระหน่ำแทงโดยไม่นับ จนทำให้นายคำเสียชีวิตที่กลางลานวัด หลังชันสูตรพลิกศพเสร็จได้มอบศพให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศลต่อไป และทราบมาว่าผู้ก่อเหตุเพิ่งออกจากคุกมาเมื่อไม่นานนี้ ในคดีฆ่าคนตาย

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://www.sanook.com

เด็กหญิงวัย 13 ปี เล่านาทีกลุ่มคนร้ายบุกทำร้ายแม่ ติดอยู่ในห้องตอนพ่อถูกฆ่า

เด็กหญิงวัย 13 ปี เล่านาทีกลุ่มคนร้ายบุกบ้าน ทำร้ายแม่เจ็บสาหัส เผยอยู่ในห้องตอนพ่อถูกฆ่า ภาพเหตุการณ์ยังคงติดตา

เด็กหญิงวัย 13 ปี ความคืบหน้ากรณีกลุ่มคนร้าย 6 คน ใส่หมวกกันน็อกปิดบังใบหน้า บุกเข้าทำร้ายสองสามีภรรยา เจ้าของร้านขายของชำ ในบ้านหลังหนึ่ง หมู่ 6 บ้านป่ายุบ ตำบลปากแพรก อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี

เด็กหญิงวัย 13 ปี

โดย นายเม็ด ผู้เป็นสามีถูกทำร้ายเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ขณะที่ นางสาวชะเอม ซึ่งเป็นภรรยาได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยเด็กหญิงวริศรา อายุ 13 ปี ซึ่งอยู่ในที่เกิดเหตุรอดชีวิตมาได้อย่างหวุดหวิด

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (5 ต.ค.) บรรยากาศหน้าบ้านมีทหาร ตำรวจคอยวนมาสืบหาเบาะแสคนร้ายที่ก่อเหตุ ส่วนร้านค้าดังกล่าวปิดไม่ได้ขายของ และยังจะต้องเดินทางไปให้ตำรวจสอบปากคำเพิ่มเติม

โดย เด็กหญิงวริศรา อายุ 13 ปี ซึ่งอยู่ในที่เกิดเหตุ กล่าวว่า “ตอนแรกหนูนั่งดูทีวีอยู่ แล้วแม่ก็ได้ยินเสียงรถใครขับผ่านมา แม่ก็ถามหนูว่ารถใครน่ากลัว หนูไม่สนใจก็เดินไปเปลี่ยนเสื้อในห้องเพื่อจะไปอาบน้ำ จากนั้นกลุ่มชายก็วิ่งกันเข้ามา แม่ก็กรี๊ด ถูกรุมทำร้าย

พ่อได้ยินเสียงก็ลุกขึ้นมา พร้อมทั้งถามออกไปว่ามีอะไรกัน จากนั้นคนร้ายก็ผลักประตูเข้ามาทำร้ายพ่อหนู ประตูก็ดันมาบังตัวหนูกับกำแพง แล้วก็มีชั้นบังไว้อีก ซึ่งในห้องตอนนั้นพ่อได้ปิดไฟไว้” เด็กหญิงวริศรา กล่าว

ทั้งนี้ เด็กหญิงวริศรา กล่าวปิดท้ายว่า ภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยังติดตาอยู่เลย และขอประณามกลุ่มคนร้ายว่าเลวมากที่มาฆ่าพ่อของตนเอง และทำร้ายผู้เป็นแม่จนบาดเจ็บสาหัส

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://www.sanook.com