แม่ช็อก เห็นคาตาผัวใหม่ข่มขืนลูกสาวออทิสติก ต้องตัดมดลูกทิ้งกันท้อง

แม่ช็อก แม่เข้าแจ้งความ หลังเห็นคาตาสามีข่มขืนลูกสาวป่วยโรคออทิสติก เป็นครั้งที่ 2 ก่อนหน้านี้ลูกสาวต้องตัดมดลูกทิ้งกันท้อง

แม่ช็อก นางมัทธพร อายุ 47 ปี ชาวบ้าน ต.บ้านใหม่หนองไทร อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว จูงมือลูกสาวป่วยเป็นโรคออทิสติก อายุ 17 ปี เข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.ไชยยา มณีสุทธิ์ พนักงานสอบสวน ร้อยเวร สภ.อรัญประเทศ หลังสามีคือนายณรงค์รัตน์ อายุ 67 ปี ซึ่งเป็นสามีใหม่ของตนเอง ได้ข่มขืนลูกสาว

แม่ช็อก

โดย นางมัทธพร ผู้เป็นแม่ ได้เล่าให้พนักงานสอบสวนฟังด้วยน้ำตาว่า ตนเองมีฐานะยากจน ต้องออกไปทำงานรับจ้างหากินรายวัน ซึ่งในแต่ละวันตนเองจะกลับเข้าบ้านก็ช่วงเย็น แต่เมื่อวันที่ 2 พ.ย. 61 ที่ผ่านมา ตนเองกลับเข้าบ้านตอนเที่ยง กลับเข้าบ้านไม่พบลูกสาว จึงเข้าไปดูในห้องพบสามีกำลังข่มขืนลูกสาวอยู่

ตนเองจึงได้ให้สามีเก็บเสื้อผ้าออกจากบ้านแยกทางกัน หลังสามีเก็บเสื้อผ้าออกจากบ้านไป มีชาวบ้านเห็นสามีนำรถมาจอดซุ่มบริเวณทางเข้าบ้าน และเมื่อคืนก็มาข่มขู่อีก ตนเองจึ้งได้ตัดสินใจเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับสามี

นางมัทธพร บอกว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 1 ม.ค. 60 สามีก็เคยข่มขืนลูกสาวมาแล้วครั้งหนึ่ง ทางญาติได้ร้องไปที่มูลนิธิปวีณา และนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิ ได้ลงมาช่วยเหลือแจ้งความดำเนินคดีกับสามี

และได้ส่งตัวนางสาวณิชกานต์ ลูกสาวไปตัดมดลูกทิ้งเพื่อป้องกันไม่ให้ท้อง ส่วนคดีของสามี ศาลจังหวัดสระแก้วได้พิพากษาให้รอลงอาญาสามีเอาไว้

ต่อมาสามีได้มากราบขอโทษ บอกว่าต่อไปนี้จะไม่ทำเช่นนั้นอีกวิเคราะห์บอล และตนเองแก่มากแล้ว ด้วยความสงสารจึงได้อภัยให้สามีกลับเข้ามาอยู่ในบ้านอีก ไม่คิดว่าสามีจะมาข่มขืนลูกของตนเองอีก คราวนี้ตนเองจะดำเนินคดีกับสามีให้ถึงที่สุด

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

ตำรวจหนุ่มเพิ่งบรรจุใหม่ ขับเก๋งหลับในพุ่งชนเสาไฟคว่ำล้อชี้ฟ้า

ตำรวจหนุ่มเพิ่งบรรจุใหม่ รถเก๋งเสียหลักพุ่งชนเสาไฟ ก่อนพลิกคว่ำหงายท้องชี้ฟ้า พบเป็น 2 ตำรวจหนุ่มเพิ่งจบและบรรจุเข้าข้าราชการ เกิดหลับในระหว่างทางขับรถกลับบ้าน

ตำรวจหนุ่มเพิ่งบรรจุใหม่ (5 พ.ย.) เมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา ศูนย์วิทยุนเรนทร 1669 สุรินทร์ ได้รับแจ้งอุบัติเหตุรถพลิกคว่ำ มีคนแจ้งขอความช่วยเหลือ พบผู้ได้รับบาดเจ็บติดอยู่ในซากรถ บริเวณทางหลวงชนบทปราสาท-ทุ่งมน ต.ปราสาททะนง อ.ปราสาท หลังจากได้รับแจ้งเหตุแล้ว ได้ประสานรถพยาบาลฉุกเฉินโรงพยาบาลปราสาท อาสากู้ภัยกังแอน วีอาร์กู้ชีพ จุดอำเภอปราสาท เดินทางไปยังบริเวณที่เกิดเหตุ ที่ถนนทางหลวงชนบทสาย 3011

2 ตำรวจหนุ่มเพิ่งบรรจุใหม่

ทันทีที่ไปถึงเจ้าหน้าที่อาสากู้ชีพได้นำอุปกรณ์ตัดถ่างค้ำยัน ออกไปให้การช่วยเหลือผู้ติดภายในรถยนต์นิสสัน มาร์ช สีดำ อยู่ในสภาพเสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้าส่องสว่างข้างถนน พลิกคว่ำหงายท้องลงข้างทาง โดยมีคนขับและคนนั่งข้างได้บาดเจ็บ 2 คน คนนั่งข้างคนขับติดภายในรถ ถูกซากหนีบบริเวณขาท่อนล่างทั้ง 2 ข้าง ร้องขอความช่วยเหลือ

อาสาสมาคมวีอาร์กู้ชีพสุรินทร์ จุด อ.ปราสาท ได้นำอุปกรณ์ตัดถ่างค้ำยัน เข้าให้การช่วยเหลือใช้เวลาประมาณ 20 นาที จึงสามารถช่วยเหลือนำผู้บาดเจ็บที่ติดภายในออกมาได้ ทราบชื่อคนติดภายใน คือ สิบตำรวจตรียุทธนา อายุ 26 ปี รับราชการตำรวจอยู่ที่ สภ.ทุ่งมน อ.ปราสาท

ขณะที่คนขับรถสามารถคลานออกมาจากตัวรถด้วยตนเองได้ ทราบชื่อคือ สิบตำรวจตรียุทธพงศ์ อายุ 26 ปี ได้บาดเจ็บเล็กน้อย โดยนายตำรวจทั้ง 2 นาย สังกัด สภ.ทุ่งมน อ.ปราสาท เพิ่งจบการศึกษาและบรรจุรับราชการเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา

สำหรับอุบัติเหตุในครั้งนี้ คนขับรถบอกว่ากำลังขับรถเดินทางกลับจากตัวเมืองสุรินทร์ แต่เกิดอาการหลับใน ทำให้รถเสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้าพลิกคว่ำลงข้างทาง ฟื้นสติมารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่ได้ยินเสียงเพื่อนตะโกร้องขอความช่วยเหลือและพบว่าติดภายในซากรถ จึงได้โทรแจ้งหน่วยกู้ชีพโรงพยาบาลปราสาท เข้าให้การช่วยเหลือเร่งนำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาล

พ.ต.ท.ทรงจักร วงศ์พรหม พนักงานสอบสวนเวร สถานีตำรวจภูธร ปราสาท ได้เจ้าตรวจสอบและบันทึกภาพลงบันทึกประจำวันไว้แล้วและหลังจากนั้นจะได้เรียกคนขับมาเพื่อสอบถามหาสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุที่แท้จริง และแจ้งข้อกล่าวหาโดยมีทรัพย์ของทางราชการได้รับความเสียหาย

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://www.sanook.com

ตายโหง ! หนุ่มเมาขาดสติควบ จยย.กลับที่พักเสียหลักจมดับก้นคลอง

ตายโหง เมื่อเวลา 08.30 น. ร.ต.อ.สุริยา ผลชู รองสว.สอบสวน สภ.คลองหลวง รับแจ้งมีประชาชนพบศพผู้เสียชีวิตลอยน้ำ ที่เกิดเหตุภายในคลองแอนหนึ่งสอง ปากซอยเทพกุญชร 8 ม.9 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

ตายโหง หลังรับแจ้งจึงรุดไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วย ร.ต.อ.สิรภพ บัวหลวง รองสว.สืบสวน สภ.คลองหลวง กำลังชุดสืบสวน อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง แพทย์เวร รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ

ตายโหง

ในที่เกิดเหตุภายในคลองส่งน้ำกว้างประมาณ 6 เมตร ลึกประมาณ 1.50 เมตร พบศพผู้เสียชีวิต 1 ราย ลักษณะนอนคว่ำหน้าลอยอืด จึงได้นำขึ้นมาชันสูตรด้านบนพบมีบาดแผลถลอกตามใบหน้า ทราบชื่อต่อมา นายนรินทร์ อายุ 20 ปี ภูมิลำเนาอยู่ที่ ต.บ่อทอง อ.หนองม่วง จ.ลพบุรี

ซึ่งเป็นลูกจ้างร้านรับซื้อตะกร้าพลาสติกใกล้เคียงที่เกิดเหตุ ริมตลิ่งพบรองเท้าแตะ และพระเครื่องตกอยู่ และยังมีรอยหญ้าริมทางราบก่อนจะงมในคลองพบ รถ จยย. ยี่ห้อ ยามาฮ่า รุ่นแอร์ร๊อกซ์ สีขาว สภาพใหม่ หมายเลขทะเบียน 7กธ-2313 กทม.จมอยู่ก้นคลอง จากการชันสูตรเบื้องต้นคาดว่า เสียชีวิตมาแล้วมากกว่า 24 ชม.

นายนัน อายุ 22 ปี สัญชาติลาวเปิดเผยว่า เมื่อเวลา 22.00 น. ของวันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 ที่ผ่านมา ตนเองและผู้ตายได้ขับขี่รถ จยย.คนละคันไปนั่งดื่มสุราที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในซอยแมนฮัตตั้น ก่อนที่ผู้ตายจะขอกลับในเวลา 00.01 น. ของวันที่ 2 พฤศจิกายน 2561

โดยขับรถกลับเองเพียงคนเดียว กระทั่งญาตผู้ตายโทรมาตามหาเพราะยังไม่เห็นผู้ตายกลับบ้านและออกตามหาวานนี้ทั้งวัน กระทั่งมีผู้ไปแจ้งว่า มีศพลอยอืดตนเองจึงรีบเดินทางมาตรวจสอบก็พบเป็นเพื่อนที่ไปนั่งดื่มสุราด้วยกันเมื่อวันก่อน คาดว่าน่าจะเกิดจาก รถ จยย.เสียหลักตกลงคลองและไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้จึงจมน้ำเสียชีวิต

ร.ต.อ.สุริยา ผลชู รอง สว.สอบสวน สภ.คลองหลวง เปิดเผยว่า ได้เชิญตัวผู้ที่อยู่กับผู้ตายเป็นคนสุดท้ายไปทำการสอบสวนเพิ่มเติมพร้อมทั้งให้อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งนำร่างผู้เสียชีวิตส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

 …

โจรกรรมแป้ก ! แบกถังแก๊สเป่าตู้เอทีเอ็มแต่แก๊สหมด-ตำรวจเร่งลากคอ

โจรกรรมแป้ก จ.สุพรรณบุรี พ.ต.ต.นพนันท์ เลื่องเลิศ สว.(สอบสวน) สภ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี รับแจ้งเหตุมีคนร้ายใช้แก๊สเป่าประตูเก็บเงินหลังตู้เอทีเอ็ม

โจรกรรมแป้ก ( 2 พ.ย. 61 ) ที่ จ.สุพรรณบุรี พ.ต.ต.นพนันท์ เลื่องเลิศ สว.(สอบสวน) สภ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี รับแจ้งเหตุมีคนร้ายใช้แก๊สเป่าประตูเก็บเงินหลังตู้เอทีเอ็ม ธนาคารออมสิน สาขาสามชุก ตลาดสามชุกร้อยปี ถนนมิตรสัมพันธ์ หมู่ 2 ต.สามชุก

โจรกรรมแป้ก
จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.สมบัติ อ่อนสมบูรณ์ ผกก.สภ.สามชุก พ.ต.ท.คมเดช ดอนปิ่นไพร รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.ชยิน แจ้งประจักษ์ รอง ผกก.ป. พ.ต.ท.บุรี อมรพิชิต สว.สส. เจ้าหน้าที่สืบสวน พร้อมเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ภ.จว.สุพรรณบุรี ไปตรวจสอบ

พบรอยไหม้ถูกแก๊สเป่าที่ประตูเซฟด้านหลังตู้เอทีเอ็มดังกล่าว และสายเคเบิลของสัญญาณกล้องวงจรปิดที่เชื่อมต่อมาจากตัวอาคารธนาคาร ถูกตัดขาดไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ

ล่าสุดเมื่อเวลา 12.00 น. ของวันนี้ ( 2 พ.ย. ) พ.ต.อ.อภิชิต สุรพินิจ รอง ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี พ.ต.ท.นิยม สุ่ยวงษ์ รอง ผกก.กก.สส.ภ.จวฬสุพรรณบุรี เข้าตรวจสอบเก็บหลักฐานเพิ่มเติม

ด้าน พ.ต.อ.อภิชิต สุรพินิจ รอง ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี เปิดเผยว่า คนร้ายน่าจะมีไม่ต่ำกว่า 2 คน ใช้รถยนต์เก๋ง มาโดยคนร้ายใช้น่าจะใช้ไม้ดันกล้องวงจรปิดให้เปลี่ยนทิศทาง ใช้คีมตัดสายสัญญาณกล้องวงจรปิด แล้วใช้แก๊สตัดด้านหลังตู้เอทีเอ็ม แต่คนร้ายไม่สามารถเอาเงินออกจากตู้ได้ คาดว่า อาจจะมีคนผ่านมาพบเห็น เนื่องจากเป็นช่วงเช้ามืดจะมีบรรดาพ่อค้าแม่ค้า ออกมาจำจ่ายซื้อของในตลาด ประกอบกับแก๊สคงจะหมดก่อนที่จะตัดตู้เอทีเอ็มออกได้

ด้าน นางนิภาวรรณ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 50 ปี ผู้จัดการธนาคารออมสินสาขาสามชุก เปิดเผยว่า ช่วงเช้าแม่บ้านของธนาคารมาเปิดธนาคาร กระทั่งมาพบว่า ที่ด้านหลังตู้เอทีเอ็ม ลักษณะถูกคนร้ายใช้แก๊สตัดเสียหาย จึงโทรแจ้งให้ผู้จัดการทราบแล้วให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สามชุก มาตรวจสอบ

ขณะที่ผู้จัดการธนาคารฝากไปถึงคนร้ายด้วยว่า ไม่ได้ดูข่าวบ้างเลยหรือยังไง เนื่องจากที่ผ่านมาคนร้ายที่โจรกรรมตู้เอทีเอ็มทุกรายไม่สามารถนำเงินเอาได้เลย บางรายเอาเงินไปได้แต่ก็ถูกตำรวจติดตามจับกุมตัวได้ทุกราย

ด้าน พ.ต.อ.อภิชิต สุรพินิจ รอง ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี เปิดเผยว่า คนร้ายน่าจะมีการมาดูลาดเลาเอาล่วงหน้าแล้ว จึงได้เตรียมไม้ยาวมาดันกล้องให้เปลี่ยนทิศทางไป แล้วจึงก่อเหตุใช้แก๊สตัดหลังตู้เอทีเอ็ม

ซึ่งขณะนี้ได้สั่งการให้กำลังชุดสืบสวนของ สภ.สามชุก ร่วมกับชุดสืบสวน ภ.จว.สุพรรณบุรี และชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 7 เร่งไล่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คาดว่า คนร้ายใช้เป็นเส้นทางหลบหนี คาดว่า จะสามารถสืบสวนติดตามจัดกุมตัวคนร้ายได้เร็วๆ นี้

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://www.sanook.com

 …

คลิปเหยื่อเพียบ ! แฉหนุ่มติดกล้องที่รองเท้า แอบถ่ายใต้กระโปรงสาวม.ดัง นาน 3 ปี

คลิปเหยื่อเพียบ จากกรณีเฟซบุ๊กของนักศึกษาหญิงรายหนึ่ง โพสต์ข้อความเกี่ยวกับเหตุการณ์ชายแอบถ่ายใต้กระโปรงผู้หญิงด้วยกล้องติดกับรองเท้า

คลิปเหยื่อเพียบ ภายในมหาวิทยาลัยชื่อดังย่านรังสิต โดยให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า คนร้าย สารภาพว่าเคยเป็นนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ รวมถึงได้ก่อเหตุดังกล่าวมากว่า 3 ปีแล้ว รวมถึงเคยถูกจับ แต่กลับมาก่อเหตุดังกล่าวอีกครั้ง

คลิปเหยื่อเพียบ

“วันนี้ตอนพักเที่ยง เรายืนรอแฟนอยู่หน้าเซเว่นโรงอาหาร… พอแฟนเดินออกมาก็เห็นผู้ชายคนนึงยืนอยู่ข้างหลังเรา ที่รองเท้ามีแสงสะท้อนเหมือนติดกล้องแอบถ่าย แฟนเราเข้ามาถามว่าทำอะไร มันรีบวิ่งหนี ดูมีพิรุธ เลยวิ่งตามไปจนจับได้ มันใส่รองเท้าผ้าใบสีดำ เจาะรู มีกล้องแอบถ่ายซ่อนอยู่ มันเคยเป็นนักศึกษา…คณะวิทย์ แต่โดนไทร์ ตอนนี้พักอยู่หอพัก…ใครพักหอเดียวกับมัน แล้วอยากรู้รายละเอียดเพิ่มเติมทักมาได้นะคะ”

“นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มันทำ มันสารภาพว่าทำตั้งแต่ 3 ปีที่แล้ว เคยโดนจับแล้วด้วย แต่ก็ไม่เข็ด ถึงทุกๆคน อย่าคิดว่าเรื่องแอบถ่ายเป็นเรื่องไกลตัว นี่ก็เคยโดนเตือน แต่ก็คิดมาตลอดว่ามันคงไม่เกิดกับเราหรอก หลังจากนี้จะคอยระวังตัวเองให้มากกว่านี้ นี่ได้ยินว่าเพิ่งมีแอบถ่ายในห้องน้ำที่เอสซีไป แล้วก็เคยมีที่… … ด้วย ไม่มีที่ไหนปลอดภัยจริงๆ ขอบคุณพี่วินมอไซค์ และทุกๆคน ที่เข้ามาช่วยเหลือ ช่วยแชร์เป็นอุทาหรณ์ด้วยนะคะ ใครมีความรู้ด้านกฎหมาย มีอะไรแนะนำด้วยนะคะ”

“เราเห็นคลิปในกล้องมันแล้ว มีคนโดนมันแอบถ่ายเยอะมากๆ มันเดินไปทั่วโรงอาหารเลยอ่ะ”

ขอบคุณแหล่งที่มา     https://www.sanook.com

พม่าโหดเพื่อนติดเงิน 180 บาท ตามทวงหวังซื้อเหล้าแต่ไม่ได้

พม่าโหดเพื่อนติดเงิน 180 บาท ก็ถูกบาดคอได้ พม่าโหดโมโหเพื่อนติดเงินค่าสนุกเกอร์ ตามมาทวงเงินแค่ 180 บาท หวังเอาไปซื้อเหล้ากินแต่ไม่ได้ ชักมีดปาดคอเพื่อนดื้อๆ

พม่าโหดเพื่อนติดเงิน 180 บาท วันที่ 29 ตุลาคม 2561 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์วิทยุ 191 สถานีตำรวจภูธรปากน้ำปราณ รับแจ้งเหตุ มีคนงานชาวเมียนมาถูกเพื่อนชาติเดียวกันใช้มีดปาดคอได้รับบาดเจ็บสาหัส ที่บริเวณโรงงานต้มปลาจิ้งจั้งตากแห้ง จึงวิทยุแจ้งเจ้าหน้าที่สายตรวจไปตรวจสอบพร้อมประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิสว่างแผ่ไพศาลธรรมสถานปราณบุรี

พม่าโหดเพื่อนติดเงิน

โดยจุดเกิดเหตุอยู่ด้านข้างห้องพักคนงาน เจ้าหน้าที่พบชายสัญชาติเมียนมา ชื่อนายโทน เลน อ่าว อายุ 27 ปี นั่งอยู่ที่เปล ไม่สวมเสื้อ ใส่กางเกงขาสั้นลายสก็อต สภาพอิดโรยอ่อนแรง ตัวซีด จากการเสียเลือดมาก ตรวจสอบที่บริเวณลำคอมีบาดแผลถูกของมีคมบาดยาว ประมาณ 10 ซม. มีเลือดไหลตลอดเวลา เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องช่วยปฐมพยาบาลเบื้องต้น และพยายามห้ามเลือดให้หยุดไหลก่อนจะรีบเคลื่อนย้ายคนเจ็บส่งโรงพยาบาลปราณบุรีให้แพทย์ทำการรักษาเป็นการด่วน

นายมิว เพื่อนชาวเมียนมาที่เห็นเหตุการณ์ เล่าให้ฟังว่า ตนนอนเล่นอยู่บนเปลข้างๆ นายโทน ซึ่งเปลผูกอยู่ห่างกันประมาณ 4 เมตร ต่อมาเห็นเพื่อนชาวเมียนมาซึ่งทำงานเป็นลูกเรือประมงอวนลาก ขี่รถซาเล้งมาด้วยกัน 2 คนแล้วมาจอดรถไว้ข้างหน้าหอพัก

จากนั้นมีชายตัวเล็ก ลักษณะผอม เดินตรงเข้ามาหานายโทน พร้อมทวงเงินที่นายโทนติดหนี้ค่าสนุกเกอร์ 180 บาทไว้เมื่อหลายวันก่อน เพื่อหวังเอาเงินไปซื้อเหล้า แต่นายโทนบอกว่าไม่มีเงินเพราะพึ่งไปกินเหล้ามาหมดเหมือนกัน ทำให้คนมาทวงเงินโมโห ทำท่าจะต่อยกัน ตอนนั้นตนก็ไม่ได้สนใจเพราะคิดแค่ว่ามาทวงเงินเท่านั้น

กระทั่งสักพักชายคนทวงเงินก็เดินไปขึ้นรถจักรยานยนต์ซาเล้งแล้วขับออกไปตนเลยหันไปมองนายโทนก็ต้องตกใจเพราะเห็นนายโทนนั่งอยู่ในสภาพเลือดไหลท่วมตัว ตนจึงรีบวิ่งไปบอกนายจ้างให้มาช่วย พร้อมให้โทรศัพท์แจ้งตำรวจด้วย ทั้งนี้ในเบื้องต้นทราบว่า ผู้ก่อเหตุเป็นลูกเรืออวนลาก เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเร่งติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

สุดโหด ! โจรขโมยเหล็กฉากฆ่าคนเฝ้าโกดัง จับแก้ผ้า-มัดมือเท้าหมกป่า

สุดโหด โจรขโมยเหล็กฉากฆ่าคนเฝ้าโกดัง มัดมือเท้าหมกป่า ตำรวจคาด มือสังหารเป็นคนที่ผู้ตายรู้จักดี

สุดโหด วันที่ 29 ต.ค. 61 พ.ต.อ.เอนก บุตรอินทร์ ผู้กำกับการ สภ.คลองกิ่ว อ.เมือง จ.ชลบุรี ได้รุดเข้าตรวจสอบบริเวณพื้นที่ของโรงงานแห่งหนึ่ง ที่ทำโกดังไว้สำหรับเก็บเหล็กฉาก หมู่ที่ 7 ต.คลองกิ่ว อ.เมือง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งความ มีคนถูกงูไม่ทราบชนิดรัดตาย

สุดโหด

โดยเมื่อไปถึงพบกับกระสุนปืนลูกซองจำนวน 3 นัด พอเดินเข้าได้พบกับศพของ นายศักดา อายุ 56 ปี เป็นคนรับจ้างเฝ้าพื้นที่แห่งนี้ ที่ห่างจากโกดังเก็บเหล็กประมาณ 300 เมตร ถูกถอดเสื้อผ้าจนเหลือกางเกงในเพียงตัวเดียวนอนคว่ำ หน้าถูกผ้ารัดปากและรัดมือไขว้หลัง

สอบถาม นางศศิธร อายุ 45 ปี ภรรยาของผู้ตาย เล่าว่า สามีได้รับจ้างเฝ้าพื้นที่เก็บเหล็กมา 10 ปี แล้วซึ่งมักจะคอยมาดูในช่วงตี 3-4 และจะกลับไปตอนเช้า แต่มาครั้งนี้สายแล้วยังไม่ออกมา เลยเดินมาตามก็พบว่าเป็นศพดังกล่าว โดยที่อาวุธปืนและโทรศัพท์หายไปด้วย

ด้าน นายวรรณดี อายุ 41 ปี เพื่อนของสนิทของผู้ตาย เผยว่า นายศักดาเคยพูดให้ฟังว่าระยะหลังมาเหล็กถูกลักขโมยก็เลยมาดู ถ้าได้ยินเสียงหมาเห่าและจะยิงปืนขู่ขึ้นฟ้า จนมาวันนี้ภรรยาของนายศักดาโทรศัพท์ไปหาตนที่กำลังทำงานอยู่ระยองว่าพบศพในป่า ตนเข้าใจผิดเลยโทรศัพท์ไปแจ้งความกับทางตำรวจว่าถูกงูรัดตาย

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า คนร้ายได้ก่อเหตุอย่างโหดเหี้ยม ที่จับถอดเสื้อแล้วลากลงมาฆ่าปิดปาก น่าจะเป็นคนที่ผู้ตายรู้จักกันดีแล้วมาเจอกำลังขโมยเหล็ก จึงทำการฆ่าอำพรางคดี เป็นเหตุชิงทรัพย์ ซึ่งจะเรียกคนงานที่ทำงานในโกดังเหล็กทั้งหมดมาสอบสวน เพื่อจะได้ตามจับคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา     https://www.sanook.com

เฒ่าวัย 79 ปี ขับรถไปไม่ถึงงานวิ่งการกุศล ถูกเก๋งเสยท้าย ดับยกคัน 3 ศพ

เฒ่าวัย 79 ปี ขับรถเตรียมจะไปร่วมงานวิ่งการกุศล แต่ถูกรถเก๋งเซียนพระเสยท้าย ดับยกคันในชุดวิ่งทั้ง 3 ราย

เฒ่าวัย 79 ปี ขับรถไปไม่ถึงงานวิ่งการกุศล ถูกเก๋งเสยท้ายผู้สื่อข่าวรายงานว่า (28 ต.ค.) เมื่อเวลา 05.30 น. สภ.บางใหญ่ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถชนกัน มีผู้เสียชีวิต จำนวน 3 ราย ที่เกิดเหตุ ตรงข้ามหมู่บ้านกฤษดานคร 10 บน ถ.รัตนาธิเบศร์ ต.เสาธงหิน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี

เฒ่าวัย 79 ปี

พบรถยนต์เก๋งฮอนด้า ซีวิค ทะเบียน พห.6042 กทม.ชนติดกับเสาไฟฟ้า ในสภาพพังเสียหายยับเยิน มีผู้เสียชีวิตติดคาซากรถ จำนวน 3 ราย เป็นชาย 2 หญิง 1 ส่วนรถคู่กรณีเป็นรถโตโยต้า พรีอุส สีดำ ทะเบียน ฆห. 459 กทม. ด้านหน้าและด้านขวาคนขับ ฝากระโปรงพังเสียหาย

โดยเจ้าหน้าที่มูลนิธิได้ช่วยกันใช้เครื่องมือตัดถ่าง นำเอาร่างของผู้เสียชีวิตทั้ง 3 คน ออกมา ทราบชื่อคนขับคือ นายนิวัฒน์ อายุ 79 ปี , นางอุไรวรรณ อายุ 75 ปี ภรรยา และ นายนนทชัย อายุ 53 ปี โดยผู้เสียชีวิตทั้งหมดสวมใส่ชุดลำลองในชุดวิ่ง มีบัตร แสดงหมายเลข บางใหญ่ มินิมาราธอน เดินวิ่งเพื่อสุขภาพ ต้านยาเสพติด ติดอยู่ด้านหน้า คาดว่าผู้เสียชีวิตทั้งหมดเตรียมจะไปร่วมงานดังกล่าว แต่ก็มาเสียชีวิตก่อน

ขณะที่คนในรถ รถโตโยต้า พรีอุส มาด้วยกัน 2 คน ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ทราบชื่อคนขับคือ นายสุทธิชัย อายุ 39 ปี ให้การว่า ตนเองมีอาชีพเช่าบูชาซื้อขายพระเครื่องบนห้างสรรพสินค้าชื่อดัง ก่อนเกิดเหตุได้ขับรถออกจากบ้านพร้อมเพื่อนเพื่อที่จะนำพระไปเข้าประกวดที่ศูนย์ราชการย่านแจ้งวัฒนะ ปากเกร็ด ที่จะมีงานประกวดพระเครื่องในเช้าวันนี้

แต่เกิดลืมเอากล้องถ่ายรูปไว้ จึงได้วนรถกลับมา เมื่อถึงที่เกิดเหตุ นายสุทธิชัย อ้างว่าถนนค่อนข้างมืด และรถตนเองติดฟิล์มดำมาก ไม่ทราบรถคู่กรณีที่เสียชีวิต ชนเข้ากับรถตนเองในลักษณะไหน ตนเองเมื่อทราบมีผู้เสียชีวิตจำนวนถึง 3 ราย ก็รู้สึกเครียดและเสียใจมาก

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำเซียนพระรายนี้ ไปสอบสวนที่ สภ.บางใหญ่ หาสาเหตุที่แน่ชัด และตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกาย พร้อมทั้งจะได้ตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดบนถนนดังกล่าว เพื่อให้แน่ชัด ส่วนศพผู้เสียชีวิตทั้ง 3 รายได้นำส่ง สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ก่อนมอบให้ญาติรับดำเนินการต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

คนไทยวิวาท นักท่องเที่ยว 2 ต่อ 1 ช่วยกันรุมแต่สู้ไม่ได้ ชักมีดแทงสาหัส

คนไทยวิวาท นักท่องเที่ยว มื่อเวลา 02.30 น ( 27 ต.ค. 61) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ได้รับแจ้ง เหตุทะเลาะวิวาทระหว่างคนไทยกับชาวต่างชาติ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดที่บริเวณ สี่แยกซอยเล้งกี่ ตัดไดอาน่า

คนไทยวิวาท นักท่องเที่ยว ที่เกิดเหตุมีประชาชน ต่างมุ่งดูเหตุการณ์เป็นจำนวนมาก เบื้องต้นพบผู้บาดเจ็บ เป็นชาวต่างชาติ ทราบชื่อคือ MR. Mohamad EL WAZZI อายุ 29 ปี สัญชาติเลบานอน สภาพถูกของมีคม แทงที่บริเวณ ใต้ราวนมซ้ายได้รับบาดเจ็บเลือดไหลอาบร่าง

คนไทยวิวาทนักท่องเที่ยว

เจ้าหน้าที่จึงได้รีบนำผู้บาดเจ็บส่ง รพ.เมืองพัทยา จากการสอบถามชาวบ้านผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ต่างชาติคนดังกล่าวกำลังยืนซื้อสินค้าอยู่บริเวณร้านแฟมิลี่มาร์ท

จากนั้นก็ได้มี ชายไทยจำนวน 2 คน ขับขี่ รถจักรยานยนต์ เข้ามาหาชาวต่างชาติ โดยโวยวายว่าชาวต่างชาติคนดังกล่าวขี่รถจักรยานยนต์เฉี่ยวชน แล้วชาวต่างชาติหลบหนีมาไม่ยอมขอโทษ

จากนั้นจึงเกิดมีปากเสียงกัน ก่อนจะมีการชกต่อยกันเกิดขึ้นจนชุลมุน แต่กลุ่มคนไทยไม่สามารถต่อสู้กับต่างชาติได้จึงได้รับบาดเจ็บ ส่วนชาวต่างชาติก็ได้รับบาดเจ็บถูกของแหลมแทงที่ใต้ราวนมซ้ายอาการสาหัส ภายหลังเกิดเหตุชายไทยทั้งสองต่างพากันหลบหนีไป

เบื้องต้นชุดสืบสวนได้ลงพื้นที่ตรวจสอบหาข้อมูลเพิ่มเติมและภาพจากกล้องวงจรปิดเพื่อติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนผู้บาดเจ็บจะได้สอบสวนเพิ่มเติมภายหลังจากการรักษาตัวอีกครั้ง

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://www.sanook.com

รวบ 2 สาว “มือตบทวงหนี้โหด” ประจานลงโซเชียล สาเหตุยืม 6,000 แล้วไม่ยอมคืน

รวบ 2 สาว เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 24 ต.ค. 61 พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี แถลงข่าวกรณีมีคลิปวิดีโอเผยแพร่ในสื่อโซเชียล

รวบ 2 สาว ซึ่งน.ส.ณิชาภา หรือ ฝ้าย อายุ 31 ปี ร่วมกับ น.ส.อุ่นเรือน หรือ เปิ้ล อายุ 33 ปี เข้าทำร้ายร่างกาย น.ส.วารุณี หรือ หนิง ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2561 บริเวณชายหาดหลังบ้านสุขาวดี หมู่ที่ 1 ตำบลนาเกลือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี จนทางตำรวจสถานีตำรวจภูธรบางละมุง มาตามจับได้ในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งในจังหวัดชลบุรี

รวบ 2 สาว

ด้าน น.ส.ณิชาภา มือตบในคลิปเปิดเผยว่า ในวันที่เกิดเหตุตนเองกับ น.ส.อุ่นเรือน ได้พบ น.ส.วารุณีโดยบังเอิญ จึงได้ทำการทวงถามถึงเงินที่ติดไว้ จำนวน 6,000 บาท โดยกำหนดส่งเฉพาะดอกเบี้ย 3 วันจ่าย 1 ครั้ง เป็นจำนวน เงิน 1,200 บาท ผู้เสียหายจ่ายเฉพาะดอกเบี้ยมาประมาณ 4-5 ครั้งแล้วขาดส่ง ทำให้ต้องติดตามทวงถามมาโดยตลอด และด้วยอารมณ์ชั่ววูบ จึงเข้าทำร้ายดังกล่าว

พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผู้บังคับตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี กล่าวว่า สำหรับคดีนี้ต้องชื่นชมทางตำรวจภูธรบางละมุง ที่ทำการกดดันผู้ต้องหาจนทำให้เข้ามอบตัวจนสามารถนำมาดำเนินคดีตามกฎหมายได้อย่างรวดเร็ว

ซึ่งได้ตั้งข้อหาในเบื้องต้นว่า ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ประกอบธุรกิจให้บริการสินเชื่อส่วนบุคคลโดยไม่ได้ขออนุญาต ให้บุคคลอื่นยืมเงินโดยคิดดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด และร่วมกันกระทำการทวงถามหนี้ในลักษณะข่มขู่ ใช้ความรุนแรง หรือการกระทำอื่นใดที่ทำให้เกิดความเสียหายแก่ร่างกายชื่อเสียง หรือทรัพย์สินของลูกหนี้หรือผู้อื่น

ขอบคุณแหล่งที่มา     https://www.sanook.com